พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สัปปัจจยทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๕–๑๘๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๓ ในสัปปัจจยทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปัจจยทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๒ หน้า ๑๓๑–๑๓๕
(ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดีพึงให้พิสดารอย่างนี้ ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๑ วารเท่านั้น)
๗. สัปปัจจยทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๗๕} [๘] สภาวธรรมที่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
อารัมมณปัจจัย
{๑๗๖} [๙] สภาวธรรมที่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในก่อน ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ผล กิเลสที่ละได้แล้ว ... กิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในก่อน เห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่มีปัจจัยโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่มีปัจจัยด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... ขันธ์ที่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
อธิปติปัจจัย
{๑๗๗} [๑๐] สภาวธรรมที่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ... รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในก่อน ... ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ... พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผล ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่มีปัจจัย ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำสภาวธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลโดยอธิปติปัจจัย (๑)
อนันตราทิปัจจัย
{๑๗๘} [๑๑] สภาวธรรมที่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย ... เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย ... (ทั้ง ๒ วารมีอุปนิสสยปัจจัยเป็น
มูล) เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย ... เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย (ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๑ วารเท่านั้น)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๑๗๙} [๑๒] ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๒ ”
ในอธิปติปัจจัย ” ๒ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๑ ”
ในสมนันตรปัจจัย ” ๑ ”
ในสหชาตปัจจัย ” ๑ ”
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๑ ”
ในนิสสยปัจจัย ” ๑ ”
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๒ ”
ในปุเรชาตปัจจัย ” ๑ ”
(ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๑ วาร)
ในอวิคตปัจจัย ” ๑ ”
(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลม
๒. ปัจจนียุทธาร
{๑๘๐} [๑๓] สภาวธรรมที่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
{๑๘๑} [๑๔] ในนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย ” ๑ ”
ในนอธิปติปัจจัย ” ๒ ”
ในนอนันตรปัจจัย ” ๒ ”
ในนสมนันตรปัจจัย ” ๒ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ๒ ”
ในนปุเรชาตปัจจัย ” ๒ ”
ในโนวิคตปัจจัย ” ๒ ”
ในโนอวิคตปัจจัย ” ๒ ”
(พึงนับอย่างนี้) จบ ปัจจนียะ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
{๑๘๒} [๑๕] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในนอธิปติปัจจัย ” ” ๑ ”
ในนอนันตรปัจจัย ” ” ๑ ”
ในนสมนันตรปัจจัย ” ” ๑ ”
ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๑ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๑ ” ...
ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในโนนัตถิปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในโนวิคตปัจจัย ” ” ๑ ”
(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลมปัจจนียะ
๔.ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
{๑๘๓} [๑๖] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร
ในอธิปติปัจจัย ” ” ๒ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ” ๑ ” ...
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๒ ”
ในปุเรชาตปัจจัย ” ” ๑ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ” ๑ ”
(พึงนับอย่างนี้) จบ ปัจจนียานุโลม
จบ สัปปัจจยทุกะ
๘. สังขตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
เหตุปัจจัย
{๑๘๔} [๑๗] สภาวธรรมที่เป็นสังขตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นสังขตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์๑ ที่เป็นสังขตะเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ... หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ... ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ... จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น (ทุกะนี้พึงนับเหมือนสัปปัจจยทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)
จบ สังขตทุกะ
จบ ปัญหาวาร