สังขารยมก
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๒๓–๑๒๒๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สงฺขารยมกํ
ปณฺณตฺติวาโร
สังขารยมก
ปัณณัตติวาร
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก สังขาร ๓ อุทเทสวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ตโย สงฺขารา กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร ฯ อสฺสาสปสฺสาสา กายสงฺขาโร วิตกฺกวิจารา วจีสงฺขาโร สญฺญา จ เวทนา จ จิตฺตสงฺขาโร ฐเปตฺวา วิตกฺกวิจาเร สพฺเพปิ จิตฺตสมฺปยุตฺตกา ธมฺมา จิตฺตสงฺขาโร ฯ
อุทฺเทสวาโร
สังขาร ๓ คือ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร.
ลมอัสสาสะและปัสสาสะ ชื่อว่า กายสังขาร วิตกและวิจาร ชื่อว่า วจีสังขาร สัญญาและเวทนา ชื่อว่า จิตตสังขาร ธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต แม้ทั้งหมด เว้นวิตกและวิจาร ชื่อว่าจิตตสังขาร.
กาโย กายสงฺขาโร กายสงฺขาโร กาโย ฯ วจี วจีสงฺขาโร วจีสงฺขาโร วจี ฯ จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตํ ฯ
กายชื่อว่า กายสังขารหรือ กายสังขาร คือกายหรือ?
อุทเทสวาร
วจี ชื่อว่า วจีสังขารหรือ วจีสังขาร คือวจีหรือ?
จิต ชื่อว่า จิตสังขารหรือ จิตตสังขาร คือจิตหรือ?
น กาโย น กายสงฺขาโร น กายสงฺขาโร น กาโย ฯ น วจี น วจีสงฺขาโร น วจีสงฺขาโร น วจี ฯ น จิตฺตํ น จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตํ ฯ
___________
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่กายหรือ?
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่วจีหรือ?
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่จิตหรือ?
กาโย กายสงฺขาโร สงฺขารา วจีสงฺขาโร ฯ กาโย กายสงฺขาโร สงฺขารา จิตฺตสงฺขาโร ฯ วจี วจีสงฺขาโร สงฺขารา กายสงฺขาโร ฯ วจี วจีสงฺขาโร สงฺขารา จิตฺตสงฺขาโร ฯ จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโร สงฺขารา กายสงฺขาโร ฯ จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโร สงฺขารา วจีสงฺขาโร ฯ
กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ สังขารคือวจีสังขารหรือ?
กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ สังขาร คือกายสังขารหรือ?
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ สังขาร คือกายสังขารหรือ?
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ สังขาร คือวจีสังขารหรือ?
น กาโย น กายสงฺขาโร น สงฺขารา น วจีสงฺขาโร ฯ น กาโย น กายสงฺขาโร น สงฺขารา น จิตฺตสงฺขาโร ฯ น วจี น วจีสงฺขาโร นสงฺขารา น กายสงฺขาโร ฯ น วจี น วจีสงฺขาโร นสงฺขารา น จิตฺตสงฺขาโร ฯ น จิตฺตํ น จิตฺตสงฺขาโร น สงฺขารา น กายสงฺขาโร ฯ น จิตฺตํ น จิตฺตสงฺขาโร น สงฺขารา น วจีสงฺขาโร ฯ
___________
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร วจีสงฺขาโร กายสงฺขาโร ฯ กายสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร กายสงฺขาโร ฯ วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร วจีสงฺขาโร ฯ
กายสังขาร คือวจีสังขารหรือ วจีสังขาร คือกายสังขารหรือ?
กายสังขาร คือจิตตสังขารหรือ จิตตสังขาร คือกายสังขารหรือ?
วจีสังขาร คือจิตตสังขารหรือ จิตตสังขาร คือวจีสังขารหรือ?
น กายสงฺขาโร น วจีสงฺขาโร น วจีสงฺขาโร น กายสงฺขาโร ฯ น กายสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโร น กายสงฺขาโร ฯ น วจีสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโร น วจีสงฺขาโร ฯ
อุทฺเทสวาโร ฯ
ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
อุทเทสวาร จบ.
นิทฺเทสวาโร
นิทเทสวาร
ปทโสธนวาร
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก นิทเทสวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
กาโย กายสงฺขาโรติ: โน ฯ กายสงฺขาโร กาโยติ: โน ฯ วจี วจีสงฺขาโรติ: โน ฯ วจีสงฺขาโร วจีติ: โน ฯ จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโรติ: โน ฯ จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตนฺติ: โน ฯ
กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
หามิได้.
กายสังขาร ชื่อว่ากายหรือ?
หามิได้.
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ?
หามิได้.
วจีสังขาร ชื่อว่าวจีหรือ?
หามิได้.
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ?
หามิได้.
จิตตสังขาร ชื่อว่าจิตหรือ?
หามิได้.
น กาโย น กายสงฺขาโรติ: กายสงฺขาโร น กาโย กายสงฺขาโร กายญฺจ กายสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ๑ น เจว กาโย น จ กายสงฺขาโร ฯ น กายสงฺขาโร น กาโยติ: กาโย น กายสงฺขาโร กาโย กายญฺจ กายสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว กาโย น จ กายสงฺขาโร ฯ น วจี น วจีสงฺขาโรติ: วจีสงฺขาโร น วจี วจีสงฺขาโร วจิญฺจ วจีสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว วจี น จ วจีสงฺขาโร ฯ น วจีสงฺขาโร น วจีติ: วจี น วจีสงฺขาโร วจี วจิญฺจ วจีสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว วจี น จ วจีสงฺขาโร ฯ น จิตฺตํ น จิตฺตสงฺขาโรติ: จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตญฺจ จิตฺตสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จิตฺตํ น จ จิตฺตสงฺขาโร ฯ น จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตนฺติ: จิตฺตํ น จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตํ จิตฺตญฺจ จิตฺตสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จิตฺตํ น จ จิตฺตสงฺขาโร ฯ
___________
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่กาย เป็นแต่กายสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นกาย และกายสังขาร ไม่ใช่กาย และไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่กายหรือ?
กาย ไม่ใช่กายสังขาร เป็นแต่กาย ธรรมที่เหลือ เว้นกายและกายสังขาร ไม่ใช่กายและไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่วจี เป็นแต่วจีสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นวจี และวจีสังขาร ไม่ใช่วจีและไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่วจีหรือ?
วจี ไม่ใช่วจีสังขาร เป็นแต่วจี ธรรมที่เหลือ เว้นวจี และวจีสังขาร ไม่ใช่วจี และไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่จิต เป็นแต่จิตตสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นจิต และจิตตสังขารไม่ใช่จิต และไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่จิตหรือ?
จิต ไม่ใช่จิตตสังขาร เป็นแต่จิต ธรรมที่เหลือ เว้นจิต และจิตตสังขาร ไม่ใช่จิตและไม่ใช่จิตตสังขาร.
กาโย กายสงฺขาโรติ: โน ฯ สงฺขารา วจีสงฺขาโรติ: วจีสงฺขาโร สงฺขาโร เจว วจีสงฺขาโร จ อวเสสา สงฺขารา สงฺขารา น วจีสงฺขาโร ฯ กาโย กายสงฺขาโรติ: โน ฯ สงฺขารา จิตฺตสงฺขาโรติ: จิตฺตสงฺขาโร สงฺขาโร เจว จิตฺตสงฺขาโร จ อวเสสา สงฺขารา สงฺขารา น จิตฺตสงฺขาโร ฯ วจี วจีสงฺขาโรติ: โน ฯ สงฺขารา กายสงฺขาโรติ: กายสงฺขาโร สงฺขาโร เจว กายสงฺขาโร จ อวเสสา สงฺขารา สงฺขารา น กายสงฺขาโร ฯ วจี วจีสงฺขาโรติ: โน ฯ สงฺขารา จิตฺตสงฺขาโรติ: จิตฺตสงฺขาโร สงฺขาโร เจว จิตฺตสงฺขาโร จ อวเสสา สงฺขารา สงฺขารา น จิตฺตสงฺขาโร ฯ จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโรติ: โน ฯ สงฺขารา กายสงฺขาโรติ: กายสงฺขาโร สงฺขาโร เจว กายสงฺขาโร จ อวเสสา สงฺขารา สงฺขารา น กายสงฺขาโร ฯ จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโรติ: โน ฯ สงฺขารา วจีสงฺขาโรติ: วจีสงฺขาโร สงฺขาโร เจว วจีสงฺขาโร จ อวเสสา สงฺขารา สงฺขารา น วจีสงฺขาโร ฯ
๑ อวเสสนฺติ: น เกวลํ เสสสงฺขารทฺวยเมว กายสงฺขารวินิมุตฺตํ ปน
เสสํ สพฺพมฺปิ สงฺขตาสงฺขตปณฺณตฺติเภทํ ธมฺมชาตํ เนว กาโย น กายสงฺขาโรติ
อฏฺฐกถา ฯ
ปทโสธนมูลจักกวาร
กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือวจีสังขารหรือ?
วจีสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นวจีสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร.
กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นจิตตสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร.
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
กายสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นกายสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่กายสังขาร.
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นจิตตสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร.
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือกายสังขารหรือ?
กายสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นกายสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่กายสังขาร.
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือวจีสังขารหรือ?
วจีสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นวจีสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร.
น กาโย น กายสงฺขาโรติ: กายสงฺขาโร น กาโย กายสงฺขาโร กายญฺจ กายสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว กาโย น จ กายสงฺขาโร ฯ น สงฺขารา น วจีสงฺขาโรติ: อามนฺตา ฯ น กาโย น กายสงฺขาโรติ: กายสงฺขาโร น กาโย กายสงฺขาโร กายญฺจ กายสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว กาโย น จ กายสงฺขาโร ฯ น สงฺขารา น จิตฺตสงฺขาโรติ: อามนฺตา ฯ น วจี น วจีสงฺขาโรติ: วจีสงฺขาโร น วจี วจีสงฺขาโร วจิญฺจ วจีสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว วจี น จ วจีสงฺขาโร ฯ น สงฺขารา น กายสงฺขาโรติ: อามนฺตา ฯ น วจี น วจีสงฺขาโรติ: วจีสงฺขาโร น วจี วจีสงฺขาโร วจิญฺจ วจีสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว วจี น จ วจีสงฺขาโร ฯ น สงฺขารา น จิตฺตสงฺขาโรติ: อามนฺตา ฯ
น จิตฺตํ น จิตฺตสงฺขาโรติ: จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตญฺจ จิตฺตสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จิตฺตํ น จ จิตฺตสงฺขาโร ฯ น สงฺขารา น กายสงฺขาโรติ: อามนฺตา ฯ น จิตฺตํ น จิตฺตสงฺขาโรติ: จิตฺตสงฺขาโร น จิตฺตํ จิตฺตสงฺขาโร จิตฺตญฺจ จิตฺตสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จิตฺตํ น จ จิตฺตสงฺขาโร ฯ น สงฺขารา น วจีสงฺขาโรติ: อามนฺตา ฯ
___________
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่กาย เป็นแต่กายสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นกายและกายสังขารไม่ใช่กายและไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
ถูกแล้ว
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
กายสังขารไม่ใช่กาย เป็นแต่กายสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นกายและกายสังขาร ไม่ใช่กาย และไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่วจี เป็นแต่วจีสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นวจีและวจีสังขาร ไม่ใช่วจีและไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ
วจีสังขาร ไม่ใช่วจี เป็นแต่วจีสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นวจีและวจีสังขาร ไม่ใช่วจีและไม่ใช่วจีสังขาร
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่จิต เป็นแต่จิตตสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นจิตและจิตตสังขารไม่ใช่จิต และไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขาร หรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่จิต เป็นแต่จิตตสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นจิตและจิตตสังขารไม่ใช่จิตและไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร หรือ?
ถูกแล้ว.
กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโรติ: โน ฯ วจีสงฺขาโร กายสงฺขาโรติ: โน ฯ กายสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโรติ: โน ฯ จิตฺตสงฺขาโร กายสงฺขาโรติ: โน ฯ วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโรติ: โน ฯ จิตฺตสงฺขาโร วจีสงฺขาโรติ: โน ฯ
สุทธสังขารวาร
กายสังขาร คือวจีสังขาร หรือ?
หามิได้.
วจีสังขาร คือกายสังขาร หรือ?
หามิได้.
กายสังขาร คือจิตตสังขาร หรือ?
หามิได้.
จิตตสังขาร คือกายสังขาร หรือ?
หามิได้.
วจีสังขาร คือจิตตสังขาร หรือ?
หามิได้.
จิตตสังขาร คือวจีสังขาร หรือ?
หามิได้.
น กายสงฺขาโร น วจีสงฺขาโรติ: วจีสงฺขาโร น กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร กายสงฺขารญฺจ วจีสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว กายสงฺขาโร น จ วจีสงฺขาโร ฯ น วจีสงฺขาโร น กายสงฺขาโรติ: กายสงฺขาโร น วจีสงฺขาโร กายสงฺขาโร วจีสงฺขารญฺจ! กายสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว วจีสงฺขาโร น จ กายสงฺขาโร ฯ น กายสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโรติ: จิตฺตสงฺขาโร น กายสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร กายสงฺขารญฺจ จิตฺตสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว กายสงฺขาโร น จ จิตฺตสงฺขาโร ฯ น จิตฺตสงฺขาโร น กายสงฺขาโรติ: กายสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโร กายสงฺขาโร จิตฺตสงฺขารญฺจ กายสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จิตฺตสงฺขาโร น จ กายสงฺขาโร ฯ น วจีสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโรติ: จิตฺตสงฺขาโร น วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร วจีสงฺขารญฺจ จิตฺตสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว วจีสงฺขาโร น จ จิตฺตสงฺขาโร ฯ น จิตฺตสงฺขาโร น วจีสงฺขาโรติ: วจีสงฺขาโร น จิตฺตสงฺขาโร วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขารญฺจ วจีสงฺขารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จิตฺตสงฺขาโร น จ วจีสงฺขาโร ฯ
ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร หรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร เป็นแต่วจีสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นกายสังขารและวจีสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร และไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร หรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร เป็นแต่กายสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นวจีสังขาร และกายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารและไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร หรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร เป็นแต่จิตตสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นกายสังขารและจิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขารและไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร หรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร เป็นแต่กายสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นจิตตสังขารและกายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารและไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร หรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร เป็นแต่จิตตสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นวจีสังขารและจิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารและไม่ใช่จิตตสังขาร
ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร หรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร เป็นแต่วจีสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นจิตตสังขารและวจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร และไม่ใช่วจีสังขาร.
นิทเทสวาร จบ.
ปัณณัตติวาร จบ.
ปณฺณตฺติวาโร
ปวตฺติวาโร
ปวัตติวาร
อุปปาทวาร
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก อุปปาทวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในชั้นกามาวจร ที่เข้าปฐมฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
หรือว่า วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นและกายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในชั้นกามาวจร ที่เข้าปฐมฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌาเน กามาวจเร ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌาเน กามาวจเร ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในปฐมฌาน(ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ.
ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: จตุตฺถชฺฌาเน รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌาเน ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน กามาวจเร ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
จิตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือปฐมฌาน ในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในกามาวจรภูมิ.
ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน จตุตฺถชฺฌาเน ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌาเน กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ จตุตฺถชฺฌาเน อสญฺญสตฺเต ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ จตุตฺถชฺฌาเน อสญฺญสตฺเต ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
หรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นคือจตุตถฌาน ในอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในอสัญญสัตตภูมิ.
ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: จตุตฺถชฺฌาเน รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นใน
ภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิแต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน จตุตฺถชฺฌาเน ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
หรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน แต่จิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ๔ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ยสฺสยตฺถเก นิโรธสมาปนฺนานนฺติ น ลพฺภติ ฯ
___________
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด คือในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน ข้อว่า "นิโรธสมาปนฺนานํ" ย่อมไม่ได้ในคำว่า "ยสฺส ยตฺถ"
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ ยตฺถกมฺปิ สพฺพตฺถ เอกสทิสํ ฯ
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
แม้คำว่า ยตฺถ ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันทุกบท.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วและกายสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌานทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อิตเรสํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
___________
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่จิตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้.
ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่วิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด และสัตว์ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิแต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อิตเรสํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้นและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํง ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าถึงจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
___________
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อาสนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชต ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วและวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และจีวรสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ไม่มี.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ไม่มี.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ไม่มี.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
________________
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณุ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ที่มีวิตกและมีวิจาร แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกมีวิจารแต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อม-เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
___________
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว วจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌานตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิมีวิตกมีวิจาร แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภูมิมีวิตกมีวิจาร นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิไม่มีวิตกไม่มีวิจาร แต่วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิมีวิตกมีวิจาร
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นคือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิตฺถ อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อุปฺปาทวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจารแต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในภูมิอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
อุปาทวาร จบ.
นิโรธวาร
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก นิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจารย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์นั้น ผู้เข้าปฐมฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ฯเปฯ
กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ?
กายสังขารในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ย่อมดับไป แต่วจีสังขารในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ฯลฯ
คำว่า ยสฺส (แห่งสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ยสฺสยตฺถเก นิโรธสมาปนฺนานนฺติ น กาตพฺพํ ฯ
___________
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์
นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดีพึงให้พิสดาร เช่นเดียวกัน ไม่พึงกระทำว่าผู้เข้านิโรธ ในคำว่า ยสฺส ยตฺถ.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร ฯเปฯ ยถา อุปฺปาทวาเร อตีตา ปุจฺฉา ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ อนุโลมมฺปิ ปจฺจนิยมฺปิ วิภตฺตํ เอวํ นิโรธวาเรปิ วิภชิตพฺพํ ฯ นตฺถิ นานากรณํ ฯ
___________
กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ.
การถามที่เป็นอดีต ในอุปปาทวารตลอดถึงคำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺสยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้ว ฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนก ฉันนั้น ไม่มีการทำต่างๆ กัน.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ซึ่งกำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจารของสัตว์ซึ่งมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักดับไป.
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไปและกายสังขารก็จักดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อิตเรสํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌานตติยฌาน จตุตถฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไปแต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตจักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯเปฯ
กายสังขารในภูมิใด จักไม่ดับไป ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปนฎ ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขาร ก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็จักไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ๓ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
________________
วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌานตติยฌาน จตุตถฌาน จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะเคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไป
แล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะเคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
ไม่มี.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
ไม่มี.
ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
ไม่มี.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปฺปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ
___________
วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับ
ไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะจักดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับ
ไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ย่อมดับไปแต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขาร ก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จฟ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะจักดับไป กายสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารย่อมดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น นอกนี้ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นนรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ อวิตกฺก- อวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ
____________
วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต อันมีวิตกและมีวิจารจักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว
ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ๑ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จัก
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิจักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ จักดับไป และกายสังขารก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
๑ อิโต ปรํ ปุริมสทิสํ ตสฺมา อิธ น ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิเคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิจักดับไป และกายสังขารก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันไม่วิตกและไม่มีวิจาร จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
เคยดับไปแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ฯเปฯ
กายสังขารในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิไม่เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต อันมีวิตกและมีวิจาร สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไป.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ
นิโรธวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
นิโรธวาร จบ.
อุปปาทนิโรธวาร
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก อุปปาทนิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ฯเปฯ อิตเรสํ ยตฺถกานํ สทิสํ ฯ ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ ในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่วจีสังขารในภูมินั้นย่อมดับไป ก็หาไม่ ฯลฯ คำว่า ยตฺถ นอกจากนี้ เป็นเช่นเดียวกัน.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺสยตฺถ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธผู้เป็นอสัญญสัตว์ และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธและผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไปแต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ ฯ ยสฺสยตฺถเก นิโรธสมาปนฺนานนฺติ น ลพฺภติ ฯ
___________
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ.
ข้อว่า ยสฺส (แก่สัตว์ใด) ก็ดี ข้อว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใด ในภูมิใด) ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.
บทว่า นิโรธสมาปนฺนานํ ย่อมไม่ได้ในข้อว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใด ในภูมิใด).
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ อตีตา ปุจฺฉา อุปฺปาทวาเรปิ นิโรธวาเรปิ อุปฺปาทนิโรธวาเรปิ สทิสํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
___________
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
คำถามที่เป็นอดีต ในอุปปาทวาร ก็ดี ในนิโรธวาร ก็ดี ในอุปปาทนิโรธวาร ก็ดีพึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่จักดับไปแต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ จักดับไปและกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลายนอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.
ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักดับไป แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ และวจีสังขารก็จักดับไป?
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิจักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อิตเรสํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานจตุตถฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้น.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติโน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
หรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็จักไม่เกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ และจิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
________________
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ๑ ฯเปฯ ยถา อุปฺปาทวาเร ปจฺจุปฺปนฺเนนาตีตา ปุจฺฉา อนุโลมมฺปิ ปจฺจนิยมฺปิ วิภตฺตํ เอวํ อุปฺปาทนิโรธวาเรปิ ปจฺจุปฺปนฺเนนาตีตา ปุจฺฉา อนุโลมมฺปิ ปจฺจนิยมฺปิ วิภชิตพฺพํ ฯ
๑ อิโต ปรํ สุวิญฺเญยฺยํ ตสฺมา นวิภตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ ฯ เอตฺถายํ
วิเสโส กายสงฺขารจิตฺตสงฺขารยมกปุจฺฉา ปุริมสทิสา
วจีสงฺขารจิตฺตสงฺขารยมกปุจฺฉายมฺปน วินา อสฺสาสปสฺสาเสหีติ ฐาเน วินา
วิตกฺกวิจาเรหีติ ทฏฺฐพฺพํ อสฺสาสปสฺสาสานนฺติ จ ฐาเน วิตกฺกวิจารานนฺติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไป
แล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะเคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
คำถามที่เป็นอดีตกับปัจจุบัน อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้วในอุปปาทวาร ฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวาร คำถามที่เป็นอดีตกับด้วยปัจจุบัน อนุโลม ก็ดีปัจจนียะ ก็ดี พึงจำแนก ฉันนั้น.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะจักดับไป และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับ
ไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะจักดับไป และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
ยสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ วิตกฺกวิจารานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ ฯ
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร จักดับไป แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารจักดับไปและวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับ
ไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารฉิจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ
ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อภิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักไม่ดับไป แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
_________________
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
ยสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโณ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯเปฯ
ยถา นิโรธวาเร อตีเตนานาคตา ปุจฺฉา อนุโลมมฺปิ ปจฺจนิยมฺปิ วิภตฺตํ เอวํ อุปฺปาทนิโรธวาเรปิ อตีเตนานาคตา ปุจฺฉา อนุโลมมฺปิ ปจฺจนิยมฺปิ วิภชิตพฺพํ อสมฺโมหนฺเตน ฯ นิโรธวาเร สทิสํ ฯ นตฺถิ นานากรณํ ฯ
อุปฺปาทนิโรธวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ปวตฺติวาโร ฯ
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว ฯลฯ.
คำถามที่เป็นอนาคตกับด้วยอดีต อนุโลมก็ดี ปัจจนียะก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้วในนิโรธวาร ฉันใด คำถามที่เป็นอนาคตกับด้วยอดีต อนุโลมก็ดี ปัจจนียะก็ดี แม้ในอุปปาทนิโรธวารผู้มีปัญญาพึงจำแนก ฉันนั้น.
ในนิโรธวารก็เหมือนกัน ไม่มีเหตุที่จะทำให้ต่างๆ กัน.
อุปปาทนิโรธวาร จบ.
ปวัตติวาร จบ.
ปริญฺญาวาโร
ปริญญาวาร
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก ปริญญาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
โย กายสงฺขารํ ปริชานาติ โส วจีสงฺขารํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน วจีสงฺขารํ ปริชานาติ โส กายสงฺขารํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยถา ขนฺธยมเก ปริญฺญาวารํ วิภตฺตํ เอวํ สงฺขารยมเกปิ ปริญฺญาวารํ วิภชิตพฺพํ ฯ
ปริญฺญาวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
สงฺขารยมกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
_________________
อนุสยยมกํ
สตฺต อนุสยา
กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโย มานานุสโย ทิฏฺฐานุสโย
วิจิกิจฺฉานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโย ฯ
บุคคลใดย่อมกำหนดรู้กายสังขาร บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้วจีสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดย่อมกำหนดรู้วจีสังขาร บุคคลนั้น ย่อมกำหนดรู้กายสังขาร?
ถูกแล้ว.
ปริญญาวาร ท่านจำแนกไว้แล้วในขันธยมก ฉันใด ปริญญาวารแม้ในสังขารยมกก็พึงจำแนก ฉันนั้น.
ปริญญาวาร จบ.
สังขารยมก จบ.
จบ สังขารยมก