arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๖

นิยามกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๗๗–๑๐๘๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในวรรคที่ ๖มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๖ นิยามกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๑–๗

หน้า ๑

พระอภิธรรมปิฎก

เล่มที่ ๔

กถาวัตถุ ภาคที่ ๒

ทุติยปัณณาสก์

วรรคที่ ๖

นิยามกถา

[๑๐๗๗] สกวาที นิยาม คือ ทางอันแน่นอน เป็นสังขตะ หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๐๗๘] ส. นิยามเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อสังขตะ เป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ที่ต้านทาน ก็เป็น ๒ อย่าง ที่เร้นก็เป็น ๒ อย่าง ที่พึ่งก็เป็น ๒ อย่าง ที่หมายก็เป็น ๒ อย่าง ฐานะอันไม่เคลื่อนก็เป็น ๒ อย่าง อมตะ

หน้า ๒

ก็เป็น ๒ อย่าง นิพพานก็เป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. นิพพานก็เป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. มีความสูงและต่ำ มีความเลวและประณีต มีความอุกฤษฏ์

และทราม มีเขตแดน หรือความแตกต่าง หรือร่อง หรือระหว่างขั้นแห่งนิพพาน๒ อย่างนั้น หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๐๗๙] ส. นิยามเป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. มีบุคคลบางพวกก้าวลงสู่นิยาม ได้นิยาม ยังนิยามให้

เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้นพร้อม ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นพร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิดโดยยิ่งให้เกิด ให้เกิดพร้อมได้ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. มีบุคคลบางพวก ก้าวลงสู่อสังขตะ ได้อสังขตะ ยังอสังขตะ

ให้เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้นพร้อม ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นพร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิดโดยยิ่งให้เกิด ให้เกิดพร้อมได้ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๐๘๐] ส. นิยามเป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. มรรคเป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

หน้า ๓

ส. มรรคเป็นสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. นิยามเป็นสังขตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสดาปัตตินิยาม เป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. โสดาปัตติมรรค เป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสดาปัตติมรรค เป็นสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. โสดาปัตตินิยาม เป็นสังขตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สกทาคามินิยาม ฯลฯ อนาคามินิยาม ฯลฯ อรหัตนิยามเป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรหัตมรรคเป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อรหัตมรรค เป็นสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อรหัตตนิยาม เป็นสังขตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๐๘๑] ส. โสดาปัตตินิยาม เป็นอสังขตะ ฯลฯ อรหัตนิยาม เป็น

หน้า ๔

อสังขตะ นิพพาน เป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อสังขตะ เป็น ๕ อย่าง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อสังขตะ เป็น ๕ อย่าง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ที่ต้านทานก็เป็น ๕ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน

๕ อย่างนั้น หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๐๘๒] ส. นิยาม เป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. มิจฉัตตนิยาม คือทางอันแน่นอนข้างผิด เป็นอสังขตะหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มัจฉัตตนิยามเป็นสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. สัมมัตตนิยาม คือ ทางอันแน่นอนข้างถูก เป็นสังขตะหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๐๘๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่านิยามเป็นอสังขตะหรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. เมื่อนิยามเกิดขึ้นแล้วดับไป บุคคลยังเป็นผู้ไม่แน่นอน

อยู่หรือ ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

หน้า ๕

ป. ถ้าอย่างนั้น นิยามก็เป็นอสังขตะน่ะสิ.

ส. เมื่อมิจฉัตตนิยามเกิดขึ้นแล้วดับไป บุคคลเป็นไม่แน่นอน

หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ถ้าอย่างนั้น มิจฉัตตนิยาม ก็จะเป็นอสังขตะไปน่ะสิ.

นิยามกถา จบ

อรรถกถานิยามกถา

ว่าด้วย นิยาม

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนิยาม นิยามเป็นอสังขตะ. ในปัญหานั้น ท่านเรียกอริยมรรคว่า นิยาม เพราะพระบาลีว่า บุคคลผู้สามารถเพื่อก้าวลงสู่นิยามอันถูกต้องในกุศลธรรมทั้งหลายดังนี้. ก็ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายว่า เมื่อนิยามนั้นเกิดขึ้นและดับไปแล้วก็ดี บุคคลนั้นย่อมชื่อว่าเป็นไม่เที่ยงก็หาไม่ เหตุใด เพราะเหตุนั้น นิยามที่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น จึงชื่อว่าเป็นอสังขตะ คือ ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง เพราะอรรถว่าเป็นของเที่ยงดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

ต่อจากนั้นเมื่อสกวาที่จะแสดงว่า ผิว่า นิยามนั้นเป็นอสังขตะไซร้ นิยามนั้นก็พึงมีอย่างนี้ จึงกล่าวคำว่า เป็นนิพพาน เป็นต้น. คำถามเปรียบเทียบมีอรรถง่ายทั้งนั้น. คำว่า บุคคลบางพวกก้าวล่วงสู่นิยาม เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงความเป็นสังขตะของนิยาม ฯ ในปัญหาว่า มรรคป็นอสังขตะหรือเป็นต้น ปรวาทีย่อมปฏิเสธ เพราะมรรคนั้นยังมีการเกิดและการดับ. ในปัญหาว่า นิยามเป็นสังขตะหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธ หมายเอานิยามในมรรคแม้

หน้า ๖

ดับไปแล้วก็เป็นของมีอยู่. ในคำทั้งหลายมีคำว่า โสดาปัตตินิยาม เป็นต้นบัณฑิตพึงทราบเนื้อความอนุโลมและปฏิโลมโดยนัยนั้น.

ถูกสกวาทีถามว่า อสังขตะเป็น ๕ อย่างหรือ ปรวาทีเมื่อไม่เห็นสถานที่มาของอสังขตะ ๕ อย่าง จึงปฏิเสธ. ถูกถามครั้งที่ ๒ ก็ตอบรับรองเพราะคำว่า นิยามแห่งสัมมัตตนิยาม ๔ อย่าง และเพราะความเป็นอสังขตะของพระนิพพาน ๑. ปัญหาว่าด้วย มิจฉัตตนิยาม สกวาทีกล่าวแล้ว เพื่อแสดงความไม่ถูกต้องแห่งความเป็นอสังขตะ ด้วยเหตุสักแต่คำว่านิยามนั้นนั่นแหละด้วยประการฉะนี้แล.

อรรถกถานิยามกถา จบ

หน้า ๗

ปฏิจจสมุปปาทกถา

[๑๐๘๔] สกวาที ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่างหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ที่ต้านทานก็เป็น ๒ อย่าง ที่เร้นก็เป็น ๒ อย่าง ที่พึ่งก็เป็น ๒ อย่าง ที่หมายก็เป็น ๒ อย่าง ฐานะอันไม่เคลื่อนก็เป็น ๒ อย่าง อมตะก็เป็น ๒ อย่าง นิพพานก็เป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. นิพพานก็เป็น ๒ อย่างหรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. มีความสูงและต่ำ มีความเลวและความประณีต มีความอุกฤษฏ์และทราม มีเขตแดน หรือความแตกต่าง หรือร่อง หรือระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้นหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

จบ นิยามกถา