พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๘
เอกมัคคกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๔๗–๑๗๔๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๙ ในวรรคที่ ๑๘มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๘ เอกมัคคกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๙๑๗–๙๒๐
(๑๘๑) ๕. เอกมัคคกถา
ว่าด้วยเรื่องพระพุทธเจ้าทรงบรรลุสามัญญผลได้ด้วยอริยมรรคเดียว
{๑๗๔๗} [๘๑๐] สกวาทีถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคอันเดียวหรือ ?
ส. มีความประชุมแห่งผัสสะ ๔ ... แห่งปัญญา ๔ หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคอันเดียวหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ด้วยโสดาปัตติมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ด้วยสกทาคามีมรรค ... ด้วยอนาคามิมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ด้วยมรรคไหน ?
ป. ด้วยอรหัตตมรรค
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีสัพพตปรามาส ได้ด้วยอรหัตตมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามีแล้วจึงทรงทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตมรรค จึงกล่าวได้ว่าพระองค์ทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ด้วยอริยมรรคอันเดียวเท่านั้น เพราะมีความรักยิ่งในพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าโดยขาดโยนิโสมนสิการ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๙๙)
ส. ทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรคหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละสังโยชน์ ๓ ว่าโสดาปัตติผลมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละสังโยชน์ ๓ ว่าโสดาปัตติผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรค”ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรคหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท ว่าสกทาคามิผลมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาทว่าสกทาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรค”ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตตมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตตมรรคหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละกามราคะและพยาบาทได้โดยเด็ดขาดว่าอนาคามิผลมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละกามราคะและพยาบาทได้โดยเด็ดขาดว่าอนาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตตมรรค”{๑๗๔๘} [๘๑๑] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว” หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเจริญโสดาปัตติมรรคแล้วหรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโสดาบันหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเจริญสกทาคามิมรรค ... อนาคามิมรรคแล้วหรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอนาคามีหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๗๔๙} [๘๑๒] ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว แต่พระสาวกทั้งหลายทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค ๔ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสาวกเห็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามิได้ทรงเห็น บรรลุธรรมที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามิได้ทรงบรรลุ ทำให้แจ้งธรรมที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามิได้ทรงทำให้แจ้งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
จบ เอกมัคคกถา
(๑๘๒) ๖. ฌานสังกันติกถา
ว่าด้วยเรื่องบุคคลสามารถเลื่อนสู่ฌานที่สูงกว่าระดับหนึ่งได้
{๑๗๕๐} [๘๑๓] สกวาทีถามว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานหนึ่งจากฌานหนึ่งหรือ ?
ส. เลื่อนสู่ตติยฌานจากปฐมฌานได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานหนึ่งจากฌานหนึ่งหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายมหิสาสกะและนิกายอันธกะบางพวก ซึ่งมีคาม<*>เห็นว่า บุคคลผู้บำเพ็ญเพียร (โยคีบุคคล) สามารถเลื่อนภาวะจิตจากฌานหนึ่งขึ้นสู่อีกฌานหนึ่งได้ตามลำดับ โดยไม่ต้องผ่านอุปจารแห่งฌานนั้น ๆ เพราะอาศัยพระธรรมเทศนาที่แสดงการบรรลุฌานไปตามลำดับเป็นข้ออ้าง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๐๐)
- ความ - ผู้รวบรวม
จบ เอกมัคคกถา