อุทปานทูสกวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 412–441 (Royal Thai)3/5 in ติกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๓ อุทปานทูสกวคฺโค ๑
๑ อุทปานทูสกชาตกํ
๓. อุทปานทูสกวรรค
๑. อุทปานทูสกชาดก
ว่าด้วยการขี้เยี่ยวลงบ่อน้ำเป็นธรรมดาของหมาจิ้งจอก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค อุทปานทูสกชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อารญฺญกสฺส ๒ อิสิโน จิรํ รตฺตํ ตปสฺสิโน
กิจฺฉากตํ อุทปานํ กถํ สมฺม อปาหสิ ๓ ฯ
ดูกรสหาย ทำไม ท่านจึงถ่ายมูตรและคูถรดบ่อน้ำที่ทำได้โดยยาก ของฤาษีผู้อยู่ป่า แสวงหาตบะอยู่ตลอดกาลนาน?
เอส ธมฺโม สิคาลานํ ยํ ปิวิตฺวา โอหทามเส
ปิตุปิตามหํ ธมฺโม น ตํ อุชฺฌาตุมรหสิ ฯ
เราพวกสุนัขจิ้งจอก ดื่มกินน้ำ ณ ที่ใดแล้ว ย่อมถ่ายอุจจาระปัสสาวะลงในที่นั้น เป็นธรรมดาของสุนัขจิ้งจอกทั้งหลาย เป็นธรรมดาของบิดามารดา และปู่ ย่า ตา ยาย ท่านไม่ควรจะถือโกรธธรรมดาอันนั้นของพวกเราเลย.
เยสํ โว เอทิโส ธมฺโม อธมฺโม ปน กีทิโส
มา โว ธมฺมํ อธมฺมํ วา อทฺทสาม กุทาจนนฺติ ฯ
อุทปานทูสกชาตกํ ปฐมํ ฯ
๑ ม. อุทปานวคฺค ฯ ๒ ม. อรญฺญิกสฺส ฯ ๓ สี. ม. อวาหสิ ฯ
อาการเช่นนี้ เป็นธรรมดาของพวกท่าน อนึ่ง อาการเช่นไร ไม่เป็นธรรมดาของพวกท่าน ขอพวกเราอย่าได้เห็นธรรมดา หรือมิใช่ธรรมดาของพวกท่าน ในกาลไหนๆ อีกเลย.
จบ อุทปานทูสกชาดกที่ ๑.
๒ พฺยคฺฆชาตกํ
๒. พยัคฆชาดก
ว่าด้วยเรื่องของมิตร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค พยัคฆชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
เยน มิตฺเตน สํสคฺคา โยคกฺเขโม วิหียติ
ปุพฺเพวชฺฌาภวนฺตสฺส รกฺเข อกฺขึว ปณฺฑิโต ฯ
ความเกษมจากโยคะ ย่อมเสื่อมไปเพราะการคบหากับมิตรคนใด บัณฑิตพึงรักษาลาภ ยศ และชีวิตของตน ที่มิตรนั้นครอบงำไว้เสียก่อน ดุจบุคคลผู้รักษาตาของตนไว้ ฉะนั้น.
เยน มิตฺเตน สํสคฺคา โยคกฺเขโม ปวฑฺฒติ
กเรยฺยตฺตสมํ วุตฺตึ สพฺพกิจฺเจสุ ปณฺฑิโต ฯ
ความเกษมจากโยคะ ย่อมเจริญเพราะการคบหากับมิตรคนใด บุรุษผู้ฉลาดในกิจทั้งมวล พึงกระทำกิจทุกอย่างของกัลยาณมิตรให้เหมือนของตน.
เอถ พฺยคฺฆา นิวตฺตโวฺห ปจฺจุเปถ ๑ มหาวนํ
มา โน ๒ วนํ ฉินฺทิ นิพฺยคฺฆํ พฺยคฺฆา มาเหสุ นิพฺพนาติ ฯ
พฺยคฺฆชาตกํ ทุติยํ ฯ
ดูกรราชสีห์และเสือโคร่ง จงมาเถิด เชิญท่านทั้งสองจงกลับเข้าไปยังป่าใหญ่ พวกมนุษย์อย่ามาตัดป่าของเราให้ปราศจากราชสีห์และเสือโคร่งเสียเลย ราชสีห์และเสือโคร่ง อย่าได้เป็นผู้ไร้ป่า.
จบ พยัคฆชาดกที่ ๒.
๓ กจฺฉปชาตกํ
๓. กัจฉปชาดก
ว่าด้วยลิงสัปดน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค กัจฉปชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
โก นุ วฑฺฒิตภตฺโตว ๓ ปูรหตฺโถว พฺราหฺมโณ
กหนฺนุ ภิกฺขํ อจริ กํ สทฺธํ อุปสงฺกมิ ฯ
ใครหนอเดินมา เหมือนบุคคลผู้รวยอาหาร เหมือนพราหมณ์ผู้ได้ลาภมาเต็มมือ ฉะนั้น ท่านไปรวยภิกษาหารมาแต่ที่ไหนหนอ ท่านเข้าไปหาผู้มีศรัทธาคนไรมา?
อหํ กปิสฺมิ ทุมฺเมโธ อนามาสานิ อามสึ
ตฺวํ มํ โมจย ภทฺทนฺเต มุตฺโต คจฺเฉยฺย ปพฺพตํ ฯ
ดูกรท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นลิง ทรามปัญญา จับต้องสิ่งที่บุคคลไม่ควรจับต้อง ขอพระคุณเจ้าโปรดเปลื้องข้าพเจ้าให้พ้นทุกข์ด้วยเถิด ขอความเจริญจงมีแก่พระคุณเจ้า ข้าพเจ้าพ้นจากความฉิบหายนี้แล้วจะไปอยู่ที่ภูเขา.
กจฺฉปา กสฺสปา โหนฺติ โกณฺฑญฺญา โหนฺติ มกฺกฏา๊
มุญฺจ กสฺสป โกณฺฑญฺญํ กตํ เมถุนกํ ตยาติ ฯ
กจฺฉปชาตกํ ตติยํ ฯ
เต่าทั้งหลาย เป็นสัตว์สืบเนื่องมาจากกัสสปโคตร ลิงทั้งหลายเป็นสัตว์สืบเนื่องมาจากโกณฑัญญโคตร ดูกรเต่าผู้เทือกแถวกัสสปโคตร ท่านจงปล่อยลิงผู้เทือกแถวโกณฑัญญโคตรเสียเถิด ท่านคงเคยทำเมถุนธรรมกันแล้ว.
จบ กัจฉปชาดกที่ ๓.
๔ โลลชาตกํ
๔. โลลชาดก
ว่าด้วยโทษของความโลเล
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค โลลชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กายํ พลากา สิขินี โจรี ลงฺฆีปิตามหา ๔
โอรํ พลาเก อาคจฺฉ จณฺโฑ เม วายโส สขา ฯ
๑ สี. ยุ. ปจฺจเมถ ฯ ๒ ม. อยํ สทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. อุทฺธิตภตฺโตว ฯ
๔ ม. ลงฺฆิปิตามหา ฯ
นกยางตัวนี้ อย่างไรจึงมีหงอน เป็นโจร (เข้ามาอยู่ที่รังกา) ดูกรนกยางผู้มีเมฆเป็นบิดา ท่านจงมาเสียข้างนี้เถิด กาผู้เป็นสหายของเรา เป็นผู้ดุร้าย.
นาหํ พลากา สิขินี อหํ โลลสฺมิ วายโส
อกตฺวา วจนํ ตุยฺหํ ปสฺส ลูโนสฺมิ อาคโต ฯ
เราไม่ใช่นกยางมีหงอน เราเป็นกาโลเล ไม่ได้ทำตามคำของท่าน กลับมาแล้ว จงมองดูเราผู้รุ่นนี้เถิด.
ปุน ปาปชฺชสี สมฺม สีลํ หิ ตว ตาทิสํ
นหิ มานุสิกา ๑ โภคา สุภุญฺชา โหนฺติ ปกฺขินาติ ฯ
โลลชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
ดูกรสหาย ท่านจะได้รับทุกข์อีก เพราะว่า ปกติของท่านเป็นเช่นนั้นเครื่องบริโภคของมนุษย์ไม่ควรที่นกจะพึงบริโภค.
จบ โลลชาดกที่ ๔.
๕ รุจิรชาตกํ
๕. รุจิรชาดก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค รุจิรชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กายํ พลากา รุจิรา กากนิณฺฑสฺมิ ๒ มจฺฉติ
จณฺโฑ กาโก สขา มยฺหํ ยสฺส ๓ เจตํ กุลาวกํ ฯ
นกยางตัวนี้ อย่างไรจึงขาว น่ารัก มาอยู่ในรังกาได้ และนี่เป็นรังของกาผู้ดุร้ายสหายของเรา.
นนุ มํ สมฺม ชานาสิ ทิช สามกโภชนํ
อกตฺวา วจนํ ตุยฺหํ ปสฺส ลูโนสฺมิ อาคโต ฯ
ดูกรนกพิราบผู้สหาย ท่านก็รู้จักเรา ผู้มีข้าวฟ่างเป็นอาหารมิใช่หรือ เรามิได้กระทำตามคำของท่าน กลับมาแล้ว จงมองดูเราผู้รุ่นนี้เถิด.
ปุน ปาปชฺชสี สมฺม สีลํ หิ ตว ตาทิสํ
นหิ มานุสิกา ๔ โภคา สุภุญฺชา โหนฺติ ปกฺขินาติ ฯ
รุจิรชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ดูกรกาผู้สหาย ท่านจะได้รับทุกข์อีก เพราะว่า ปกติของท่านเป็นเช่นนั้นเครื่องบริโภคของมนุษย์ไม่ควรที่นกจะพึงบริโภค.
จบ รุจิรชาดกที่ ๕.
๖ กุรุธมฺมชาตกํ
๖. กุรุธรรมชาดก
ว่าด้วยให้ช้างแก่ท้าวกาลิงคราช
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค กุรุธรรมชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ตว สทฺธญฺจ สีลญฺจ วิทิตฺวาน ชนาธิป
วณฺณํ อญฺชนวณฺเณน กาลิงฺคสฺมึ วินิมฺหเส ๕ ฯ
๑-๔ ม. มานุสกา ฯ ๒ สี. ม. กากนีฬสฺมิมจฺฉติ ฯ ๓ สี. ยุ. ตสฺส ฯ
๕ ม. นินิมุหเส ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่าประชาชน ข้าพระบาททั้งหลาย ได้ทราบศรัทธา และศีลของพระองค์แล้ว จึงมาขอรับพระราชทานเอาทองคำแลกกับช้างมีสีดังดอกอัญชัน นำไปในแคว้นกาลิงคราช.
อนฺนภจฺจา จ ภจฺจา จ โยธ อุทฺทิสฺส คจฺฉติ
สพฺเพเต อปฺปฏิกฺขิปฺปา ปุพฺพาจริยวโจ อิทํ ฯ
สัตว์ที่พึงเลี้ยงด้วยข้าวก็ดี ที่ไม่ได้เลี้ยงก็ดี ผู้ใด ในโลกนี้ ตั้งใจมาหาเราสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด เราก็มิได้ห้ามเลย นี้เป็นถ้อยคำของท่านบูรพาจารย์.
ททามิ โว พฺราหฺมณา นาคเมตํ
ราชารหํ ราชโภคํ ๑ ยสสฺสินํ
อลงฺกตํ เหมชาลาภิฉนฺนํ
สสารถี ๒ คจฺฉถ เยนกามนฺติ ฯ
กุรุธมฺมชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
ดูกรพราหมณ์ทั้งหลาย เราจะให้ช้างนี้อันควรเป็นราชพาหนะ เป็นราชบริโภค ประกอบไปด้วยยศ ประดับไปด้วยเครื่องประดับ ปกคลุมไปด้วยข่ายทอง มีนายหัตถาจารย์ พร้อมแก่ท่านทั้งหลาย ขอพวกท่านจงไปตามปรารถนาเถิด.
จบ กุรุธรรมชาดกที่ ๖.
๗ โรมชาตกํ
๗. โรมชาดก
ว่าด้วยอาชีวกเจ้าเล่ห์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค โรมชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
วสฺสานิ ปญฺญาส สมาธิกานิ
วาสิมฺหิ เสลสฺส คุหาย โรมก
อสงฺกมานา อภินิพฺพุตจิตฺตา ๓
หตฺถตฺถมายนฺติ ๔ มมณฺฑชา ปุเร ฯ
ดูกรปักษีผู้มีขนปีก เมื่อเรามาอยู่ในถ้ำแห่งภูเขานี้กว่า ๕๐ ปี นกพิราบทั้งหลายก็มิได้รังเกียจ เป็นผู้มีจิตเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง ย่อมพากันมาสู่บ่วงมือของเรา ในกาลก่อน.
เตทานิ วงฺกงฺค ๕ กิมตฺถมุสฺสุกฺกา ๖
ภชนฺติ อญฺญํ คิริกนฺทรํ ทิชา
นนุ น มญฺญนฺติ มมํ ยถา ปุเร
จิรมฺปวุฏฺฐา อถวา น เต อิเม ฯ
ดูกรท่านผู้มีอวัยวะคด บัดนี้ นกพิราบเหล่านั้น คงจะเห็นเหตุอะไรกระมัง จึงใคร่จะพากันไปเสพอาศัยซอกภูเขาอื่น นกเหล่านี้ ครั้งก่อนย่อมสำคัญเราอย่างไร บัดนี้ ย่อมไม่สำคัญเราอย่างนั้นหรือ หรือนกเหล่านี้ พลัดพรากไปนานแล้ว จำเราไม่ได้ หรือว่าเป็นนกใหม่จึงไม่เข้าใกล้เรา?
ชานาม ตํ น มยํ สมฺมุฬฺหา ๗
เสฺวว ตฺวํ เต มยมสฺม นญฺเญ ๘
จิตฺตญฺจ เต อสฺมิ ชเน ปทุฏฺฐํ
อาชีวก ๑ เตน ตํ อุตฺตสามาติ ฯ
โรมชาตกํ สตฺตมํ ฯ
๑ ม. ราชโภคฺคํ ฯ ๒ ม. สสารถึ ฯ ๓ ม. อภินิพฺพุตตฺตา ฯ ๔ ม. หตฺลตฺตมายนฺติ ฯ
๕ สี. ม. วกฺกงฺค ฯ ๖ ม. กิมตฺถมุสฺสุกา ฯ ๗ ม. สมฺปมุฬฺหา ฯ ๘ ม. นาญฺเญ ฯ
พวกเราเป็นผู้ไม่หลงใหล รู้อยู่ว่า ท่านก็คือท่านนั่นแหละ พวกเราเหล่านั้นก็ไม่ใช่นกอื่น ก็แต่ว่า จิตของท่านเป็นจิตประทุษร้ายในชนนี้ ดูกรอาชีวก เพราะเหตุนั้น พวกเราจึงหวาดกลัวท่าน.
จบ โรมชาดกที่ ๗.
๘ มหิสชาตกํ ๒-่
๘. มหิสชาดก
ว่าด้วยลิงกับควาย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค มหิสชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กิมตฺถมภิสนฺธาย ๓ ลหุจิตฺตสฺส ทุพฺภิโน ๔
สพฺพกามทุหสฺเสว ๕ อิมํ ทุกฺขํ ติติกฺขสิ ฯ
ท่านอาศัยเหตุอะไรจึงอดกลั้นทุกข์นี้ ต่อลิงผู้มีจิตกลับกลอก มักประทุษร้ายมิตร ดุจเป็นเจ้าของผู้ให้ความใคร่ทั้งปวง.
สิงฺเคน นีหราเสตํ ๖ ปทสาว อธิฏฺฐห
ภิยฺโย พาลา ปกุฏฺเฏยฺยุํ ๗ โน จสฺส ปฏิเสธโก ฯ
ท่านจงขวิดมันเสีย (ด้วยเขา) จงเหยียบเสีย (ด้วยเท้า) ถ้าไม่ห้ามปรามมันเสีย สัตว์ทั้งหลายที่โง่เขลา ก็จะพึงเบียดเบียนร่ำไป.
มเมวายํ มญฺญมาโน อญฺญํเปวํ ๘ กริสฺสติ
เต นํ ตตฺถ วธิสฺสนฺติ สา เม มุตฺติ ภวิสฺสตีติ ฯ
มหิสชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
เมื่อลิงตัวนี้ ดูหมิ่นควายตัวอื่น ดุจดูหมิ่นข้าพเจ้า จักกระทำอนาจารอย่างนี้แก่ควายตัวอื่น ควายเหล่านั้น ก็จะฆ่ามันเสียในที่นั้น ความพ้นอันนั้นจักมีแก่ข้าพเจ้า.
จบ มหิสชาดกที่ ๘.
๙ สตปตฺตชาตกํ
๙. สตปัตตชาดก
ว่าด้วยความสำคัญผิด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค สตปัตตชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ยถา มาณวโก ปนฺเถ สิคาลึ วนโคจรึ
อตฺถกามํ ปเวเทนฺติ อนตฺถกามาติ มญฺญติ
อนตฺถกามํ สตปตฺตํ อตฺถกาโมติ มญฺญติ ฯ
มาณพสำคัญนางสุนัขจิ้งจอกในหนทาง ซึ่งเที่ยวอยู่ในป่า ผู้ปรารถนาประโยชน์ และบอกให้รู้ด้วยอาการอย่างนั้นว่า เป็นผู้ปรารถนาความฉิบหาย มาสำคัญนกกระไนผู้ปรารถนาความฉิบหายว่า เป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ ฉันใด.
เอวเมว อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โหติ ตาทิโส
หิเตภิ วจนํ วุตฺโต ปฏิคฺคณฺหติ วามโต ฯ
๑ ม. อาชีวิกา ฯ ๒ ม. มหึสราชชาตกํ ฯ ๓ สี. ยุ. กมตฺถ ... ฯ ๔ ส. ยุ. ทูภิโน ฯ
๕ สี. สพฺพกามททสฺเสว ฯ ๖ สี. ม. นิหนาเหตํ ฯ ๗ สี. ม. ปกุชฺเฌยฺยุํ ฯ
๘ ม. อญฺเญเปวํ ฯ
บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมเป็นเช่นนั้น เมื่อชนทั้งหลายผู้ปรารถนาประโยชน์จึงกล่าวสอน ย่อมกลับถือเอาโดยไม่เคารพ ฉันนั้น.
เย จ โข นํ ปสํสนฺติ ภยา อุกฺกํสยนฺติ วา
ตญฺหิ โส มญฺญเต มิตฺตํ สตปตฺตํว มาณโวติ ฯ
สตปตฺตชาตกํ นวมํ ฯ
อนึ่ง ชนเหล่าใด สรรเสริญบุคคลนั้นก็ดี ยกย่องบุคคลนั้นเพราะกลัวก็ดี ก็สำคัญชนเหล่านั้นว่า เป็นมิตร เหมือนมาณพสำคัญผิดนกกระไนว่า เป็นมิตร ฉะนั้น.
จบ สตปัตตชาดกที่ ๙.
๑๐ ปูฏทูสกชาตกํ
๑๐. ปูฏทูสกชาดก
ว่าด้วยผู้ชอบทำลาย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ติกนิบาต อุทปานทูสกวรรค ปูฏทูสกชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อทฺธา หิ นูน มิคราชา ปูฏกมฺมสฺส โกวิโท
ตถาหิ ปูฏํ ทูเสติ อญฺญํ นูน กริสฺสติ ฯ
พระยาเนื้อจะฉลาดในการทำห่อใบไม้เป็นแน่ เพราะฉะนั้น จึงได้รื้อห่อใบไม้เสีย คงจะทำห่อใบไม้อย่างอื่นให้ดีกว่าเก่าเป็นมั่นคง.
น เม ปิตา วา มาตา วา ปูฏกมฺมสฺส โกวิทา
กตํ กตํ โข ทูเสม เอวํ ธมฺมมิทํ กุลํ ฯ
บิดา หรือมารดาของเรา ไม่ใช่เป็นคนฉลาดในการทำห่อใบไม้เลย เราได้แต่รื้อสิ่งของที่ทำไว้แล้วๆ เท่านั้น ตระกูลของเรานี้ เป็นธรรมดาอย่างนี้.
เยสํ โว เอทิโส ธมฺโม อธมฺโม ปน กีทิโส
มา โว ธมฺมํ อธมฺมํ วา อทฺทสาม กุทาจนนฺติ ฯ
ปูฏทูสกชาตกํ ทสมํ ฯ
อุทปานวคฺโค ๑ ตติโย
___________
ตสฺสุทฺทานํ
อุทปานวรํ วนพฺยคฺฆ กปิ
สิขินี จ พลากรุจิรวโร
สุชนาธิป โรมก ทูส ปุน
สตปตฺตวโร ปูฏกมฺม ทส ฯ
____________
๑ สี. ยุ. อรญฺญวคฺโค ฯ
ธรรมดาของท่านทั้งหลายเป็นถึงเช่นนี้ ก็สภาพที่มิใช่ธรรมดาจะเป็นเช่นไร ขอพวกเราอย่าได้เห็นธรรมดา หรือมิใช่ธรรมดาของท่านทั้งหลายในกาลไหนๆ เลย.
จบ ปูฏทูสกชาดกที่ ๑๐.
จบ อุทปานวรรคที่ ๓.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อุทปานทูสกชาดก ๒. พยัคฆชาดก
๓. กัจฉปชาดก ๔. โลลชาดก
๕. รุจิรชาดก ๖. กุรุธรรมชาดก
๗. โรมชาดก ๘. มหิสชาดก
๙. สตปัตตชาดก ๑๐. ปูฏทูสกชาดก.
End of อุทปานทูสกวรรค