arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ปุคคลวรรค

เสวิสูตร เล่ม ๒๐

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในปุคคลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เสวิสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรค เสวิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๒๖ ตโยเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย อตฺถิ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ๑ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ อตฺถิ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ อตฺถิ ภิกฺขเว ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุกตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ ฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล หีโน โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย เอวรูโป ภิกฺขเว ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ อญฺญตฺร อนุทยา อญฺญตฺร อนุกมฺปา ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สทิโส โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย เอวรูโป ภิกฺขเว ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ ตํ กิสฺส เหตุ สีลสามญฺญคตานํ สตํ สีลกถา จ โน ภวิสฺสติ สา จ โน ปวตฺตนี ภวิสฺสติ สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ สมาธิสามญฺญคตานํ สตํ สมาธิกถา จ โน ภวิสฺสติ สา จ โน ปวตฺตนี ภวิสฺสติ สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ ปญฺญาสามญฺญคตานํ สตํ ปญฺญากถา จ โน ภวิสฺสติ สา จ โน ปวตฺตนี ภวิสฺสติ สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสตีติ ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุกตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อธิโก โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย เอวรูโป ภิกฺขเว ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุกตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ ตํ กิสฺส เหตุ อิติ อปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ ปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ อปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ ปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ อปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ ปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุกตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี

น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี

เสฏฺฐมุปนมํ อุเทติ ขิปฺปํ

ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรึ ภเชถาติ ฯ

๑ ม. สพฺพตฺถ กตฺตาปทญฺจ กิริยาปทญฺจ พหุวจนตฺเถ วตฺตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉนคือ ๑. บุคคลที่ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้ มีอยู่ ๒. บุคคลที่ควรเสพ ควรคบควรเข้าไปนั่งใกล้ มีอยู่๓. บุคคลที่จะต้องสักการะเคารพ แล้วจึงเสพ คบหา เข้าไปนั่งใกล้มีอยู่ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลที่ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้เป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนเลวโดยศีล สมาธิ ปัญญา บุคคลเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้ นอกจากจะเอ็นดูอนุเคราะห์กัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลที่ควรเสพ ควรคบ ควรเข้าไปนั่งใกล้เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนเช่นเดียวกับตน

โดยศีล สมาธิปัญญา บุคคลเห็นปานนี้ ควรเสพ ควรคบ ควรเข้าไปนั่งใกล้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะการสนทนา ปรารภศีล จักมีแก่พวกเราซึ่งเป็นคนเสมอกันโดยศีลด้วย การสนทนาของเรานั้น จักเป็นถ้อยคำเป็นไปด้วย และจักเป็นความสำราญของเราด้วย การสนทนาปรารภสมาธิ จักมีแก่พวกเราซึ่งเป็นคนเสมอกันโดยสมาธิด้วย การสนทนาของเรานั้น จักเป็นถ้อยคำเป็นไปด้วย และจักเป็นความสำราญของเราด้วย การสนทนา ปรารภปัญญา จักมีแก่เราซึ่งเป็นคนเสมอกันโดยปัญญาด้วย การสนทนาของเรานั้น จักเป็นถ้อยคำเป็นไปด้วย และจักเป็นความสำราญของเราด้วย ฉะนั้น บุคคลเห็นปานนี้ จึงควรเสพ ควรคบ ควรเข้าไปนั่งใกล้ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลที่จะต้องสักการะ เคารพแล้วจึงเสพคบหา เข้าไปนั่งใกล้ เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ยิ่งโดยศีล สมาธิปัญญา บุคคลเห็นปานนี้ จักต้องสักการะเคารพแล้วจึงเสพ คบหา เข้าไปนั่งใกล้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอาการเช่นนี้ จักบำเพ็ญศีลขันธ์ที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ หรือจักอนุเคราะห์ศีลขันธ์ที่บริบูรณ์ด้วยปัญญาในที่นั้นๆ จักบำเพ็ญสมาธิขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์ หรือจักอนุเคราะห์สมาธิขันธ์บริบูรณ์ด้วยปัญญาในที่นั้นๆ

จักบำเพ็ญปัญญาขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์ หรือจักอนุเคราะห์ปัญญาขันธ์ที่บริบูรณ์ด้วยปัญญาในที่นั้นๆ ฉะนั้น บุคคลเห็นปานนี้จึงควรสักการะเคารพ แล้วเสพ คบหา เข้าไปนั่งใกล้ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคล ๓ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก

ครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคผู้สุคตพระศาสดา ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

บุรุษคบคนเลว ย่อมเลวลง คบคนที่เสมอกัน ย่อมไม่เสื่อมในกาลไหนๆ

คบคนที่สูงกว่า ย่อมพลันเด่นขึ้น ฉะนั้น จึงควรคบคนที่สูงกว่าตน

ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๖

จบ เสวิสูตร