สัปปฏิฆทุกะ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๐–๒๕๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๔๓ ในมหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สปฺปฏิฆทุกํ
ปฏิจฺจวาโร
สัปปฏิฆทุกะ
ปฏิจจวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปฏิฆทุกะ ปฏิจจวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ ... สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อาโปธาตุ สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ อาโปธาตุ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อาโปธาตุ จ เทฺว มหาภูเต ... สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ อาโปธาตุ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆา มหาภูตา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา สปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ
สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ จิตต-
สมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็น
สัปปฏิฆธรรม
จักขายตนะ รสายตนะ อาศัย โผฏฐัพพายตนะ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม จิตตสมุฏฐานรูป กฏัต-ตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาโปธาตุอิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม
จักขายตนะ รสายตนะ อาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆ-ธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ อิตถินทรีย์
กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม
ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ จิตตสมุฏ-
ฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ
จักขายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อาศัยอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรมและอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ
จักขายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็น
สัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ
จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัย
โผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่
เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
จักขายตนะ รสายตนะ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ
สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา: ปฏิสนฺธิ วชฺเชตพฺพา กฏตฺตารูปา จ ฯ อนนฺตรปจฺจยา: สมนนฺตรปจฺจยา: สหชาตปจฺจยา: สพฺเพ มหาภูตา กาตพฺพา ฯ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย พึงเว้นปฏิสนธิ และกฏัตตารูป
ฯลฯ เพราะอนันตรปัจจัย
ฯลฯ เพราะสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย พึงกระทำมหาภูตรูปทั้งหมด
... อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ... ฯ สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อาโปธาตุ ฯ สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา จ อาโปธาตุ จ เทฺว มหาภูเต ... ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆา มหาภูตา อิเม อชฺฌตฺติกพาหิรา มหาภูตา กาตพฺพา ฯ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ๔ นิสฺสยปจฺจยา: อวิคตปจฺจยา: ฯ
ฯลฯ เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัยคือ อาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัยคือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูต-รูป ๒ ฯลฯ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัย-
วัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัยคือ มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ พึงกระทำอัชฌัตติก-พาหิรมหาภูตรูปเหล่านี้
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัยคือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ
ฯลฯ เพราะนิสสยปัจจัย
ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
เหตุยา นว อารมฺมเณ เอกํ อธิปติยา นว อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย เอกํ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ กมฺเม นว วิปาเก นว อาหาเร นว อินฺทฺริเย นว ฌาเน นว มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต นว ฯ
อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๑
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๑
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๑
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑
ในอาเสวนปัจจัย มีวาระ ๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๙
ในอาหารปัจจัย มี " ๙
ในอินทริยปัจจัย มี " ๙
ในฌานปัจจัย มี " ๙
ในมัคคปัจจัย มี " ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๑
ในวิคตปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
อนุโลม จบ
สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อเหตุกํ อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ อปฺปฏิฆมูลกํ อิตเรปิ เทฺว ปญฺหา กาตพฺพา ฆฏเนปิ ตีณิ ปญฺหา กาตพฺพา อชฺฌตฺติกา พาหิรา มหาภูตา สพฺเพ ชานิตฺวา กาตพฺพา ฯ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัยอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆ-
ธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ อิตถินทรีย์
กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อัปปฏิฆมูลกะนัย พึงกระทำวาระ ๒ แม้นอกนี้ แม้ในปัจจัยสงเคราะห์ ก็พึง
กระทำวาระ ๓ อัชฌัตติกและพาหิรมหาภูตรูปทั้งหมด ผู้มีปัญญารู้แล้ว พึงกระทำ
สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ฯ สพฺพํ สงฺขิตฺตํ ฯ โนวิคตปจฺจยา: ฯ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว นอธิปติยา นว นอนนฺตเร นว นสมนนฺตเร นว นอญฺญมญฺเญ นว นอุปนิสฺสเย นว นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม นว นวิปาเก นว นอาหาเร นว นอินฺทฺริเย นว นฌาเน นว นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต นว นวิปฺปยุตฺเตท นว โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว ฯ
ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๙
ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ นว ... นอธิปติยา นว นอนนฺตเร นว นสมนนฺตเร นว นอญฺญมญฺเญ นว นอุปนิสฺสเย นว นปุเรชาเต นว นปุจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก นว นสมฺปยุตฺเต นว นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว ฯ
อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๙
อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกํ อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย เอกํ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ กมฺเม นว ฯ สงฺขิตฺตํ ... มคฺเค เอกํ สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต นว ฯ
ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ
ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ฯลฯ
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙
ปัจจนียานุโลม จบ
แม้สหชาตวาร ก็เหมือนกับ ปฏิจจวาร
ปจฺจยวาโร
ปัจจยวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปฏิฆทุกะ ปัจจยวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปจฺจยา สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปจฺจยา อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุํ ปจฺจยา อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปจฺจยา อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร วตฺถุํ ปจฺจยา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ฯ อวเสสา ปญฺจ ปญฺหา ปฏิจฺจวารสทิสา ฯ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม
อาศัยอาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัย-
หทัยวัตถุ
วาระ ๕ ที่เหลือ เหมือนกับปฏิจจวาร
สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปจฺจยา อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปจฺจยา อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปจฺจยา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ฯ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา กายวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ กายายตนญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯ อธิปติปจฺจยา: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคตปจฺจยา: ฯ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัยคือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยหทัยวัตถุอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ขันธ์ ๓
อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ และกายายตนะ
ฯลฯ เพราะอธิปติปัจจัย
ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
เหตุยา นว อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา นว อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน เอกํ กมฺเม นว อวิคเต นว ฯ
เอวํ ปจฺจนียคณนาปิ กาตพฺพา ฯ
นิสฺสยวาโรปิ ปจฺจยวารสทิโส ฯ สํสฏฺฐวาเรปิ สพฺพตฺถ เอกํ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคตปจฺจยา: เอกาเยว ปญฺหา ฯ เทฺวปิ วารา กาตพฺพา ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
แม้การนับปัจจนียะ ก็พึงกระทำอย่างนี้
แม้นิสสยวารก็เหมือนกับปัจจยวาร
แม้ในสังสัฏฐวารทั้งหมด ก็มีวาระ ๑
ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย ก็มีวาระ ๑ เท่านั้น
แม้วาระทั้งสอง ก็พึงกระทำ
ปญฺหาวาโร
ปัญหาวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปฏิฆทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา เหตู สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัยคือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส สปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ
นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน อปฺปฏิฆจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส อปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ จักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติ-ญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาซึ่ง
กุศลกรรมนั้น
บุคคลพิจารณาซึ่งกุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
บุคคลออกจากฌาน แล้วพิจารณาฌาน
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณาผล
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว กิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ ฯลฯ กวฬิงการาหาร
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่
เนวสัญญานาสัญญายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโต-
ปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตตังสญาณ แก่อาวัชชนะ
โดยอารัมมณปัจจัย
สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ... ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ... ผลํ ครุํ กตฺวา ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ
อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคล กระทำโผฏฐัพพะทั้งหลายให้หนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้หนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำกุศลกรรม
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัยหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ ฯลฯ บุคคลกระทำ-กวฬิงการาหารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความ
ยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็น อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ... ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดก่อนๆ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยสมนันตรปัจจัย
สมฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ ฯ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ นัย
สมฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุตุํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ อุตุ เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ... ฯเปฯ กายิกํ สุขํ ... กายิกํ ทุกฺขํ ... โภชนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ โภชนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยฤดู ฯลฯ เสนาสนะแล้วให้ทาน
ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ฤดู เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัยอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิบุคคลเข้าไปอาศัย ศีล ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ โภชนะแล้ว ให้ทานฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธา ฯลฯ โภชนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
สมฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเจน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ จกฺขายตนญฺจ วตฺถุ จ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ วตฺถุ จ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง
ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทริย์
อาโปธาตุ ฯลฯ กวฬิงการาหาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ และหทัยวัตถุ
โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ทฺวินฺนมฺปิ มูลา กาตพฺพา ฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่ กายที่เป็นอัปปฏิฆ-ธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรมนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรมและอัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
พึงกระทำมูลแห่งวาระทั้ง ๒
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ... โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดก่อนๆ ฯลฯ โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค
โดยอาเสวนปัจจัย
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อปฺปฏิฆา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อปฺปฏิฆา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯเปฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ฯลฯ
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: วิปาโก อปฺปฏิโฆ ... ตีณิ ฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยวิปากปัจจัยคือ อัปปฏิฆธรรมที่เป็นวิบาก ฯลฯ มี ๓ นัย
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อวเสสา เทฺวปิ ปญฺหา กาตพฺพา ปฏิสนฺธิ กพฬึกาโร อาหาโร ทฺวีสุปิ กาตพฺโพ อคฺเค ฯ
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยอาหารปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอัปปฏิฆธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย
วาระทั้ง ๒ ที่เหลือนอกนั้นพึงกระทำ ปฏิสนธิ กวฬิงการาหาร พึงกระทำแม้
ในวาระทั้ง ๒ ในบทเบื้องปลาย
สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายินฺทฺริยํ กายวิญฺญาณสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ตีสุปิ ชีวิตินฺทฺริยํ อคฺเค กาตพฺพํ ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุนฺทฺริยญฺจ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย กายินฺทฺริยญฺจ กายวิญฺญาณญฺจ กายวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย มี ๓ นัย
พึงกระทำชีวิตินทรีย์ แม้ในวาระ ๓ ในบทเบื้องปลาย
สัปปฏิฆธรรมและอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัยคือ จักขุนทรีย์และจักขุวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย กายินทรีย์ และกายวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยกายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย
ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ฯ
ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ นัย
สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ
สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ
เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอัปปฏิฆธรรมนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรมนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ปฏิจฺจสทิสา ปฐมปญฺหา ฯ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตา: สปฺปฏิฆา มหาภูตา อาโปธาตุยา อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สปฺปฏิฆา มหาภูตา อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย โผฏฺฐพฺพายตนํ อิตฺถินฺทฺริยสฺส กพฬึการสฺส อาหารสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ
ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ทฺวินฺนํ มหาภูตานํ อาโปธาตุยา จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: อปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ... ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ
ปุเรชาตํ: วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ อปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ
สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุ สปฺปฏิฆานํ มหาภูตานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อาโปธาตุ สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อาโปธาตุ จกฺขายตนสฺส โผฏฺฐพฺพายตนสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ
สหชาโต: อปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ ... ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา จ มหาภูตา จ อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ ... ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ สหชาโต: จกฺขุวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขายตนญฺจ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ ... เทฺว ขนฺธา ... กายวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ กายายตนญฺจ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจสทิสํ ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัย หัวข้อ
ปัจจัยข้อแรกเหมือนกับปฏิจจวาร
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อาโปธาตุโดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่อิตถินทรีย์ แก่กวฬิงการาหาร โดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูปฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่จักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ
โดยอัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร ตลอดถึงอสัญญสัตว์
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ตลอด
ถึงอสัญญสัตว์
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ
ฯลฯ กวฬิงการาหาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยนัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอัปปฏิฆธรรมนี้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุ เป็นปัจจัยแก่จักขายตนะ แก่โผฏฐัพพายตนะ โดย
อัตถิปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรมเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรมนี้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และที่เป็น
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ เหมือนกับปฏิจจวาร ตลอดถึงอสัญญสัตว์
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร ตลอดถึงอสัญญสัตว์
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ เหมือนกับปฏิจจวาร ตลอดถึง
อสัญญสัตว์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ และกายายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมโดยอัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร
เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ เทฺว อธิปติยา จตฺตาริ อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย เทฺว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน เอกํ กมฺเม ตีณิ วิปาเก ตีณิ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ปญฺจ ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ อตฺถิยา นว นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต นว ฯ เอกํ คเณตพฺพํ ฯ
อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒
ในอธิปติปัจจัย มี " ๔
ในอนันตรปัจจัย มี " ๑
ในสมนันตรปัจจัย มีวาระ ๑
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑
ในกัมมปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๓
ในอาหารปัจจัย มี " ๓
ในอินทริยปัจจัย มี " ๕
ในฌานปัจจัย มี " ๓
ในมัคคปัจจัย มี " ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๔
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๑
ในวิคตปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัยอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาต-
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมโดยสหชาตปัจจัย
นเหตุยา นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นอนนฺตเร นว นสมนนฺตเร นว นสหชาเต จตฺตาริ นอญฺญมญฺเญ นว นนิสฺสเย จตฺตาริ นอุปนิสฺสเย นว นปุเรชาเต นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นสมฺปยุตฺเต นว นวิปฺปยุตฺเต นว โนอตฺถิยา จตฺตาริ โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว โนอวิคเต จตฺตาริ ฯ
ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๙ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๔
ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ สงฺขิตฺตํ ... นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ สงฺขิตฺตํ ... นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ... อธิปติยา จตฺตาริ ฯ อนุโลมมาติกา คเณตพฺพา ฯ ... อวิคเต นว ฯ
ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
สปฺปฏิฆทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔
พึงนับอนุโลมมาติกา
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่
เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ปัจจนียานุโลม จบ
สัปปฏิฆทุกะ จบ
จบ สัปปฏิฆทุกะ