arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒

จิตตฐิติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒๔–๖๓๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๑ ในวรรคที่ ๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๒. ทุติยวคฺค

(๑๖) ๗. จิตฺตฏฺฐิติกถา

๗. จิตตัฏฐิติกถา (๑๖)

ว่าด้วยความตั้งอยู่แห่งจิต

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒ จิตตฐิติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๑๗๖–๑๘๐ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๓๐๔–๓๐๙

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. อุปฑฺฒทิวโส อุปฺปาทกฺขโณ, อุปฑฺฒทิวโส วยกฺขโณติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*เอกํ จิตฺตํ เทฺว ทิวเส ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. ทิวโส อุปฺปาทกฺขโณ, ทิวโส วยกฺขโณติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*เอกํ จิตฺตํ จตฺตาโร ทิวเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ ทิวเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ ทส ทิวเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ วีสติ ทิวเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ มาสํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว มาเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาโร มาเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ มาเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ ทส มาเส ติฏฺฐติ ฯเปฯ สํวจฺฉรํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาริ วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ ทส วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ วีสติ วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ ตึส วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาลีส วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ ปญฺญาส วสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ วสฺสสตํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาริ วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ ปญฺจ วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ วสฺสสหสฺสํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาริ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ

อฏฺฐ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ โสฬส วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ กปฺปํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาโร กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ โสฬส กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ พาตฺตึส กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตุสฏฺฐิ กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ ปญฺจ กปฺปสตานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ กปฺปสหสฺสํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาริ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ โสฬส กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตารีส กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ สฏฺฐิ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตุราสีติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. เทฺวจตฺตาลีส กปฺปสหสฺสานิ อุปฺปาทกฺ-ขโณ, เทฺว จตฺตาลีส กปฺปสหสฺสานิ วยกฺขโณติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. อตฺถญฺเญ ธมฺมา เอกาหํ พหุมฺปิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺตีติ? อามนฺตา. เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกํ ธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ ยถยิทํ จิตฺตํ, ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อุปมาปิ น สุกรา ยาว ลหุปริวตฺตํ จิตฺตนฺ”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ น วตฺตพฺพํ “เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตา”ติ.

*เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตาติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว มกฺกโฏ อรญฺเญ ปวเน จรมาโน สาขํ คณฺหติ, ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหติ, ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหติ. เอวเมว โข ภิกฺขเว ยทิทํ (๒) วุจฺจติ จิตฺตํ อิติปิ มโน อิติปิ วิญฺญาณํ อิติปิ, ตํ รตฺติยา จ ทิวสสฺส จ อญฺญเทว อุปฺปชฺชติ อญฺญํ นิรุชฺฌตี”ติ (๓) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ น วตฺตพฺพํ “เต ธมฺมา จิตฺเตน ลหุปริวตฺตา”ติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑องฺ. เอกก. ๒๐/๔๘/๙
  2. ๒ฉ. ยมิทํ
  3. ๓สํ. นิ. ๑๖/๖๑/๙๒
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กึ่งวันเป็นขณะเกิดขึ้น (ของจิต) อีกกึ่งวันเป็นขณะดับ (ของจิต) ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๒ วันใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. วันหนึ่งเป็นขณะเกิดขึ้น (ของจิต) อีกวันหนึ่งเป็นขณะดับ (ของจิต) ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ วัน ฯลฯ ๘ วัน ฯลฯ ๑๐ วัน ฯลฯ ๒๐ วัน ฯลฯ ๑ เดือน ฯลฯ ๒ เดือน ฯลฯ ๔ เดือน ฯลฯ ๘ เดือน ฯลฯ ๑๐ เดือน ฯลฯ ๑ ปี ฯลฯ ๒ ปี ฯลฯ ๔ ปี ฯลฯ ๘ ปี ฯลฯ ๑๐ ปี ฯลฯ ๓๐ ปี ฯลฯ ๔๐ ปี ฯลฯ ๕๐ ปี ฯลฯ ๑๐๐ ปี ฯลฯ ๒๐๐ ปี ฯลฯ ๔๐๐ ปี ฯลฯ ๕๐๐ ปี ฯลฯ ๑,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๒,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๔,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๘,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๑๖,๐๐๐ ปี ฯลฯ ๑ กัป ฯลฯ ๒ กัป ฯลฯ ๔ กัป ฯลฯ ๘ กัป ฯลฯ ๑๖ กัป ฯลฯ ๓๒ กัป ฯลฯ ๖๔ กัป ฯลฯ ๕๐๐ กัป ฯลฯ ๑,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๒,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๔,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๘,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๑๖,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๒๐,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๔๐,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๖๐,๐๐๐ กัป ฯลฯ ๘๔,๐๐๐ กัปใช่ไหมปร. ใช่

สก. ๔๒,๐๐๐ กัป เป็นขณะเกิดขึ้น (ของจิต) อีก ๔๒,๐๐๐ กัปเป็นขณะดับ (ของจิต) ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. สภาวธรรมอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วดับไปมากครั้งในวันหนึ่งมีอยู่ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นสภาวธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วเหมือนจิตนี้ จิตนี้เปลี่ยนแปลงได้เร็ว จนเปรียบเทียบกับอะไรไม่ได้ง่าย ๆ” มีอยู่จริงมิใช่หรือปร. ใช่

สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้ เร็วกว่าจิต”

สก. สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเรียกสิ่งนี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง จิตเป็นต้นนั้น ดวงหนึ่งเกิดขึ้น อีกดวงหนึ่งดับไป ตลอดทั้งคืนและวัน เปรียบเหมือนลิงเมื่อเที่ยวไปในป่าเล็กและป่าใหญ่ จับกิ่งไม้ ปล่อยกิ่งนั้นแล้วย่อมจับกิ่งอื่น ปล่อยกิ่งนั้นแล้วย่อมจับกิ่งอื่นต่อไปฉะนั้น” มีอยู่ จริงมิใช่หรือปร. ใช่

สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้ เร็วกว่าจิต”

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๓๕/๑๘๕)
  2. ๒เพราะมีความเห็นว่า จิตไม่มีวันเสื่อมสลาย ทั้งนี้เพราะเห็นว่า จิตที่อยู่ในสมาบัติกับภวังคจิตเป็นไปสืบต่อ กันโดยตลอด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๓๕/๑๘๕)
  3. ๓ดูเทียบ องฺ.เอกก. (แปล) ๒๐/๔๘/๙
  4. ๔ดูเทียบ สํ.นิ. (แปล) ๑๖/๖๑/๑๑๖
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. จกฺขุวิญฺญาณํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตวิญฺญาณํ ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณํ ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายวิญฺญาณํ ... อกุสลํ จิตฺตํ ... ราคสหคตํ ... โทสสหคตํ ... โมหสหคตํ ... มานสหคตํ ... ทิฏฺฐิสหคตํ ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ ... ถีนสหคตํ ... อุทฺธจฺจสหคตํ ... อหิริกสหคตํ ... อโนตฺตปฺปสหคตํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. เยเนว จิตฺเตน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ, เตเนว จิตฺเตน โสเตน สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายติ ฯเปฯ ชิวฺหาย รสํ สายติ ฯเปฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสติ ฯเปฯ มนสา ธมฺมํ วิชานาติ ฯเปฯ เยเนว จิตฺเตน มนสา ธมฺมํ วิชานาติ, เตเนว จิตฺเตน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ฯเปฯ โสเตน สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายติ ฯเปฯ ชิวฺหาย รสํ สายติ ฯเปฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*เอกํ จิตฺตํ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. เยเนว จิตฺเตน อภิกฺกมติ, เตเนว จิตฺเตน ปฏิกฺกมติ. เยเนว จิตฺเตน ปฏิกฺกมติ, เตเนว จิตฺเตน อภิกฺกมติ. เยเนว จิตฺเตน อาโลเกติ, เตเนว จิตฺเตน วิโลเกติ. เยเนว จิตฺเตน วิโลเกติ, เตเนว จิตฺเตน อาโลเกติ. เยเนว จิตฺเตน สมฺมิญฺเชติ, เตเนว จิตฺเตน ปสาเรติ. เยเนว จิตฺเตน ปสาเรติ, เตเนว จิตฺเตน สมิญฺเชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จักขุวิญญาณตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โสตวิญญาณ ฯลฯ ฆานวิญญาณ ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ ฯลฯ กายวิญญาณ ... จิตที่เป็นอกุศล ... จิตที่สหรคตด้วยราคะ ... ที่สหรคตด้วยโทสะ ... ที่สหรคตด้วยโมหะ ... ที่สหรคตด้วยมานะ ... ที่สหรคตด้วยทิฏฐิ ... ที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉา ... ที่สหรคตด้วยถีนะ ... ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ... ที่สหรคตด้วยอหิริกะ ... ที่สหรคตด้วยอโนตตัปปะ ตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. บุคคลเห็นรูปทางตาด้วยจิตดวงใด ฟังเสียงทางหูด้วยจิตดวงนั้น ฯลฯ ดมกลิ่นทางจมูก ฯลฯ ลิ้มรสทางลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะทางกาย ฯลฯ รู้ แจ้งธรรมารมณ์ทางใจ ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจด้วยจิตดวงใด ย่อมเห็นรูป ทางตาด้วยจิตดวงนั้น ฯลฯ ฟังเสียงทางหู ฯลฯ ดมกลิ่นทางจมูก ฯลฯ ลิ้มรส ทางลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะทางกายด้วยจิตดวงเดียวกันนั้นนั่นเองใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอดทั้งวันใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. บุคคลก้าวไปด้วยจิตดวงใด ย่อมถอยกลับด้วยจิตดวงนั้น ถอยกลับด้วย จิตดวงใด ย่อมก้าวไปด้วยจิตดวงนั้น แลดูด้วยจิตดวงใด ย่อมเหลียวดูด้วยจิตดวงนั้น เหลียวดูด้วยจิตดวงใด ย่อมแลดูด้วยจิตดวงนั้น คู้เข้าด้วยจิตดวงใด ย่อมเหยียดออก ด้วยจิตดวงนั้น เหยียดออกด้วยจิตดวงใด ย่อมคู้เข้าด้วยจิตดวงนั้นใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. มนุสฺสานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. จาตุมฺมหา- ราชิกานํ เทวานํ ฯเปฯ ตาวตึสานํ เทวานํ ... ยามานํ เทวานํ ... ตุสิตานํ เทวานํ ... นิมฺมานรตีนํ เทวานํ ... ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ ... พฺรหฺมปาริสชฺชานํ เทวานํ ... พฺรหฺมปุโรหิตานํ เทวานํ ... มหาพฺรหฺมานํ เทวานํ ... ปริตฺตาภานํ เทวานํ ... อปฺปมาณาภานํ เทวานํ ... อาภสฺสรานํ เทวานํ ... ปริตฺตสุภานํ เทวานํ ... อปฺปมาณสุภานํ เทวานํ ... สุภกิณฺหานํ เทวานํ ... เวหปฺผลานํ เทวานํ ... อวิหานํ เทวานํ ... อตปฺปานํ เทวานํ ... สุทสฺสานํ เทวานํ ... สุทสฺสีนํ เทวานํ ฯเปฯ อกนิฏฺฐานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ, อากาสานญฺจายตนู-ปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. มนุสฺสานํ วสฺสสตํ อายุปฺปมาณํ มนุสฺสานํ เอกํ จิตฺตํ วสฺสสตํ ติฏฺฐตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ, อากาสานญฺจายตนู-ปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ ปญฺจ วสฺสสตานิ อายุปฺปมาณํ, จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ปญฺจ วสฺสสตานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ วสฺสสหสฺสํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาริ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ โสฬส วสฺสสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ กปฺปสฺส ตติยภาคํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ อุปฑฺฒกปฺปํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เอกํ กปฺปํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาโร กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ โสฬส กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ พตฺตึส กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตุสฏฺฐิ กปฺเป ติฏฺฐติ ฯเปฯ ปญฺจ กปฺปสตานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ

กปฺปสหสฺสํ ติฏฺฐติ ฯเปฯ เทฺว กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ จตฺตาริ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ อฏฺฐ กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐติ ฯเปฯ อกนิฏฺฐานํ เทวานํ โสฬส กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ, อกนิฏฺฐานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ โสฬส กปฺปสหสฺสานิ ติฏฺฐตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ *อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ จิตฺตํ มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ อุปฺปชฺชติ, มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ นิรุชฺฌตีติ? อามนฺตา. อากาสานญฺจายตนูปคา เทวา มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ จวนฺติ, มุหุตฺตํ มุหุตฺตํ อุปฺปชฺชนฺตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ เอกํ จิตฺตํ ยาวตายุกํ ติฏฺฐตีติ? อามนฺตา. อากาสา- นญฺจายตนูปคา เทวา เยเนว จิตฺเตน อุปฺปชฺชนฺติ, เตเนว จิตฺเตน จวนฺตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จิตฺตฏฺฐิติกถา นิฏฺฐิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีจิตดวงเดียว ตั้งอยู่ ได้จนตลอดอายุใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เหล่ามนุษย์มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้จนตลอดอายุใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพมีจิตดวงเดียว ตั้งอยู่ได้จน ตลอดอายุใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เหล่าเทพชั้นจาตุมหาราช ฯลฯ ชั้นดาวดึงส์ ... ชั้นยามา ... ชั้นดุสิต ... ชั้นนิมมานรดี ... ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ... ชั้นพรหมปาริสัชชา ... ชั้นพรหม ปุโรหิตา ... ชั้นมหาพรหมา ... ชั้นปริตตาภา ... ชั้นอัปปมาณาภา ... ชั้นอาภัสสรา ... ชั้นปริตตสุภา ... ชั้นอัปปมาณสุภา ... ชั้นสุภกิณหา ... ชั้นเวหัปผลา ... ชั้นอวิหา ... ชั้นอตัปปา ... ชั้นสุทัสสา ... ชั้นสุทัสสี ฯลฯ ชั้นอกนิฏฐา มี จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้จนตลอดอายุใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพมีประมาณอายุ ๒๐,๐๐๐ กัป ก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๒๐,๐๐๐ กัปใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เหล่ามนุษย์มีประมาณอายุ ๑๐๐ ปี ก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๐๐ ปีใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีประมาณอายุ ๒๐,๐๐๐ กัป ก็มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้ตลอด ๒๐,๐๐๐ กัปใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เหล่าเทพชั้นจาตุมหาราชมีประมาณอายุ ๕๐๐ ปี ก็มีจิตดวงเดียวตั้ง อยู่ได้ตลอด ๕๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นยามา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นดุสิต ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นนิมมานรดี ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่าเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖,๐๐๐ ปี ฯลฯ เหล่า เทพชั้นพรหมปาริสัชชา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑ ใน ๓ ของกัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้น พรหมปุโรหิตา ... ตั้งอยู่ได้ตลอดกึ่งกัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นมหาพรหมา ... ตั้งอยู่ ได้ตลอด ๑ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นปริตตาภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒ กัป ฯลฯ

เหล่าเทพชั้นอัปปมาณาภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอาภัสสรา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นปริตตสุภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอัปปมาณสุภา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๓๒ กัป ฯลฯ เหล่า เทพชั้นสุภกิณหา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๖๔ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นเวหัปผลา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๕๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอวิหา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑,๐๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอตัปปา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๒,๐๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นสุทัสสา ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๔,๐๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นสุทัสสี ... ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘,๐๐๐ กัป ฯลฯ เหล่าเทพชั้นอกนิฏฐามีประมาณอายุ ๑๖,๐๐๐ กัป ก็มีจิตดวงเดียว ตั้งอยู่ได้ตลอด ๑๖,๐๐๐ กัปใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีจิตเกิดดับเป็นระยะ ๆ ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพจุติปฏิสนธิเป็นระยะ ๆ ใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ มีจิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้จน ตลอดอายุใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เหล่าเทพผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนภพ ปฏิสนธิด้วยจิตดวงใด ย่อม จุติด้วยจิตดวงนั้นใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

จิตตัฏฐิติกถา จบ

จบ จิตตฐิติกถา