arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สัปปัจจยทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๕–๑๘๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๓ ในสัปปัจจยทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เหตุ

๗. สัปปัจจยทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปัจจยทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๒ หน้า ๘๓–๘๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๒ หน้า ๑๑๑–๑๑๕

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. สปฺปจฺจยา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารมฺมณ สปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ทตฺวา, สีลํ สมาทิยิตฺวา, อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ. ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ, ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ. ปหีเน กิเลเส ฯเปฯ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ, ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ. จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ ฯเปฯ สปฺปจฺจเย ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ. ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ. เจโตปริยญาเณน สปฺปจฺจยจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ. อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส ฯเปฯ อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ฯเปฯ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ สปฺปจฺจยา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส, เจโตปริยญาณสฺส, ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส, ยถากมฺมูปคญาณสฺส, อนาคตํสญาณสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. อริยา นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ. นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส, โวทานสฺส, มคฺคสฺส, ผลสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว ฯลฯ

พระอริยะออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่มีปัจจัยปรุงแต่งด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อธิปติ สปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา, สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ. ปุพฺเพ ฯเปฯ ฌานา ฯเปฯ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ. ผลํ ครุํ ฯเปฯ จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ ฯเปฯ สปฺปจฺจเย ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. สหชาตาธิปติ: สปฺปจฺจยาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ: อริยา นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ. นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส, โวทานสฺส, มคฺคสฺส, ผลสฺส, อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อธิปติปัจจัย

สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ บุคคลยินดีเพลิดเพลิน จักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่มีปัจจัยปรุงแต่งให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะพิจารณา นิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนนฺตราทิ สปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ (เทฺว ปญฺหา อุปนิสฺสยมูลํ.) ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย. (สพฺพตฺถ เอกาเยว ปญฺหา.) ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนันตรปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ (บทที่มีอุปนิสสยปัจจัย เป็นมูล มี ๒ วาระ) เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย (ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๑ วาระเท่านั้น)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ เหตุยา เอกํ, อารมฺมเณ เทฺว, อธิปติยา เทฺว, อนนฺตเร เอกํ, สมนนฺตเร เอกํ, สหชาเต เอกํ, อญฺญมญฺเญ เอกํ, นิสฺสเย เอกํ, อุปนิสฺสเย เทฺว, ปุเรชาเต เอกํ, (สพฺพตฺถ เอกํ.) อวิคเต เอกํ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

เหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ

อธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ

อนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ

สมนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ

สหชาตปัจจัย มี ๑ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ

นิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ

อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ

ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ

(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

อนุโลม จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

_____ ๒. ปจฺจนียุทฺธาร สปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปจฺจโย ธมฺโม สปฺปจฺจยสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจนียุทธาร

สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งโดยอารัมมณปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นเหตุยา เทฺว, นอารมฺมเณ เอกํ, นอธิปติยา เทฺว, นอนนฺตเร เทฺว, นสมนนฺตเร เทฺว ฯเปฯ นอุปนิสฺสเย เทฺว, นปุเรชาเต เทฺว ฯเปฯ โนวิคเต เทฺว, โนอวิคเต เทฺว. (เอวํ คเณตพฺพํ.) ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ

นอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ

นอนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ

นสมนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ

นอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ

โนวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ

โนอวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

ปัจจนียะ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

_____ ๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุทุก เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ เอกํ, นอธิปติยา เอกํ, นอนนฺตเร เอกํ, นสมนนฺตเร เอกํ, นอญฺญมญฺเญ เอกํ, นอุปนิสฺสเย เอกํ ฯเปฯ นสมฺปยุตฺเต เอกํ, นวิปฺปยุตฺเต เอกํ, โนนตฺถิยา เอกํ, โนวิคเต เอกํ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุทุกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

อนุโลมปัจจนียะ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

_____ ๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุทุก นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว, อธิปติยา เทฺว, อนนฺตเร เอกํ ฯเปฯ อุปนิสฺสเย เทฺว, ปุเรชาเต เอกํ ฯเปฯ อวิคเต เอกํ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ. สปฺปจฺจยทุกํ นิฏฺฐิตํ. _____ ๘. สงฺขตทุก ๑. ปฏิจฺจวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

นเหตุทุกนัย

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ

อธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ

อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ

อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ

ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ

อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

ปัจจนียานุโลม จบ สัปปัจจยทุกะ จบ

จบ ปัญหาวาร