arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๐

สมาทานเหตุกกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๒๔–๑๔๒๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๑ ในวรรคที่ ๑๐มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๑๐. ทสมวคฺค

(๑๐๓) ๙. สมาทานเหตุกถา

๙. สมาทานเหตุกถา (๑๐๓)

ว่าด้วยศีลมีการสมาทานเป็นเหตุ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๐ สมาทานเหตุกกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๓๖๖–๓๖๗ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๖๕๒–๖๕๔

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*สมาทานเหตุกํ สีลํ วฑฺฒตีติ? อามนฺตา. สมาทานเหตุโก ผสฺโส วฑฺฒติ, เวทนา วฑฺฒติ, สญฺญา วฑฺฒติ, เจตนา วฑฺฒติ, จิตฺตํ วฑฺฒติ, สทฺธา วฑฺฒติ, วีริยํ วฑฺฒติ, สติ วฑฺฒติ, สมาธิ วฑฺฒติ, ปญฺญา วฑฺฒตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*สมาทานเหตุกํ สีลํ วฑฺฒตีติ? อามนฺตา. ลตา วิย วฑฺฒติ, มาลุวา วิย วฑฺฒติ, รุกฺโข วิย วฑฺฒติ, ติณํ วิย วฑฺฒติ, มุญฺชปุญฺโช วิย วฑฺฒตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ เจริญได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ที่มีการสมาทานเป็นเหตุ เจริญได้ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ เจริญได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ศีลเจริญได้เหมือนเถาวัลย์ เหมือนเถาย่านทราย เหมือนต้นไม้ เหมือน ต้นหญ้า เหมือนหญ้าปล้องใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๙๘/๒๕๔)
  2. ๒เพราะมีความเห็นว่า เพียงแต่สมาทานศีลเท่านั้น ศีลก็เจริญขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๙๘/๒๕๔)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*สมาทานเหตุกํ สีลํ วฑฺฒตีติ? อามนฺตา. สีลํ สมาทิยิตฺวา กามวิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺส พฺยาปาทวิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺส วิหึสาวิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺส สีลํ วฑฺฒตีติ? อามนฺตา. ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ? อามนฺตา. กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว สุวิทูรวิทูรานิ. กตมานิ จตฺตาริ? นภญฺจ ภิกฺขเว ปฐวี จ อิทํ ปฐมํ สุวิทูรวิทูรํ ฯเปฯ ตสฺมา สตํ ธมฺโม อสพฺภิ อารกา”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ น วตฺตพฺพํ “กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺก-สปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตี”ติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๔๘/๕๖-๕๘
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ เจริญได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เมื่อบุคคลสมาทานศีลแล้ว ตรึกถึงกามวิตก ตรึกถึงพยาบาทวิตก ตรึกถึงวิหิงสาวิตกอยู่ ศีลเจริญได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. มีการประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ จิต ๒ ดวงใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. มีการประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ จิต ๒ ดวงใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่เป็นฝ่ายดำ เป็นฝ่ายขาว และเป็นฝ่ายมีส่วนเปรียบ มาประชุมกันได้ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่เป็นฝ่ายดำ เป็นฝ่ายขาว และเป็นฝ่ายมีส่วนเปรียบ มาประชุมกันได้ใช่ไหมปร. ใช่

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่อยู่ห่างไกล กันเหลือเกิน ๔ อย่างนี้

สิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ๔ อย่าง อะไรบ้าง คือ

๑. ท้องฟ้ากับแผ่นดิน นี้เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกินอย่างที่ ๑

ฯลฯ

เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษจึงห่างไกลกันกับธรรมของอสัตบุรุษ”

มีอยู่จริงมิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่เป็นฝ่ายดำ เป็นฝ่ายขาว และเป็นฝ่าย มีส่วนเปรียบ มาประชุมกันได้”

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ฝ่ายดำ หมายถึงสังกิเลสธรรม (ธรรมเครื่องทำใจให้เศร้าหมอง) (ที.ปา.ฏีกา ๑๔๔/๗๘)
  2. ๒ฝ่ายขาว หมายถึงโวทานธรรม (ธรรมเครื่องทำใจให้ผ่องแผ้ว) (ที.ปา.ฏีกา ๑๔๔/๗๘)
  3. ๓มีส่วนเปรียบ หมายถึงสังกิเลสธรรมเป็นข้าศึกกับโวทานธรรมตามลำดับ โดยการแสดงการเปรียบเทียบว่า สังกิเลสธรรมเป็นธรรมที่ควรละ ส่วนโวทานธรรมเป็นธรรมที่ละ (ที.ปา.ฏีกา ๑๔๔/๗๘)
  4. ๔ดูเทียบ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๔๗/๗๗
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “สมาทานเหตุกํ สีลํ วฑฺฒตี”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “อาราม- โรปา วนโรปา ฯเปฯ ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนา, เต ชนา สคฺคคามิโน”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ สมาทานเหตุกํ สีลํ วฑฺฒตีติ. สมาทานเหตุกถา นิฏฺฐิตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สํ. ส. ๑๕/๔๘/๓๘
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ เจริญได้” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ชนเหล่าใดปลูกสวนอันน่ารื่นรมย์ ปลูกป่า ฯลฯ ชนเหล่านั้นดำรงอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีลแล้วย่อมไปสู่สวรรค์” มีอยู่จริง มิใช่หรือสก. ใช่

ปร. ดังนั้น ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ จึงเจริญได้

สมาทานเหตุกถา จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๔๗/๕๖

จบ สมาทานเหตุกกถา