arnon.worldเข้าสู่ระบบ

จูฬวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘๐–๔๙๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๕ ในปฐมปัณณาสก์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

จูฬวรรคที่ ๕

สัมมุขีสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค สัมมุขีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๑ ติณฺณํ ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหห ปุญฺญํ ปสวติ กตเมสํ ติณฺณํ สทฺธาย ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหห ปุญฺญํ ปสวติ เทยฺยธมฺมสฺส ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหห ปุญฺญํ ปสวติ ทกฺขิเณยฺยานํ ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหห ปุญฺญํ ปสวติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหห ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มีธรรม ๓ ประการ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ศรัทธา ๑ไทยธรรม ๑ ทักขิไณยบุคคล ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มี ธรรม ๓ประการนี้ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสบบุญเป็นอันมาก ฯ

ฐานสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค ฐานสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๒ ตีหิ ภิกฺขเว ฐาเนหิ สทฺโธ ปสนฺโน เวทิตพฺโพ กตเมหิ ตีหิ สีลวนฺตานํ ๑ ทสฺสนกาโม โหติ สทฺธมฺมํ โสตุกาโม โหติ วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มุตฺตจาโค ปยตปาณิ โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ฐาเนหิ สทฺโธ ปสนฺโน เวทิตพฺโพติ ฯ

ทสฺสนกาโม สีลวตํ สทฺธมฺมํ โสตุมิจฺฉติ

วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ ส เว สทฺโธติ วุจฺจตีติ ฯ

๑ ยุ. สีลวตํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พึงทราบบุคคลมีศรัทธาเลื่อมใสโดยฐานะ ๓ ประการ๓ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้ใคร่ที่จะเห็นท่านผู้มีศีล ๑ เป็นผู้ใคร่ที่จะฟังธรรม ๑ มีใจปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้วมีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในทานและการแจกจ่ายทาน อยู่ครองเรือน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่าคนมีศรัทธาเลื่อมใสโดยฐานะ ๓ประการนี้แล ฯ

บุคคลผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราบปรามความตระหนี่อันเป็นมลทินนั้นแล เรียกว่าผู้มีศรัทธา ฯ

ปัจจยวัตตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค ปัจจยวัตตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๓ ตโย ภิกฺขเว อตฺถวเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว ปเรสํ ธมฺมํ เทเสตต กตเม ตโย โย ธมฺมํ เทเสติ โส อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ โย ธมฺมํ สุณาติ โสฆ อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ โย เจว ธมฺมํ เทเสติ โย จ ธมฺมํ สุณาติ อุโภ อตฺถปฏิสํเวทิโน จ โหนฺติ ธมฺมปฏิสํเวทิโน จ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย อตฺถวเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว ปเรสํ ธมฺมํ เทเสตุนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ ๓ประการ ควรอย่างยิ่งที่จะแสดงธรรมแก่คนอื่นๆ อำนาจประโยชน์ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ผู้แสดงธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้ฟังธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้แสดงธรรมและผู้ที่ฟังธรรมทั้งสองฝ่าย รู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ ๓ ประการนี้แล ควรอย่างยิ่งที่จะแสดงธรรมแก่คนอื่นๆ ฯ

ปเรสสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค ปเรสสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๔ ตีหิ ภิกฺขเว ฐาเนหิ กถา ปวตฺตนี โหติ กตเมหิ ตีหิ โย ธมฺมํ เทเสติ โส อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ โย ธมฺมํ สุณาติ โส อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ โย เจว ธมฺมํ เทเสติ โย จ ธมฺมํ สุณาติ อุโภ อตฺถปฏิสํเวทิโน จ โหนฺติ ธมฺมปฏิสํเวทิโน จ อิเมหิ โข ๑ ภิกฺขเว ตีหิ ฐาเนหิ กถา ปวตฺตนี โหตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุ ๓ ประการ การเจรจาธรรมเป็นไปได้ด้วยดีเหตุ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ผู้แสดงธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้ฟังธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้แสดงธรรมและผู้ ฟังธรรมทั้งสองฝ่าย รู้แจ้งอรรถด้วย

รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายเพราะ เหตุ ๓ ประการนี้แล เรื่องราวจึงเป็นไปได้ ฯ

ปัณฑิตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค ปัณฑิตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๕ ตีณีมานิ ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตานิ สปฺปุริสปญฺญตฺตานิ กตมานิ ตีณิ ทานํ ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ สปฺปุริสปญฺญตฺตํ ปพฺพชฺชา ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตา สปฺปุริสปญฺญตฺตา มาตาปิตุนฺนํ ภิกฺขเว อุปฏฺฐานํ ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ สปฺปุริสปญฺญตฺตํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ ปณฺฑิตปญฺญตฺตานิ สปฺปุริสปญฺญตฺตานีติ ฯ

สพฺภิ ทานํ อุปญฺญตฺตํ อหึสา สญฺญโม ทโม

มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ สนฺตานํ พฺรหฺมจารินํ

สตํ เอตานิ ฐานานิ ยานิ เสเวถ ปณฺฑิโต

อริโย ทสฺสนสมฺปนฺโน ส โลกํ ภชเต สิวนฺติ ฯ

๑ ยุ. โขสทฺโท นตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ บัณฑิตได้บัญญัติไว้ สัตบุรุษได้บัญญัติไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ทาน ๑ บรรพชา ๑ มาตาปิตุอุปัฏฐาน ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้แล บัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ ฯ

ทาน การไม่เบียดเบียน ความสำรวม การฝึกตน การบำรุงมารดาและบิดา สัตบุรุษบัญญัติไว้ เหตุที่บัณฑิตเสพ เป็นเหตุของสัตบุรุษผู้เป็นคนดี เป็นพรหมจารีบุคคล ผู้ที่เป็นอริยสมบูรณ์ด้วยทัศนะ

ย่อมคบโลกอันเกษม ฯ

ศีลสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค ศีลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๖ ยํ ภิกฺขเว สีลวนฺโต ปพฺพชิตา คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรนฺติ ตตฺถ มนุสฺสา ตีหิ ฐาเนหิ พหห ปุญฺญํ ปสวนฺติ กตเมหิ ตีหิ กาเยน วาจาย มนสา ยํ ภิกฺขเว สีลวนฺโต ปพฺพชิตา คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรนฺติ ตตฺถ มนุสฺสา อิเมหิ ตีหิ ฐาเนหิ พหห ปุญฺญํ ปสวนฺตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่ มนุษย์ในบ้านหรือนิคมนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือกาย ๑ วาจา ๑ ใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่มนุษย์ในบ้านหรือนิคมนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ ประการนี้แล ฯ

สังขตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค สังขตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๗ ตีณีมานิ ภิกฺขเว สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานิ กตมานิ ตีณิ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานีติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเกิดขึ้นปรากฏ ๑ ความเสื่อมปรากฏ ๑เมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนปรากฏ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ

อสังขตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค อสังขตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๘ ตีณีมานิ ภิกฺขเว อสงฺขตสฺส อสงฺขตลกฺขณานิ กตมานิ ตีณิ น อุปฺปาโท ปญฺญายติ น วโย ปญฺญายติ น ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ อสงฺขตสฺส อสงฺขตลกฺขณานีติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะของอสังขตธรรม ๓ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ไม่ปรากฏความเกิด ๑ ไม่ปรากฏความเสื่อม ๑ เมื่อตั้งอยู่ไม่ปรากฏความแปรปรวน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะของอสังขตธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ

ปัพพตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค ปัพพตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๔๙ หิมวนฺตํ ภิกฺขเว ปพฺพตราชํ นิสฺสาย มหาสาลา ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒนฺติ กตมาหิ ๑ ตีหิ สาขาปตฺตปลาเสน วฑฺฒนฺติ ตจปปฺปฏิกาย วฑฺฒนฺติ เผคฺคุสาเรน วฑฺฒนฺติ หิมวนฺตํ ภิกฺขเว ปพฺพตราชํ นิสฺสาย มหาสาลา อิมาหิ ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว สทฺธํ กุลปตึ นิสฺสาย อนฺโตชโน ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒติ กตมาหิ ๒ ตีหิ สทฺธาย วฑฺฒติ สีเลน วฑฺฒติ ปญฺญาย วฑฺฒติ สทฺธํ ภิกฺขเว กุลปตึ นิสฺสาย อนฺโตชโน อิมาหิ ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒตีติ ฯ

ยถาปิ ปพฺพโต เสโล อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน

ตํ รุกฺขํ ๓ อุปนิสฺสาย วฑฺฒนฺเตเต วนปฺปตี

ตเถว สีลสมฺปนฺนํ สทฺธํ กุลปตึ อิธ

อุปนิสฺสาย วฑฺฒนฺติ ปุตฺตทารา จ พนฺธวา

อมจฺจา ญาติสงฺฆา จ เยจสฺส อนุชีวิโน ฯ

ตฺยาสฺส สีลวโต สีลํ จาคํ สุจริตานิ จ

ปสฺสมานานุกุพฺพนฺติ เย ๔ ภวนฺติ วิจกฺขณา

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน มคฺคํ สุคติคามินํ

นนฺทิโน เทวโลกสฺมึ โมทนฺติ กามกามิโนติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาดใหญ่ๆ อาศัยขุนเขาหิมวันต์ ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญด้วยกิ่ง ใบแก่ และใบอ่อน ๑เจริญด้วยเปลือก และกะเทาะ ๑ เจริญด้วยกะพี้และแก่น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาดใหญ่ๆ อาศัยขุนเขาหิมวันต์ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการนี้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้-เหมือนกัน คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยธรรมอันเป็นเหตุเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญด้วยศรัทธา ๑ เจริญด้วยศีล ๑เจริญด้วยปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๓ ประการนี้แล ฯ

ภูเขาศิลามีอยู่ในป่าใหญ่ หมู่ไม้ได้อาศัยภูเขานั้น เจริญงอกงามเติบโตอยู่ในป่า ฉันใด บรรดาบุตรภรรยา เผ่าพันธุ์อำมาตย์ หมู่ญาติและ

เหล่าชนผู้พึ่งพำนักเลี้ยงชีพ ต่างอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ถึง

พร้อมด้วยศีล เจริญอยู่ฉันนั้น ผู้ที่มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาเห็นศีล

จาคะและสุจริต ของพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศีลนั้นเข้า ต่างก็พากันทำตาม

บุคคลประพฤติธรรม คือ ทางที่ยังสัตว์ให้ไปสุคติไว้ในโลกนี้แล้ว ย่อม

เป็นผู้เพลิดเพลิน สมประสงค์ที่น่าใคร่บันเทิงอยู่ในเทวโลก ฯ

อาตัปปสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค อาตัปปสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๕๐ ตีหิ ภิกฺขเว ฐาเนหิ อาตปฺปํ กรณียํ กตเมหิ ตีหิ อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย อาตปฺปํ กรณียํ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย อาตปฺปํ กรณียํ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสนาย อาตปฺปํ กรณียํ ๑ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย อาตปฺปํ กโรติ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย อาตปฺปํ กโรติ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสนาย อาตปฺปํ กโรติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาตาปี นิปโก สโต สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ

๑-๒ ม. ยุ. กตเมหิ ฯ ๓ ม. รุกฺขา ฯ ๔ ม. อตฺตมตฺถํ วิจกฺขณา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลควรทำความเพียรเครื่องเผากิเลสด้วยเหตุ ๓ ประการ๓ ประการเป็นไฉน คือเพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่เกิด ๑ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิด ๑เพื่ออดกลั้นทุกขเวทนาอันมีในสรีระซึ่งเกิดขึ้นแล้ว กล้า แข็ง เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าชอบใจ อาจนำเอาชีวิตไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายเพราะว่าภิกษุทำความเพียรเครื่องเผากิเลส เพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่เกิดเพื่อความเกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิด เพื่ออดกลั้นทุกขเวทนาอันมีในสรีระซึ่งเกิดขึ้นแล้ว กล้า แข็ง เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าชอบใจ อาจนำเอาชีวิตไป ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุนี้เราเรียกว่า มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีปัญญาเครื่องรักษาตน มีสติเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบ ฯ

มหาโจรสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรค มหาโจรสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๕๑ ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต มหาโจโร สนฺธิมฺปิ ฉินฺทติ นิลฺโลปมฺปิ หรติ เอกาคาริกมฺปิ กโรติ ปริปนฺเถปิ ติฏฺฐติ กตเมหิ ตีหิ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร วิสมนิสฺสิโต จ โหติ คหนนิสฺสิโต จ โหติ พลวนิสฺสิโต จ โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร วิสมนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร นทีวิทุคฺคํ วา นิสฺสิโต โหติ ปพฺพตวิสมํ วา เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร วิสมนิสฺสิโต โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร คหนนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร ติณคหนํ วา นิสฺสิโต โหติ รุกฺขคหนํ วา โรธํ ๒ วา มหาวนสณฺฑํ วา เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร๔ คหนนิสฺสิโต โหติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร พลวนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร ราชานํ วา ราชมหามตฺตานํ วา นิสฺสิโต โหติ ตสฺส เอวํ โหติ สเจ มํ โกจิ กิญฺจิ วกฺขติ อิเม เม ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณิสฺสนฺตีติ สเจ นํ โกจิ กิญฺจิ อาห ตฺยาสฺส ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณนฺติ เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร พลวนิสฺสิโต โหติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต มหาโจโร สนฺธิมฺปิ ฉินฺทติ นิลฺโลปมฺปิ หรติ เอกาคาริกมฺปิ กโรติ ปริปนฺเถปิ ติฏฺฐติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ ๑ สมนฺนาคโต ปาปภิกฺขุ ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ ตีหิ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสมนิสฺสิโต จ โหติ คหนนิสฺสิโต จ พลวนิสฺสิโต จ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสมนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสเมน กายกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ วิสเมน วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ วิสเมน มโนกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสมนิสฺสิโต โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ คหนนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ อนฺตคฺคาหิกาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ คหนนิสฺสิโต โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ พลวนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ ราชานํ วา ราชมหามตฺตานํ วา นิสฺสิโต โหติ ตสฺส เอวํ โหติ สเจ มํ โกจิ กิญฺจิ วกฺขติ อิเม เม ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณิสฺสนฺตีติ สเจ นํ โกจิ กิญฺจิ อาห ตฺยาสฺส ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณนฺติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ พลวนิสฺสิโต โหติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปาปภิกฺขุ ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ

จูฬวคฺโค ปญฺจโม ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

สมฺมุขิฏฺฐานปจฺจยวตฺตํ ปเรสํ ปณฺฑิตสีลญฺจ

สงฺขตํ ปพฺพตาตปฺปํ มหาโจเรเนการสาติ ฯ

ปฐโม ปณฺณาสโก สมตฺโต ฯ

____________

ทุติยปณฺณาสโก

พฺราหฺมณวคฺโค ปฐโม

๑ ม. ยุ. อิโต ปรํ อิเมหิ ตีหิ ภิกฺขเว ฐาเนหิ อาตปฺปํ กรณียนฺติ ทิสฺสติ ฯ

๒ โป. เคหํ ฯ ยุ. เคธํ ฯ

๑ ม. องฺเคหิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรประกอบด้วยองค์ ๓ ประการ ย่อมย่องเบาบ้างปล้นบ้าง ทำการล้อมเรือนหลังเดียวแล้วปล้นบ้าง คอยดักชิงเอาที่ทางเปลี่ยวบ้าง องค์ ๓ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรในโลกนี้ ย่อมอาศัยที่อันขรุขระ ๑ ย่อมอาศัยป่าชัฏ ๑ย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลัง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มหาโจรย่อมอาศัยที่อันขรุขระอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรในโลกนี้ ย่อมอาศัยสถานที่อันไม่ไกลแม่น้ำ หรือที่ที่ขรุขระแห่งภูเขาดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรย่อมอาศัยที่อันขรุขระอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายก็มหาโจรย่อมอาศัยป่าชัฏอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรในโลกนี้ ย่อมอาศัยชัฏหญ้า บ้าง ชัฏต้นไม้บ้าง

ริมตลิ่งบ้าง ราวไพรใหญ่บ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจร ย่อมอาศัยป่าชัฏอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มหาโจรย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลัง อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรในโลกนี้

ย่อมอาศัยพระราชาหรือมหาอำมาตย์ ของพระราชา เขาคิดอย่างนี้ว่า ถ้าใครจักกล่าวหาอะไรกะเราพระราชาหรือ มหาอำมาตย์ของพระราชาเหล่านี้ จักช่วยกันปกปิดโทษของเรา แล้วว่ากล่าวอรรถคดีดังนี้ ถ้าใครกล่าวหาอะไรกะมหาโจรนั้นเข้าพระราชาและมหาอำมาตย์ ของพระราชาเหล่านั้นต่างช่วยกันปกปิดโทษของมหาโจรนั้น แล้วว่ากล่าว อรรถคดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลังอย่างนี้แล ดูกร ภิกษุทั้งหลาย มหาโจรผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ ประการนี้แลย่อมย่องเบาบ้าง ปล้นบ้าง ทำการล้อมเรือนหลังเดียวแล้วปล้นบ้าง คอยดักชิงเอาที่ทางเปลี่ยว

บ้างฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุผู้ลามกประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ

ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ให้ถูกทำลายประกอบด้วยโทษ ถูก วิญญูชนติเตียน ทั้งจะประสบบาปเป็นอันมากอีกด้วยธรรม ๓ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้ย่อมอาศัยกรรมอันไม่สม่ำเสมอ ๑อาศัยป่าชัฏ ๑ อาศัยบุคคลผู้มีกำลัง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัยกรรมอันไม่สม่ำเสมออย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้ ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สม่ำเสมอด้วยวจีกรรมอันไม่สม่ำเสมอ ด้วยมโนกรรมอันไม่สม่ำเสมอ ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัยกรรมอันไม่สม่ำเสมออย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกอาศัยป่าชัฏอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้เป็นคนที่มีความเห็นผิด ประกอบด้วยอันตคาหิกทิฏฐิ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัยป่าชัฏอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลังอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้ย่อมอาศัยพระราชาหรือมหาอำมาตย์ของพระราชา เธอ คิดอย่างนี้ว่า ถ้าใครจักว่ากล่าวอะไรเรา พระราชาหรือมหาอำมาตย์ของพระราชาเหล่านี้ จักช่วยปกปิดโทษของเราแล้วว่ากล่าวคดี ดังนี้ ถ้าใครได้ว่ากล่าวอะไร ภิกษุพวกลามกนั้นพระราชาและมหาอำมาตย์ของพระราชาเหล่านั้น ต่างก็ช่วยกันปกปิดโทษของภิกษุนั้นไว้แล้วว่ากล่าวคดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกย่อม อาศัยบุคคลผู้มีกำลังอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกประกอบด้วยธรรม ๓ประการนี้แล ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ให้ถูกทำลาย ประกอบด้วยโทษถูกวิญญูชนติเตียน ทั้งจะประสบบาปมากอีกด้วย ฯ

จบจูฬวรรคที่ ๕

____________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สัมมุขีสูตร ๒. ฐานสูตร

๓. ปัจจยวัตตสูตร ๔. ปเรสสูตร

๕. ปัณฑิตสูตร ๖. ศีลสูตร

๗. สังขตสูตร ๘. อสังขตสูตร

๙. ปัพพตสูตร ๑๐. อาตัปปสูตร

๑๑. มหาโจรสูตร ฯ

ปฐมปัณณาสก์ จบบริบูรณ์

จบ จูฬวรรค