arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๓

ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๔๓–๑๕๔๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในวรรคที่ ๑๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๓ ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๓๙๒–๓๙๖

หน้า ๓๙๒

ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา

[๑๕๔๓] สกวาที ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. รูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธัมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา รสตัณหา ฯลฯ โผฏ-ฐัพพตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๕๔๔] ส. รูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ

โผฏฐัพพตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ตัณหา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย

หน้า ๓๙๓

มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า ตัณหาพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นทุกข์

สมุทัย ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย

[๑๕๔๕] ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความโลภพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัยและธัมมตัณหาก็เป็นความโลภ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า ความโลภ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย และธัมมตัณหาก็เป็นความโลภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย.

[๑๕๔๖] ส. โลภะคือธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. โลภะคือรูปตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โลภะคือธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือคันธตัณหา ฯลฯ คือรสตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๕๔๗] ส. โลภะคือรูปตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

หน้า ๓๙๔

ป. ถูกแล้ว.

ส. โลภะคือธัมมตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. โลภะคือธัมมตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๕๔๘] ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ตัณหานี้ใด กระทำความเกิดอีก เป็นไปกับด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลินเพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ ตัณหาดังกล่าวนี้คือ กามตัณหา ภวตัณหาวิภวตัณหา ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็น

ทุกขสมุทัย ดังนี้.

[๑๕๔๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. มันเป็นตัณหาในธรรม มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. หากว่า มันเป็นตัณหาในธรรม ก็ต้องไม่กล่าวว่า

หน้า ๓๙๕

ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย ดังนี้.

ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา จบ

อรรถกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา

ว่าด้วย ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องธัมมตัณหามิใช่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์. แม้ในเรื่องนี้ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายนั่นแหละว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ตัณหานั้นเป็นธัมมตัณหา เหตุใด เพราะเหตุนั้น ตัณหานั้นจึงมิใช่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือเช่นกับเรื่องก่อนนั่นแหละ ดังนี้แล.

อรรถกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา จบ

รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ

๑. กัปปัฏฐกถา ๒. กุสลจิตตปฏิลาภกถา ๓. อันตราปยุตตกถา๔. นิยตัสสนิยามกถา ๕. นีวุตกถา ๖. สัมมุขีภูตกถา ๗. สมาปันโน-อัสสาเทติกถา ๘. อาสาตราคกถา ๙. ธัมมตัณพาอัพยากตาติกถา๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา.

วรรคที่ ๑๓ จบ

หน้า ๓๙๖

วรรคที่ ๑๔

กุสลากุสลปฏิสันทหนากถา

[๑๕๕๐] สกวาที กุศลมูลสืบต่ออกุศลมูลได้ หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันใดเพื่อความเกิดขึ้นแห่งอกุศล ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแหละ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกุศลหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กุศลมูลสืบต่ออกุศลมูลได้ แต่ไม่พึงกล่าวว่า ความนึก

ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอกุศล ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแหละ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกุศล หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. กุศลเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่

หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กุศลเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ผู้ตั้งใจอยู่ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า กุศลเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้นึกถึงอยู่ ตั้งใจอยู่ ก็

ต้องไม่กล่าวว่า กุศลมูลสืบต่ออกุศลมูล.

[๑๕๕๑ ] ส. กุศลมูลสืบต่ออกุศลมูลได้ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อกุศล ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย

จบ ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา