arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๙

รูปังสารัมมณันติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๒๑–๑๓๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๒ ในวรรคที่ ๙มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๙ รูปังสารัมมณันติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๑๙๖–๑๙๙

หน้า ๑๙๖

รูปังสารัมมณันติกถา

[๑๓๒๑] สกวาที รูปเป็นธรรมมีอารมณ์หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ ความทำไว้ในใจ.

ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจ ของรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของรูปนั้น

ไม่มี มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของ

รูปนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีอารมณ์.

[๑๓๒๒] ส. ผัสสะเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ

ความตั้งใจ ของผัสสะนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ

ความตั้งใจ ของรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๓๒๓] ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา จิต ศรัทธา วิริยะ สติสมาธิ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของอโนตตัปปะนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

หน้า ๑๙๗

ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ

ความตั้งใจ ของรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๓๒๔] ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่ความนึก ความ ใจ ฯลฯ

ความตั้งใจ ของรูปนั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ผัสสะเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่ความนึก ความผูกใจ

ฯลฯ ความตั้งใจ ของผัสสะนั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๓๒๕] ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ

ความตั้งใจ ของรูปนั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เวทนา สัญญา ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นธรรมมีอารมณ์แต่ความนึก ความผูกใจ ฯลฯ ความตั้งใจ ของอโนตตัปปะนั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๓๒๖] ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. รูปเป็นธรรมมีปัจจัย มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. หากว่า รูปเป็นธรรมมีปัจจัย ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึง

ต้องกล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีอารมณ์.

รูปังสารัมมณันติกถา จบ

หน้า ๑๙๘

อรรถกถารูปังสารัมมณันติกถา

ว่าด้วย รูปเป็นธรรมมีอารมณ์

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่อง รูปเป็นธรรมมีอารมณ์. ในเรื่องนั้น ว่าโดยอำนาจอารัมมณปัจจัยว่า รูป ชื่อว่ามีอารมณ์ เพราะอรรถว่ามีปัจจัยแต่รูปนั้นกระทำธรรมอื่นให้เป็นอารมณ์ไม่ได้ คือหมายความว่ารู้อารมณ์ไม่ได้. ก็ลัทธิแห่งชนเหล่าใด ดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะทั้งหลายว่ารูปมีอารมณ์ได้โดยไม่แปลกกัน ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น เพื่อแสดงวิภาคอารมณ์ ๒ อย่าง คือ โอลุพฺภารมฺมณํ ได้แก่อารมณ์ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว และ ปจฺจยารมฺมณํ ได้แก่ อารมณ์คือเป็นปัจจัย คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือในที่นี้ บัณฑิตพึงทราบโดยทำนองแห่งพระบาลีนั่นแหละ.

ในปัญหาว่า ไม่พึงกล่าว เป็นต้น คำตอบรับรองเป็นของสกวาทีหมายเอาโอลุพภารมณ์ คือ อารมณ์ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว. แม้ในปัญหาที่ ๒ สกวาทีนั้นนั่นแหละตอบรับรองหมายเอาอารมณ์คือเป็นปัจจัยเพราะฉะนั้น ในที่นี้ ความที่รูปนั้นเป็นธรรมชาติมีอารมณ์สำเร็จแล้วเพราะอรรถว่ามีปัจจัยเท่านั้น มิใช่มีอารมณ์อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ด้วยประการฉะนี้แล.

อรรถกถารูปังสารัมมณันติกถา จบ

หน้า ๑๙๙

อนุสยา อนารัมมณาติกถา

[๑๓๒๗] สกวาที อนุสัยเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ ?

ปรวาวี ถูกแล้ว.

ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็น

โผฏฐัพพายตนะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๓๒๘] ส. กามราคานุสัย เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์

กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์

กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. กามราคานุสัย เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๓๒๙] ส. กามราคานุสัย เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ?

ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์.

ส. สังขารขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

จบ รูปังสารัมมณันติกถา