พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๔
สฬายตนุปปัตติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๕๕๗–๑๕๖๐ (Royal Thai)2/9 in วรรคที่ ๑๔4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๔ สฬายตนุปปัตติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 798–801
ส. กามสัญญาเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งเนกขัมมสัญญา พยาปาทสัญญาเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งอัพยาปาทสัญญา วิหิงสาสัญญาเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งอวิหิงสาสัญญา พยาบาทเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งเมตตา วิหิงสาเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งกรุณา อรติเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งมุทิตา ปฏิฆะเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งอุเบกขาหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๕๖} [๖๙๐] ป. ท่านไม่ย่อมรับว่า “กุศลมูลสืบต่อจากอกุศลมูล อกุศลมูลสืบต่อจากกุศลมูล” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. จิตกำหนัดในวัตถุใดเทียว ก็คลายกำหนัดในวัตถุนั้นเทียว คลายกำหนัดในวัตถุใดเทียว ก็กำหนัดในวัตถุนั้นเทียว มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่าจิตกำหนัดในวัตถุใดเทียว ก็คลายกำหนัดในวัตถุนั้นเทียวคลายกำนัด<*>ในวัตถุใดเทียว ก็กำหนัดในวัตถุนั้นเทียว ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “กุศลมูลสืบต่อจากอกุศลมูล อกุศลมูลสืบต่อจากกุศลมูล”
จบ กุสลากุสลปฏิสันทหนกถา
(๑๓๗) ๒. สฬายตนุปปัตติกถา
ว่าด้วยเรื่องความเกิดขึ้นแห่งอายตนะ ๖
{๑๕๕๗} [๖๙๑] สกวาทีถามว่า อายตนะ ๖ เกิดขึ้นในครรภ์มารดาไม่ก่อนไม่หลังกันหรือ ?
- กำหนัด - ผู้รวบรวม
ส. บุคคลผู้มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบ มีอินทรีย์อันไม่บกพร่อง หยั่งลงในครรภ์มารดาหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๕๘} ส. จักขายตนะเกิดขึ้นพร้อมกับจิตที่แสวงหาอุบัติหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟันก็เกิดขึ้นพร้อมกับจิตที่แสวงหาอุบัติหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. โสตายตนะ ... ฆานายตนะ ... ชิวหายตนะเกิดขึ้นพร้อมกับจิตที่แสวงหาอุบัติหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟันก็ตั้งขึ้นพร้อมกับจิตที่แสวงหาอุบัติหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๕๙} [๖๙๒] ป. จักขายตนะเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ ?
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะและอปรเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่า อายตนะภายใน๖ (ตา หู จมู กลิ้น กาย ใจ) เกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้เกิดในครรภ์พร้อมกันในขณะปฏิสนธิในครรภ์มารดา เพราะมีกรรมสมภพอย่างเดียวกัน โดยเปรียบอายตนะ ๖ ว่าเหมือนกับหน่อของต้นไม้เป็นต้นที่มีกิ่งก้านสมบูรณ์ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นโดยแยกแยะว่า สำหรับโอปปาติกสัตว์จะมีอายตนะ ๖ เกิดขึ้นพร้อมกันกับปฏิสนธิจิตที่แสวงหาอุบัติ สำหรับสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ เฉพาะมนายตะและกายายตนะ (ใจและกาย) เท่านั้นเกิดขึ้นได้ในขณะปฏิสนธิ อีก ๔ อายตนะที่เหลือจะเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ๗๗ ราตรี หรือ ๑๑ สัปดาห์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗๓-๒๗๔)
ส. ถูกแล้ว
ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้จักขุในท้องมารดาหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. โสตายตนะ ... ฆานายตนะ ... ชิวหาหายตนะเกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดานั้นทำกรรมเพื่อได้ชิวหาในครรภ์มารดาหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้กระดูกในครรภ์มารดาหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๖๐} ส. ไม่ควรกล่าวว่า ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูกเกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
“รูปนี้เป็นกลละก่อน จากกลละก็เป็นอัพพุทะ จากอัพพุทะเกิดเป็นเปสิ จากเปสิเกิดเป็นฆนะ จากฆนะเกิดเป็น ๕ ปุ่ม ต่อจากนั้นก็มีผม ขน และเล็บเกิดขึ้น
- ๑กลละ คือ ส่วนที่เล็กละเอียดที่สุดของรูปซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรก มีลักษณะกลม สีใส ขนาดเท่าหยาดนํ้ามันงาที่ติดอยู่ที่ปลายด้ายซึ่งกรอจากเส้นขนแกะจริง ๓ เส้น อัพพุทะ คือ ส่วนที่เล็กละเอียด
มารดาของสัตว์ในครรภ์บริโภคสิ่งใดไป ไม่ว่าจะเป็น ข้าว น้ำ และโภชนาหาร สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาก็ยังอัตภาพให้เป็นไปในครรภ์นั้นด้วยสิ่งนั้น” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูกก็ต้องเกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลัง
จบ สฬายตนุปปัตติกถา
(๑๓๘) ๓. อนันตรปัจจยกถา
ว่าด้วยเรื่องอนันตรปัจจัย
{๑๕๖๑} [๖๙๓] สกวาทีถามว่า โสตวิญญาณเกิดขึ้นได้ในลำดับแห่งจักขุวิญญาณหรือ ?
ส. ความนึก ... ความตั้งใจอันใดเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักขุวิญญาณความนึก ... ความตั้งใจอันนั้นแหละเพื่อความเกิดขึ้นแห่งโสตวิญญาณหรือ ?
- ของรูปที่วิวัฒนาการถัดจากกลละนั้นไปหนึ่งสัปดาห์ มีสีเหมีอนนํ้าล้างเนื้อ เปสิ คือ ส่วนของรูปที่วิวัฒนาการถัดจากอัพพุทะไปหนึ่งสัปดาห์ มีลักษณะเป็นชิ้นเนื้อคล้ายดีบุกเหลว ฆนะ คือส่วนของรูปที่วิวัฒนาการจากเปสิไปหนึ่งสัปดาห์ มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อ เกิดเป็น ๕ ปุ่ม คือปุ่มแขน ๒ ปุ่มเท้า ๒ ปุ่มศีรษะ ๑ เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ ๕ (สํ.ส.อ. ๒๘๔-๒๘๕)
- ๑พึงดูเทียบใน สํ.ส. (แปล) ๑๕/๒๓๕/๓๔๗
- ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า วิญญาณจิต ๕ มีจักขุวิญญาณเป็นต้นเป็นอนันตรปัจจัยแก่กันและกันคือเกิดชิ้นต่อเนื่องกันไปโดยไม่มีจิตอื่นมาเกิดคั่นในระหว่าง เพราะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแห่งรูปที่มองดูและเสียงที่ได้ยินเป็นต้น ในการฟ้อนและการขับเพลงเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗๔)
End of สฬายตนุปปัตติกถา