พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ปฏิสัมภิทาวิภังค์
ปฏิสัมภิทา ๔ เล่ม ๓๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๗๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๔ ในปฏิสัมภิทาวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ปฏิสัมภิทาวิภังค์ ปฏิสัมภิทา ๔ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๕ หน้า ๕๐๕–๕๐๖
๑๕. ปฏิสัมภิทาวิภังค์
๑. สุตตันตภาชนีย์
๑. สังคหวาร
{๗๗๗} [๗๑๘] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้แตกฉานในอรรถชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในธรรมชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้นชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา นี้ชื่อว่าสังคหวาร
- ๑คำว่า ปฏิสัมภิทา หมายถึงปัญญาหรือความรู้ที่แตกฉานทั้ง ๔ ประการ คือ (๑) อัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในอรรถ หมายถึงความรู้ที่สามารถกำหนดลักษณะเฉพาะและความหมายของผลประเภทต่าง ๆ คือรู้แจ้งชัดในความหมาย เห็นข้อธรรมหรือความย่อ ก็สามารถอธิบายขยายออกไปได้โดยพิสดาร หรือเห็นเหตุก็สามารถเชื่อมโยงไปหาผลได้ (๒) ธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในธรรม หมายถึงความรู้ที่สามารถกำหนดลักษณะเฉพาะและความหมายของเหตุประเภทต่าง ๆ คือรู้แจ้งชัดในหลัก เห็นอรรถาธิบายพิสดารก็สามารถจับใจความมาตั้งเป็นหัวข้อได้ หรือเห็นผลก็สามารถสาวถึงเหตุได้ (๓) นิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในนิรุตติ หมายถึงความรู้ที่สามารถกำหนดลักษณะเฉพาะและความหมายของโวหารแห่งภาษาประเภทต่าง ๆ ที่กล่าวถึงอรรถและธรรม คือรู้แจ้งชัดในภาษาธรรม รู้ศัพท์บัญญัติและภาษาต่าง ๆ สามารถใช้คำพูดชี้แจงอรรถและธรรมให้ผู้อื่นเข้าใจและรู้เห็นตามได้ (๔) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในปฏิภาณ หมายถึงความรู้ที่สามารถกำหนดลักษณะเฉพาะและความหมายของปฏิภาณประเภทต่าง ๆ คือรู้แจ้งชัดในปฏิสัมภิทาทั้ง ๓ หรือรู้แจ้งชัดในความคิดทันการ สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาปรับใช้ประโยชน์อย่างสบเหมาะและทำให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงของเรื่องนั้น ๆ (นัย องฺ.ปญฺจก.อ. ๔๒, ขุ.ขุ.อ. ๒๐๖, ขุ.ปฏิ.อ. ๑/๓-๔, อภิ.วิ.อ. ๔๑๓)
๒. สัจจวาร
{๗๗๘} [๗๑๙] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้แตกฉานในทุกข์ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในทุกขสมุทัยชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในทุกขนิโรธชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้นชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา นี้ชื่อว่าสัจจวาร
๓. เหตุวาร
{๗๗๙} [๗๒๐] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้แตกฉานในเหตุชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในผลของเหตุชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้นชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา นี้ชื่อว่าเหตุวาร
๔. ธัมมวาร
{๗๘๐} [๗๒๑] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
จบ ปฏิสัมภิทา ๔