arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๑

ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๕๑–๑๔๕๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๘ ในวรรคที่ ๑๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๑ ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๒๙๙–๓๐๓

หน้า ๒๙๙

ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา

[๑๔๕๑] ปรวาที ญาณ เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็น

โผฏฐัพพายตนะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณ เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ สัมมาทิฏฐิ ธัมม-

วิจยสัมโพชฌงค์ ก็เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ สัมมาทิฏฐิ ธัมม-

วิจยสัมโพชฌงค์สัมปยุตด้วยจิต หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ญาณก็สัมปยุตด้วยจิต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๔๕๒] ส. ญาณ เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน.

ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์.

ส. สังขารขันธ์ เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

หน้า ๓๐๐

ส. สังขารขันธ์ เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณ นับเนื่องในสังขารขันธ์แต่เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ปัญญา นับเนื่องในสังขารขันธ์แต่เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ปัญญา นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต

หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ญาณ นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณ นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นจิตตวิปปยุต ส่วน

ปัญญานับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่ง

เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่ง

เป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

หน้า ๓๐๑

ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีก

ส่วนหนึ่งเป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๔๕๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ญาณเป็นจิตตวิปปยุต หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. พระอรหันต์ ผู้พร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณ พึง

กล่าวว่า ผู้มีญาณ หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. ญาณ สัมปยุตด้วยจิตนั้น หรือ ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น ญาณก็เป็นจิตตวิปปยุต น่ะสิ.

ส. พระอรหันต์ ผู้พร้อมเพรียงด้วยจักจุวิญญาณ พึง

กล่าวว่า ผู้มีปัญญา หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ปัญญา สัมปยุตด้วยจิตนั้น หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ถ้าอย่างนั้น ปัญญาก็เป็นจิตตวิปปยุต น่ะสิ.

ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา จบ

หน้า ๓๐๒

อรรถกถาญาณัง จิตตวิปปยุตตันติกถา

ว่าด้วย ญาณเป็นจิตตวิปปยุต

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องญาณที่ไม่ประกอบด้วยจิต คือไม่ประกอบกับจิต.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า พระอรหันต์ผู้พร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณเป็นต้น คือหมายความว่าจักขุวิญญาณจิตเป็นต้นเกิดขึ้นแล้ว ท่านเรียกว่า ผู้มีญาณ เพราะหมายเอามัคคญาณที่ท่านได้แล้ว แต่ว่าญาณของพระอรหันต์นั้นไม่สัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณจิตนั้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น ญาณจึงไม่ประกอบกับจิตดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า เป็นรูป เป็นต้น เพื่อท้วงด้วยคำว่า ถ้าว่า ญาณไม่ประกอบกับจิตไซร้ ญาณของพระอรหันต์นั้นก็จะพึงเป็นธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งมีรูปเป็นต้นที่ไม่ประกอบกับจิต ดังนี้.

ปรวาทีตอบปฏิเสธ. คำที่เหลือมีนัยดังที่กล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแหละ.

ก็ในปริโยสาน ถูกสกวาทีถามว่า พระอรหันต์ผู้พร้อมเพรียงด้วยจักขุ-วิญญาณ หมายความว่าจักขุวิญญาณกำลังเป็นไป พึงกล่าวว่า ผู้มีปัญญาหรือ ปรวาทีย่อมปรารถนาซึ่งคำบัญญัตินั้นด้วยสามารถแห่งการได้เฉพาะแล้วซึ่งปัญญา เพราะฉะนั้นจึงตอบรับรอง.

อรรถกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา จบ

หน้า ๓๐๓

อิทังทุกขันติกถา

[๑๔๕๔] สกวาที เมื่อกล่าววาจาว่า นี้ทุกข์ ญาณว่า นี้ทุกข์ ก็เป็นไป หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. เมื่อกล่าววาจาว่า นี้สมุทัย ญาณว่า นี้สมุทัย ก็เป็น

ไป หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เมื่อกล่าววาจาว่า นี้ทุกข์ ญาณว่า นี้ทุกข์ ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เมื่อกล่าววาจาว่า นี้นิโรธ ญาณว่า นี้นิโรธ ก็เป็นไป หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เมื่อกล่าววาจาว่า นี้ทุกข์ ญาณว่า นี้ทุกข์ ก็เป็นไป

หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เมื่อกล่าววาจาว่า นี้มรรค ญาณว่า นี้มรรค ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

จบ ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา