พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย พราหมณสังยุตต์ · อุปาสกวรรค
๖. ปัจจนิกสูตร เล่ม ๑๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๐๑–๗๐๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๒ ในอุปาสกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค พราหมณสังยุตต์ อุปาสกวรรค ปัจจนิกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๕ หน้า ๓๐๓–๓๐๔
{๖๙๙} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ไม่พึงทำมานะในมารดา บิดา พี่ชาย และในคนที่ ๔ คืออาจารย์ พึงมีความเคารพในบุคคลเหล่านั้น พึงยำเกรงในบุคคลหล่านั้น บูชาบุคคลเหล่านั้นด้วยดีแล้ว จึงเป็นการดี
บุคคลพึงทำลายมานะเสีย ไม่พึงมีความกระด้างในพระอรหันต์ผู้เย็นสนิท ผู้ทำกิจเสร็จแล้ว ผู้หาอาสวะมิได้ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เพราะมานานุสัยนั้น
{๗๐๐} เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว มานัตถัทธพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระดำรัสของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระดำรัสของพระองค์ไพเราะนัก พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายอย่างนี้ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ ดังนี้ ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมทั้งพระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระองค์ได้โปรดจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะ จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป”
๖. ปัจจนิกสูตร
ว่าด้วยคำเป็นสุภาษิต
{๗๐๑} [๒๐๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้น มีพราหมณ์ชื่อว่าปัจจนิกสาตะพำนักอยู่ในพระนครสาวัตถี ปัจจนักสาตพราหมณ์มีความดำริว่า “อย่ากระนั้นเลย เราจะเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมถึงที่ประทับ พระสมณโคดมจักตรัสคำใด ๆ เราจักโต้แย้งคำนั้น ๆ”
{๗๐๒} สมัยนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้งปัจจนิกสาตพราหมณ์ จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ แล้วได้เดินตามพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งกำลังเสด็จจงกรมอยู่ไปพลางกราบทูลว่า “ดูก่อนสมณะ ขอให้ท่านแสดงธรรมด้วย”
{๗๐๓} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
คำสุภาษิตอันบุคคลผู้ชอบที่จะโต้แย้ง มีจิตเศร้าหมองมากไปด้วยความแข่งดี จะรู้แจ้งโดยง่ายหามิได้
ส่วนว่าบุคคลใดกำจัดความแข่งดีและความไม่เลื่อมใสแห่งใจ ถอนความอาฆาตได้แล้ว ผู้นั้นแลพึงรู้คำสุภาษิตได้
{๗๐๔} เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ปัจจนิกสาตพราหมณ์กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระดำรัสของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระดำรัสของพระองค์ไพเราะนัก พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายอย่างนี้ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ ดังนี้ ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมทั้งพระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระองค์ได้โปรดจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะจำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป”
๗. นวกัมมิกสูตร
ว่าด้วยความยินดี
{๗๐๕} [๒๐๓] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ราวป่าแห่งหนึ่ง ในแคว้นโกศล ก็สมัยนั้น นวกัมมิกภารทวาชพราหมณ์ให้คนทำงานอยู่ที่ราวป่า
จบ ๖. ปัจจนิกสูตร