arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก · ธาตุยมก

อุปาทวาร เล่ม ๓๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๑๑–๘๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๔ ในธาตุยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก ธาตุยมก อุปาทวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๔๐๐–๔๐๒

หน้า ๔๐๐

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธาตุไม่ใช่จักขุธาตุหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไมใช่ธาตุหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธาตุไม่ใช่โสตธาตุหรือ ? ...

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธาตุไม่ใช่มโนวิญญาณธาตุหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

(พึงผูกจักกนัย)

(ปัณณัตติวารแห่งอายตนยมก ฉันใด ปัณณัตติวารแห่งธาตุยมกพึงให้พิสดาร ฉันนั้น)

จบ ปัณณัตตินิทเทสวาร

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร

๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุโลมบุคคล

{๘๑๑} [๑๘] อนุ. จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด โสตธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?

วิ. จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีจักขุ ไม่มีโสตะซึ่งกำลังเกิดอยู่ แต่โสตธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นและโสตธาตุก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีจักขุ มีโสตะซึ่งกำลังเกิดอยู่ปฏิ. หรือว่าโสตธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?

หน้า ๔๐๑

วิ. โสตธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีโสตะ ไม่มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่ แต่จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ โสตธาตุย่อมเกิดขึ้นและจักขุธาตุก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีโสตะ มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่{๘๑๒} อนุ. จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ฆานธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?

วิ. จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีจักขุไม่มีฆานะซึ่งกำลังเกิดอยู่ แต่ฆานธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นและฆานธาตุก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีจักขุ มีฆานะซึ่งกำลังเกิดอยู่ปฏิ. หรือว่าฆานธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?

วิ. ฆานธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีฆานะไม่มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่ แต่จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ฆานธาตุย่อมเกิดขึ้นและจักขุธาตุก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีฆานะ มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่{๘๑๓} อนุ. จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด รูปธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ.?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่ารูปธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?

วิ. รูปธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีรูป ไม่มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่ แต่จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ รูปธาตุย่อมเกิดขึ้นและจักขุธาตุก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีรูป มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่{๘๑๔} อนุ. จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มโนวิญญาณธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๔๐๒

ปฏิ. หรือว่ามโนวิญญาณธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?

วิ. มโนวิญญาณธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นซึ่งไม่มีจิต ไม่มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่ แต่จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มโนวิญญาณธาตุย่อมเกิดขึ้นและจักขุธาตุก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีจิตมีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่{๘๑๕} อนุ. จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ธัมมธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าธัมมธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นวิ. ธัมมธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ไม่มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่ แต่จักขุธาตุย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมธาตุย่อมเกิดขึ้นและจักขุธาตุก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีจักขุซึ่งกำลังเกิดอยู่(อายตนยมกท่านจำแนกไว้ ฉันใด แม้ธาตุยมกก็พึงจำแนก ฉันนั้น พึงทำให้เหมือนกัน)

๓. ปริญญาวาร

{๘๑๖} [๑๙] อนุ. บุคคลใดย่อมกำหนดรู้จักขุธาตุ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้โสตธาตุ หรือ ?

วิ. ถูกแล้ว ...

(จบ ธาตุยมก บริบูรณ์โดยไปยาล การละข้อความ)

จบ พระบาลีธาตุยมก

-----

พระบาลีอภิธรรมปิฎก

สัจจยมก

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส

[๑] สัจจะ ๔ คือ

๑. ทุกขสัจ สภาวะที่เป็นจริงคือทุกข์

๒. สมุทยสัจ สภาวะที่เป็นจริงคือเหตุให้เกิดทุกข์

๓. นิโรธสัจ สภาวะที่เป็นจริงคือความดับทุกข์

๔. มัคคสัจ สภาวะที่เป็นจริงคือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สัจจยมก ยมกที่ว่าด้วยหมวดสภาวธรรมที่เรียกว่าสัจจะ จัดเป็นยมกที่ ๕ ของคัมภีร์ยมก ซึ่งคำว่า สัจจะ แปลว่า สภาวะที่เป็นจริง หรือ ความจริง ในสัจจยมกนี้ ได้แก่ สัจจะที่เป็นองค์ธรรม ๔ ประการ หรือเรียกว่า จตุราริยสัจ ความจริงอันประเสริฐ เที่ยงแท้ ความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลาย เป็นอริยะ ๔ ประการ คือ (๑) ทุกขอริยสัจ อริยสัจคือทุกข์ (๒) ทุกขสมุทยอริยสัจ อริยสัจคือเหตุ เกิดแห่งทุกข์ (๓) ทุกขนิโรธอริยสัจ อริยสัจคือความดับทุกข์ (๔) ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ อริยสัจคือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ (พึงดูดวามพิสดารในสัจจสังยุต สํ.ม. (แปล) ๑๙/๑๐๗๑- ๑๒๐๑/๕๙๙-๖๗๙ และ สัจจวิภังค์ อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๑๘๙-๒๑๘/๑๕๘-๑๙๓)
  2. สัจจยมกนี้มีโครงสร้างการดำเนินเนื้อหาเหมือนกับขันธยมก อายตนยมก และธาตุยมกตามที่กล่าวแล้ว ต่างกันโดยเนื้อหาที่เป็นรายละเอียดเล็กน้อย กล่าวคือ ในปวัตติวารนิทเทสจำแนกสัจจะไว้ ๓ ประการ คือ ทุกขสัจ สมุทยสัจ และมัคคสัจเท่านั้น ส่วนนิโรธสัจ ซึ่งหมายถึงพระนิพพานนั้นไม่ได้นำมาจำแนกไว้เพราะเป็นภาวะที่พ้นจากความเกิด-ดับ สมุทยสัจและมัคคสัจแสดงไว้เฉพาะในปวัตติกาล เพราะสัจจะทั้งสองนี้ไม่สามารถเกิดในปฏิสนธิกาลและ จุติกาลได้ และในปริญญาวาร จำแนกไว้เพียง ๒ สัจจะ คือ ทุกขสัจกับสมุทยสัจ ซึ่งเป็นโลกิยะส่วนนิโรธสัจและมัคคสัจจัดเป็นโลกุตตระ จึงเป็นภาวะที่พ้นจากปริญญากิจ

จบ อุปาทวาร