arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๓

นิยตัสสนิยามกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๒๑–๑๕๒๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในวรรคที่ ๑๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๓ นิยตัสสนิยามกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๗๖–๗๗๘

หน้า ๗๗๖

(๑๒๙) ๔. นิยตัสสนิยามกถา

ว่าด้วยเรื่องนิยามของนิยตบุคคล

{๑๕๒๑} [๖๖๓] สกวาทีถามว่า นิยตบุคคลย่อมก้าวลงนิยามหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้แน่นอนแล้วในมิจฉัตตะก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้ บุคคลผู้แน่นอนแล้วในสัมมัตตะก็ก้าวลงสู่มิจฉัตตนิยามได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. นิยตบุคคลย่อมก้าวลงสู่นิยามหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เจริญมรรคก่อนแล้วจึงก้าวลงสู่นิยามในภายหลังหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑นิยตบุคคล บุคคลผู้แน่นอน จำแนกเป็นสองฝ่าย คือ (๑) มิจฉัตตนิยตบุคคล บุคล<*>ผู้แน่นอนในมิจฉัตตะ (หรือฝ่ายชั่วเต็มที่) ได้แก่บุคคลผู้ทำอนันตริยกรรมและบุคคลผู้เป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งชื่อว่านิยตะเพราะเป็นผู้มีคติที่ไปเกิดในนรกอย่างแน่นอน (๒) สัมมัตตนิยตบุคคล บุคคลผู้แน่นอนในสัมมัตตะ(หรือฝ่ายดีที่สุด) ได้แก่พระอริยบุคคล ๘ จำพวก ซึ่งชื่อว่านิยตะ เพราะเป็นผู้มีความแน่นอนต่อการบรรลุมรรคผลชั้นสูง ๆ และมีความแน่นอนต่อการเข้าสู่ภาวะอนุปาทาปรินิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๓.๒๐๑,๒๐๒,๒๖๙, ดู อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๑๔/๑๗๗ ประกอบ) อนึ่ง ในกถานี้ แม้พระโพธิสัตว์ผู้ได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจักบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณในอนาคต ก็จัดเข้าเป็นนิยตบุคคล เพราะเป็นผู้แน่นอนในการสั่งสมบุญ แต่ไม่จัดว่าเป็นผู้เข้าถึงสัมมัตตนิยาม
  2. ๒นิยาม สภาวะที่แน่นอน มี ๒ คือ มิจฉัตตมิยาม ได้แก่อนันนตริยกรรม สัมมัตตนิยาม ได้แก่อริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๖๙)
  3. ๓ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะและอปรเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่านิยตบุคคลทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่พระโพธิสัตว์ย่อมก้าวลงสู่นิยามทั้งนั้น ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า พระโพธิสัตว์แม้จะได้รับพุทธพยากรณ์ แต่จะยังไม่ก้าวลงสู่นิยาม จนกว่าจะถึงชาติภพสุดท้ายที่จะตรัสรู้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๖๙)
  4. บุคคล - ผู้รวบรวม
หน้า ๗๗๗

ส. เจริญโสดาปัตติมรรคก่อนแล้ว จึงก้าวลงสู่โสดาปัตตินิยามในภายหลังหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เจริญสกทาคามิมรรค ... เจริญอนาคามิมรรค ... เจริญอรหัตตมรรคก่อนแล้ว จึงก้าวลงสู่อรหัตตนิยามในภายหลังหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน ... เจริญสัมมัปปธาน ... เจริญอิทธิบาท ... เจริญอินทรีย์ ... เจริญพละ ... เจริญโพชฌงค์ก่อนแล้ว จึงก้าวลงสู่นิยามในภายหลังหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๕๒๒} [๖๖๔] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “นิยตบุคคลย่อมก้าวลงสู่นิยาม” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระโพธิสัตว์เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะตรัสรู้ธรรมในชาตินั้นหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น นิยตบุคคลย่อมก้าวลงสู่นิยาม

จบ นิยตัสสนิยามกถา

หน้า ๗๗๘

(๑๓๐) ๕. นิวุตกถา

ว่าด้วยเรื่องผู้ถูกนิวรณ์ครอบงำละนิวรณ์ได้

{๑๕๒๓} [๖๖๕] สกวาทีถามว่า บุคคลเป็นผู้มีจิตถูกนิวรณ์ครอบงำแล้วย่อมละนิวรณ์หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. บุคคลเป็นผู้มีจิตกำหนัดแล้วย่อมละราคะ เป็นผู้มีจิตขัดเคืองแล้วย่อมละโทสะ เป็นผู้มีจิตหลงแล้วย่อมละโมหะ เป็นผู้มีจิตเศร้าหมองแล้วย่อมละกิเลสหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลละราคะด้วยราคะ ละโทสะด้วยโทสะ ละโมหะด้วยโมหะ ละกิเลสด้วยกิเลสหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ราคะก็สัมปยุตด้วยจิต มรรคก็สัมปยุตด้วยจิตหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีความประชุมแห่งผัสสะ ๒ ... แห่งจิต ๒ ดวงหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ราคะเป็นอกุศล มรรคเป็นกุศลหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า บุคคลผู้ถูกกิเลสคือนิวรณ์ครอบงำ ปิดกั้น ควบคุมจิต จะสามารถละนิวรณ์ได้ กล่าวคือ การละนิวรณ์ได้ดีต้องละในขณะที่จิตถูกนิวรณ์ครอบงำเท่านั้น ซึ่งตางจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า การละนิวรณ์ได้นั้นต้องละก่อนที่จิตจะถูกนิวรณ์ครอบงำ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗๐)

จบ นิยตัสสนิยามกถา