พระอภิธรรมปิฎก ยมก · ขันธยมก
ขันธ์ ๕ อุทเทสวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓–๓๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๙ ในขันธยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก ขันธยมก ขันธ์ ๕ อุทเทสวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๒ หน้า ๕๔–๘๐
ขันธยมกที่ ๒
ปัณณัตติวารุทเทส
[๒๓] ขันธ์ ๕ คือ :-
๑. รูปขันธ์
๒. เวทนาขันธ์
๓. สัญญาขันธ์
๔. สังขารขันธ์
๕. วิญญาณขันธ์.
อุทเทสวาระ
ปทโสธนวาระ อนุโลม
[ ๒๔ ] ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา. ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ
ปทโสธนวาระ ปัจจนิก
[ ๒๕ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทวนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
ปทโสธนวาระ ปัจจนิก จบ
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม
รูปขันธมูล
[ ๒๖ ] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ รูปขันธมูล
เวทนาขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทวนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ เวทนาขันธมูล
สัญญาขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ สัญญาขันธมูล
สังขารขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ สังขารขันธมูล
วิญญาณขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ วิญญาณขันธมูล
ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก
รูปขันธมูล
[๒๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ รูปขันธมูล
เวทนาขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ? ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ เวทนาขันธมูล
สัญญาขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ สัญญาขันธมูล
สังขารขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ สังขารขันธมูล
วิญญาณขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
จบ วิญญาณขันธมูล
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ
สุทธขันธวาระ อนุโลม
[ ๒๘ ] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
สุทธขันธวาระ อนุโลม จบ
สุทธขันธวาระ ปัจจนิก
[ ๒๙ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
สุทธขันธวาระ ปัจจนิก จบ
สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม
รูปขันธมูล
[๓๐] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ, ใช่ไหม ?
จบ รูปขันธมูล
เวทนาขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ เวทนาขันธมูล
สัญญาขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ สัญญาขันธมูล
สังขารขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ สังขารขันธมูล
วิญญาณขันธมูล
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
จบ วิญญาณขันธมูล
สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม จบ
สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก
รูปขันธมูล
[ ๓๑ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ใช่ไหม ?
จบ รูปขันธมูล
เวทนาขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ เวทนาขันธมูล
สัญญาขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ สัญญาขันธมูล
สังขารขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?
จบ สังขารขันธมูล
วิญญาณขันธมูล
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?
จบ วิญญาณขันธมูล
สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ
ปัณณัตติวารุทเทส จบ
อรรถกถาขันธยมก
วรรณนาอุทเทสวาระ
บัดนี้ เป็นการวรรณนา ขันธยมก ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ในลำดับต่อจาก มูลยมก เพราะทรงรวบรวมซึ่งธรรมทั้งหลายมีกุศลเป็นต้น อันพระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมก ด้วยอำนาจแห่งขันธ์ พึงทราบการกำหนดพระบาลีในขันธ์ยมกอย่างนี้ก่อน.
ใน ขันธยมก นี้ มี มหาวาระ ๓ คือ ปัณณัตติวาระปวัตติวาระ และปริญญาวาระ.
ในมหาวาระทั้ง ๓ นั้น ปัณณัตติวาระ ตรัสเรียกว่า ปัณ-ปวัตติวาระ เพราะทรงกระทำด้วยอำนาจการชำระชื่อของขันธ์ทั้งหลาย.
ปวัตติวาระ ตรัสเรียกว่า ปวัตติวาระ เพราะทรงชำระความเป็นไปด้วยอำนาจการเกิดขึ้นและการดับไปของขันธ์ทั้งหลายที่พระองค์ทรงชำระชื่อแล้ว.
ปริญญาวาระ ตรัสเรียกว่า ปริญญาวาระ เพราะทรงแสดงปริญญา ๓ แห่ง ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นไปแล้วตามลำดับ โดยสังเขป.
ในมหาวาระเหล่านั้น ปัณณัตติวาระ พระองค์ทรงกำหนดด้วยอาการ ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอุทเทสและนิทเทส ในอุเทสและนิทเทสแม้เหล่านี้ อุทเทสวาระไม่มีโดยแผนกหนึ่ง จำเดิมแต่ต้น พระองค์
ทรงกำหนดนิทเทสโดยส่วนเดียวด้วยอำนาจปุจฉาและวิสัชนา บัณฑิตพึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัตติวาระตั้งแต่บทว่า ปญฺจกฺขนฺธาเป็นต้น จนถึง นขนฺธา นสงฺขารา แม้คำว่า ปุจฉาวาระ นี้ ก็เป็นชื่อของอุทเทส ในปัณณัตติวาระนั้น บทว่า ปญฺจกฺขนฺธา ดังนี้ความว่า นี้เป็นอุทเทสของขันธ์ทั้งหลายที่พึงถามด้วยอำนาจของยมก.
พึงทราบการกำหนดชื่อของขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้น โดยประเภทว่า รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณ-ขันธ์.
บัดนี้ นัยวาระ ๔ คือ ปทโสธนวาระ, ปทโสธนมูลจักก-วาระ, สุทธักขันธวาระ, สุทธักขันมูลจักกวาระ ย่อมมีด้วยอำนาจของขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้น.
ในนัยวาระเหล่านั้น วาระที่ทำการชำระบทโดยนัยเป็นต้นว่ารูปํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูปํ ดังนี้นั่นแหละ ชื่อว่า ปทโส-ธนวาระ ในปทโสธนวาระนั้น มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม ในปทโสธนวาระนั้น ในอนุโลมวาระมี ๕ ยมก คือ รูปํรูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูปํ ดังนี้เป็นต้น ถึงในปฏิโลมก็มี ๕ อย่างคือ นรูปํ นรูปกฺขนฺโธ นรูปกฺขนฺโธ นรูปํ ดังนี้เป็นต้น.
เบื้องหน้าแต่นี้ เป็นวาระที่ทรงผูกมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ แห่งขันธ์ทั้งหลาย อันพระองค์ทรงชำระแล้วในปทโสธนวาระเหล่านั้นนั่นแหละ
ให้เป็นจักร โดยนัยเป็นต้นว่า รูปํ รูปกฺขนฺโธ, ขนฺธา เวทนากฺขนฺโธ ดังนี้ ชื่อว่า ปทโสธนมูลจักกวาระ เพราะความที่แห่งจักรทั้งหลายอันเป็นมูลแห่งการชำระบทมีอยู่ แม้ในปทโสธนมูลจักกวาระนั้นก็มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมปฏิโลม ในอนุโลมและปฏิโลมเหล่านั้น ในอนุโลมวาระ มียมก ๒๐ เพราะกระทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆให้เป็น ๔ มี รูปํ รูปกฺขนฺโธ, ขนฺธา เวทนากฺขนฺโธ ดังนี้เป็นต้นแม้ในปฏิโลมก็มี ๒๐ เท่านั้น เพราะทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ ให้เป็น ๔มี นรูปํ นรูปกฺขนฺโธ, นขนฺธา นเวทนากฺขนฺโธ ดังนี้เป็นต้น.
เบื้องหน้าแต่นี้วาระที่ดำเนินไปแล้วด้วยอำนาจขันธ์ล้วน ๆ โดย
นัยเป็นต้นว่า รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธา รูปํ ดังนี้ ชื่อ สุทธักขันธ-วาระ ในสุทธักขันธวาระนั้น ในปุจฉาว่า ขนฺธา รูปํ เป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ? ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ หรือ ถามว่า เพราะเหตุไร ตอบว่าเพราะท่านจำแนกไว้ในนิทเทสวาระอย่างนี้.
ก็ใน นิทเทสวาระ นั้น ถามว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์หรือตอบว่า ใช่.
ถามว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูปขันธ์หรือ ?
ตอบว่า รูปขันธ์ ชื่อว่า รูปด้วย ชื่อว่า รูปขันธ์ด้วย
ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ดังนี้ ท่านยกบทขึ้นจำแนก
เนื้อความโดยนัยเป็นต้นว่า ขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูปขันธ์หรือ แห่งบททั้งหลาย ว่าขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูปหรือ ดังนี้ ด้วยประการฉะนี้ก็ด้วยเหตุนั้น วาระนั้นท่านจึงเรียกว่า สุทธักขันธวาระ ในสุทธัก-ขันธวาระนี้ คำว่า น ขนฺธา เป็นคำที่มีประมาณ เหมือนในการชำระคำ ก็สุทธักขันธวาระย่อมได้โดยประการใด ๆ เนื้อความเทียวเป็นประมาณ ย่อมได้โดยประการนั้น ๆ แม้ในอายตนยมกเป็นต้นข้างหน้าก็มีนัยนี้เหมือนกัน ก็ในสุทธักขันธวาระมี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม ในอนุโลมและปฏิโลมเหล่านั้น ในอนุโลมวาระมียมก ๕ อย่าง คือ รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธา รปํ เป็นต้น แม้ในปฏิโลมวาระก็มียมก ๕ อย่าง คือ นรูปํ นขนฺโธ, นขนฺธานรปํ ดังนี้เป็นต้น
เบื้องหน้าแต่นั้นท่านกระทำการผูกมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ แห่งสุท-
ธักขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้นโดยนัยเป็นต้นว่า รูปํ ขนฺโธ ขนธา เวทานาให้เป็น ๔ ชื่อ สุทธักขันธมูลจักกวาระ เพราะความที่จักรมีสุทธักขันธ์เป็นมูลมีอยู่ ในสุทธักขันธมูลจักกวาระนั้น พึงทราบเนื้อความ โดยนัยเป็นต้นว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า เวทนาขันธ์หรือแห่งคำถามว่า ขนฺธา เวทนา เป็นต้น
โดยประการนอกนี้ จึงมีความผิดกันกับนิทเทสวาระ แม้สุทธัก-ขันธมูลจักกวาระนั้นก็มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม ใน
อนุโลมและปฏิโลมเหล่านั้น ในอนุโลมวาระมียมก ๒๐ เพราะกระทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ ให้เป็นจักร ๔ มีบทเป็นต้นว่า รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธาเวทนา ดังนี้ แม้ในปฏิโลมวาระก็มี ๒๐ เหมือนกัน เพราะกระทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ ให้เป็น ๔ มีบทเป็นต้นว่า นรูปํ นขนฺโธ, นขนฺธานเวทนา ดังนี้ พึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัตติวาระ อันประดับแล้วด้วยยมก ๑๐๐ ด้วยคำถาม ๒๐๐ และด้วยอรรถ ๔๐๐ เพราะกระทำอรรถทั้งหลายให้เป็นสอง ด้วยอำนาจสันนิฏฐานและสังสยะ เพื่อการถามในนัยหนึ่ง ๆ อย่างนี้ก่อน ด้วยประการฉะนี้.
วรรณนาอุทเทสวาระ จบ.
นิทเทสวาระ
ปทโสธนวาระ อนุโลม
[ ๓๒] ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ปิยรูป สาตรูป ชื่อว่า รูป แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, รูปขันธ์ชื่อว่ารูปด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์ ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๓] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๔] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?
ทิฏฐิสัญญาชื่อว่าสัญญา แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ชื่อว่าสัญญาด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย.
ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?
ใช่.
[๓๕] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?
ยกเว้นสังขารเสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น ชื่อว่าสังขาร แต่
จบ ขันธ์ ๕ อุทเทสวาร