arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ปุคคลวรรค

สังขารสูตร เล่ม ๒๐

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในปุคคลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรค สังขารสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๐ หน้า ๑๙๒–๑๙๓

หน้า ๑๙๒

๓. สังขารสูตร

ว่าด้วยกรรมและผลแห่งกรรม

{๔๖๒} [๘๗๗] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ ประเภทนี้มีปรากฏอยู่โลก ๓ ประเภทคืออะไรบ้างคือ

(๑) บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมปรุงแต่งกายสังขารปรุงแต่งวจีสังขาร ปรุงแต่งมโนสังขารอันมีทุกข์ ครั้นปรุงแต่งแล้วย่อมเข้าถึงโลกอันมีทุกข์ ผัสสะอันมีทุกข์ย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงโลกอันมีทุกข์ เขาถูกผัสสะอันมีทุกข์ถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนาอันมีทุกข์ อันเป็นทุกข์โดยส่วนเดียว ดุจสัตว์นรกฉะนั้น(๒) บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมปรุงแต่งกายสังขาร ปรุงแต่งวจีสังขาร ปรุงแต่งมโนสังขารอันไม่มีทุกข์ ครั้นปรุงแต่งแล้ว ย่อมเข้าถึงโลกอันไม่มีทุกข์ ผัสสะอันไม่มีทุกข์ย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงโลกอันไม่มีทุกข์ เขาถูกผัสสะอันไม่มีทุกข์ถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนาอันไม่มีทุกข์ อันเป็นสุขโดยส่วนเดียว ดุจเทพชั้นสุภกิณหะฉะนั้น

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑กายสังขาร สภาพที่ปรุงแต่งการกระทำทางกาย ได้แก่ กายสัญเจตนา ความจงใจทางกายในการทำดีทำชั่ว ๒๐ อย่าง ฝ่ายกามาวจรกุศล ๘ ฝ่ายอกุศล ๑๒ วจีสังขาร สภาพที่ปรุงแต่งการกระทำทางวาจาได้แก่ วจีสัญเจตนา ความจงใจในการเปล่งวาจา ๒๐ อย่าง มโนสังขาร หรือจิตตสังขาร สภาพที่ปรุงแต่งการกระทำทางใจ ได้แก่ มโนสัญเจตนา ความจงใจทางใจ ๒๙ อย่าง ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศลระดับโลกิยะ ซึ่งเป็นไปแก่บุคคลผู้นั่งคิดอยู่ในที่ลับโดยไม่แสดงพฤติกรรมทางกายและวาจา (ม.มู.อ. ๑/๒๓๗), ม.ม.อ. ๗๘, องฺ.ติก.อ. ๑๐๑)
  2. ๒เทพชั้นสุภกิณหะ หมายถึงพวกเทพหรือพรหมชั้นตติยฌานภูมิ คือผู้ได้ตติยฌานแล้วไปเกิดอยู่ในพรหมโลกชั้นตติยฌานทั้ง ๓ ชั้น คือ (๑) ปริตตสุภา ชั้นพวกมีลำรัศมีงามน้อย (๒) อัปปมาณสุภา ชั้นพวกมีลำรัศมีงามประมาณมิได้ (๓) สุภกิณหา ชั้นพวกมีลำรัศมีงามกระจ่าง เป็นเทพที่ปราศจากปีติ มีสุขโดยส่วนเดียว (นัย ที.ม.อ. ๑๑๐-๑๐๑, ม.มู.อ. ๒/๒๔๑, องฺ.ติก.อ. ๑๐๑)
หน้า ๑๙๓

(๓) บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมปรุงแต่งกายสังขาร ปรุงแต่งวจีสังขาร ปรุงแต่งมโนสังขารอันมีทุกข์บ้างไม่มีทุกข์บ้าง ครั้นปรุงแต่งแล้วย่อมเข้าถึงโลกอันมีทุกข์บ้างไม่มีทุกข์บ้าง ผัสสะอันมีทุกข์บ้างไม่มีทุกข์บ้างย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงโลกอันมีทุกข์บ้างไม่มีทุกข์บ้าง เขาถูกผัสสะอันมีทุกข์บ้างไม่มีทุกข์บ้างถูกต้องแล้วย่อมเสวยเวทนาอันมีทุกข์บ้าง ไม่มีทุกข์บ้าง อันเป็นสุขเป็นทุกข์ปะปนกันไป ดุจพวกมนุษย์ เทพบางพวก และวินิปาติกะบางพวกฉะนั้นดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ ประเภทนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก”

๔. พหุการสูตร

ว่าด้วยผู้มีอุปการะมาก ๓ ประเภท

{๔๖๓} [๘๗๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ ประเภทนี้เป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลผู้อาศัย ๓ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ บุคคลเป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ เป็นผู้ถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ เป็นผู้ถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ เพราะได้อาศัยบุคคลใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้จัดว่าเป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลนี้

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑เทพบางพวก หมายถึงเหล่าเทวดาในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น (ที.ม.อ. ๑๐๙, องฺ.ติก.อ. ๑๐๑, องฺ. จตุกฺ.อ. ๒/๔๔๐) คือ เทวดาชั้นจาตุมหาราช ชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี และชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
  2. ๒วินิปาติกะบางพวก คำว่า วินิปาติกะ แปลว่า ผู้อันกรรมให้ตกลงไปเสวยสุขไม่เต็มที่ หมายถึงสัตว์พวกหนึ่งซึ่งไม่รวมอยู่ในจำพวกสัตว์ในอบายภูมิ ๔ ได้แก่ พวกเวมานิกเปรต คือ พวกเปรตที่แม้จะมีวิมานอยู่ แต่ก็ไม่รุ่งเรืองเหมือนพวกเทพอื่น ๆ ได้เสวยสุขและต้องทุกข์ทรมานต่าง ๆ เป็นช่วง ๆ สลับกันไป (นัย ที.ม.อ. ๑๐๙, องฺ.จตุกฺ.อ. ๒/๔๔๑, องฺ.ติก.อ. ๑๐๑)

จบ สังขารสูตร