arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ปัจจนียติกปัฏฐาน

นกุสลัตติกะ เล่ม ๔๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๑๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๓ ในปัจจนียติกปัฏฐานมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ ปัจจนียติกปัฏฐาน นกุสลัตติกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๔๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๕ หน้า ๑–๙

หน้า ๑

พระไตรปิฎกภาษาไทย

พระบาลีอภิธรรมปิฎก

ปัฏฐาน

[ฉัฏฐภาค]

ฉบับเฉลิมพระเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี

พุทธศักราช ๒๕๔๙

มหาเถรสมาคม จัดพิมพ์

๔๕

หน้า ๒

พระบาลีอภิธรรมปิฎก

ธัมมปัจจนียะ ติกปัฏฐาน

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ปัจจยจตุกกะ - เหตุอารัมมณปัจจัย

{๑} [๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ที่เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ...

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศล อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤต อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า ปัฏฐาน โดยทั่วไปแปลว่า การตั้งไว้ก่อน การวางไว้ข้างหน้า การเริ่มตั้ง การเริ่มต้น จุดเริ่มต้น แหล่ง หรือเหตุ แต่ในที่นี้เป็นชื่อคัมภีร์สุดท้ายแห่งพระอภิธรรมปิฎก ๗ คัมภีร์ (คือ ธัมมสังคณี, วิภังค์, ธาตุกถา, ปุคคลบัญญัติ, กถาวัตถุ, ยมก, ปัฏฐาน) มีความหมาย ๓ นัย คือ
  2. (๑) ที่ชื่อว่า ปัฏฐาน เพราะมีความหมายว่าเป็นที่แสดงฐานคือปัจจัยโดยประการต่าง ๆ (เกนฏฺเฐน ปฏฺฐานนฺติ นานปฺปการปจฺจยฏฺเฐน ป-อักษร = นานัปปการัตถะ มีความหมายว่า ประการต่าง ๆ ฐานศัพท์ = ปัจจยัตถะ มีความหมายว่าปัจจัย) หมายถึงว่าเป็นปกรณ์หรือคัมภีร์ที่รวบรวมแต่ละปัจจัยในบรรดาปัจจัยทั้ง ๒๔ มาประมวลแสดงไว้โดยเนื้อความต่าง ๆ อย่างพิสดาร
หน้า ๓

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤต อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๕ วาร{๒} [๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. (๒) ที่ชื่อว่า ปัฏฐาน เพราะมีความหมายว่าเป็นที่จำแนกสภาวธรรมด้วยปัจจัยต่าง ๆ (เกนฏฺเฐน ปฏฺฐานนฺติ วิภชนฏฺเฐน) หมายถึงว่าเป็นปกรณ์หรือคัมภีร์ที่จำแนกอธิบายขยาย ความสภาวธรรมทั้งหลายมีสภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นต้นด้วยปัจจัยทั้ง ๒๔ มีเหตุปัจจัยเป็นต้น
  2. (๓) ที่ชื่อว่า ปัฏฐาน เพราะมีความหมายว่าเป็นที่สามารถดำเนินไปในปัจจัยต่าง ๆ อย่างสะดวกยิ่งแห่งพระสัพพัญญุตญาณ (เกนฏฺเฐน ปฏฺฐานนฺติ ปฏฺฺฐิตฏฺฺเฐน คมนฏฺฺเฐน) หมายถึงว่า เป็นปกรณ์หรือคัมภีร์ที่แสดงถึงความสามารถแห่งพระสัพพัญญุตญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ดำเนินไปอย่างไม่ติดขัดในการจำแนกสภาวธรรมด้วยปัจจัยต่าง ๆ โดยนัยที่วิจิตรพิสดาร
  3. ดังนั้น เมื่อว่าโดยเนื้อหา คัมภีร์ปัฏฐานจัดเป็นคัมภีร์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรประมวลสภาวธรรมที่เป็นฐานหรือจุดตั้งต้นซึ่งเรียกว่าปัจจัย จำนวนทั้ง ๒๔ปัจจัย มาจำแนกแสดงให้เห็นถึงศักยภาพหรือความสามารถ(สัตติ)และการทำหน้าที่ของแต่ละปัจจัยแล้วทรงนำสภาวธรรมที่จัดเป็นมาติกาจำนวน ๑๒๒ หมวดจากคัมภีร์ธัมมสังคณีมาจำแนกด้วยปัจจัยทั้ง ๒๔ เหล่านี้ เพื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุและเป็นผลของกันและกัน โดยจัดเป็นคัมภีร์พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๐ ถึงเล่มที่ ๔๕ ซึ่งเป็นชุดคัมภีร์ ๖ เล่มสุดท้ายของพระไตรปิฎกแห่งคณะสงฆ์ไทย (พึงดูรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างที่เชิงอรรถ ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๐)
  4. สำหรับพระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๕ นี้ จัดเป็นปัฏฐานภาคที่ ๖ ในบรรดาปัฏฐาน ๖ ภาคว่าด้วยการอธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งสภาวธรรมแม่บทอย่างปัฏฐานทั้ง ๕ ภาคนั่นเอง แต่อธิบายในแง่ปฏิเสธ ซื่งเรียกว่า ปัฏฐานฝ่ายปัจจนียะ จำแนกเป็น ๓ ลักษณะ คือ
  5. (๑) ลักษณะที่นำสภาวธรรมฝ่ายปัจจนียะมาผสมกับสภาวธรรมฝ่ายปัจจนียะด้วยกัน หรือปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ คือ ทั้งบทประธานและบทกรรมเป็นปฏิเสธ เรียกว่า ...ปัจจนีย...ปัฏฐาน
หน้า ๔

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤต อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๕ วาร{๓} [๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. เช่นสภาวธรรมที่ใม่ใช่กุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่กุศลเกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร มี ๖ ชุด คือ ธัมมปัจจนีติกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียทุกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียติกทุกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียติกติกปัฏฐาน และธัมมปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน
  2. (๒) ลักษณะที่นำสภาวธรรมฝ่ายปัจจนียะมาผสมกับสภาวธรรมฝ่ายอนุโลม คือ บทประธานเป็นปฏิเสธ บทกรรมเป็นอนุโลม เรียกว่า ...อนุโลม...ปัจจนียปัฏฐาน เช่น สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลที่เป็นเหตุซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร มี ๖ ชุด คือ ธัมมานุโลมปัจจนียติกปัฏฐาน ธัมมานุโลมปัจจนียทุกปัฏฐาน ธัมมานุโลมปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ธัมมานุโลมปัจจนียติกทุกปัฏฐาน ธัมมานุโลมปัจจนียติกติกปัฏฐาน ธัมมานุโลมปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน
  3. (๓) ลักษณะที่นำสภาวธรรมฝ่ายอนุโลมมาผสมกับสภาวธรรมฝ่ายปัจจนียะ คือ บทประธานเป็นอนุโลม บทกรรมเป็นปฏิเสธ เรียกว่า ...ปัจจนุยานุโลม...ปัฏฐาน เช่น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่กุศลเกิดขื้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร มี ๖ ชุด คือ ธัมมปัจจนียานุโลมติกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียานุโลมทุกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียานุโลมทุกติกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียานุโลมติกทุกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียานุโลมติกติกปัฏฐาน ธัมมปัจจนียานุโลมทุกทุกปัฏฐาน
หน้า ๕

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๖ วาร{๔} [๔] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากกฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

มี ๕ วาร{๕} [๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศล อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่อกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

หน้า ๖

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๕ วาร{๖} [๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล และที่ไม่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาร{๗} สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย (ย่อ)

{๘} [๗] ในเหตุปัจจัย มี ๒๙ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ” ๒๔ ” ...

ในวิปากปัจจัย ” ๙ ” ...

ในอวิคตปัจจัย ” ๒๙ ” ...

(สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)

๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร

ปัจจยจตุกกะ – เหตุอารัมมณาทิปัจจัย

{๙} [๘] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลโดยเหตุปัจจัย ...

{๑๐} สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลโดยอารัมมณปัจจัย

หน้า ๗

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลโดยอารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตโดยอารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตโดยอารัมมณปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตโดยอารัมมณปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลโดยอารัมมณปัจจัย มี ๖ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลโดยอารัมมณปัจจัย มี ๖ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตโดยอารัมมณปัจจัย มี ๖ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลโดยอารัมมณปัจจัย

มี ๖ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤต เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล โดยอารัมมณปัจจัย มี ๖ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลโดยอารัมมณปัจจัย มี ๖ วาร{๑๑} [๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลโดยอธิปติปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย{๑๒} เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย

หน้า ๘

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลโดยปุเรชาตปัจจัย ...

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลโดยปุเรชาตปัจจัย

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลโดยปุเรชาตปัจจัย ...

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลโดยปุเรชาตปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลโดยปุเรชาตปัจจัย ...

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาร (ย่อ){๑๓} [๑๐] ในเหตุปัจจัย มี ๒๙ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ” ๓๖ ”

ในอธิปติปัจจัย ” ๓๕ ”

ในอนันตรปัจจัย ” ๓๔ ”

ในสมนันตรปัจจัย ” ๓๔ ”

ในสหชาตปัจจัย ” ๒๙ ”

ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๒๔ ”

ในนิสสยปัจจัย ” ๓๔ ”

หน้า ๙

ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๓๖ วาร

ในปุเรชาตปัจจัย ” ๑๘ ”

ในปัจฉาชาตปัจจัย ” ๑๘ ”

ในอาเสวนปัจจัย ” ๒๔ ”

ในกัมมปัจจัย ” ๒๙ ”

ในวิปากปัจจัย ” ๙ ”

ในอาหารปัจจัย ” ๒๙ ”

ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๒๔ ”

ในวิปปยุตตปัจจัย ” ๒๗ ”

ในอวิคตปัจจัย ” ๓๔ ”

(อนุโลมะก็ดี ปัจจนียะก็ดี อนุโลมปัจจนียะก็ดี ปัจจนียานุโลมะก็ดี แห่งปัญหาวารในกุสลติกะ นับไว้แล้วอย่างไร ก็พึงนับอย่างนั้น)

๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร

{๑๔} [๑๑] สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาและที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาและที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขม

จบ นกุสลัตติกะ