arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย พราหมณสังยุตต์ · อุปาสกวรรค

๑๒. โขมทุสสสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๒๔–๗๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๒/๑๒ ในอุปาสกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทฺวาทสมํ โขมทุสฺสสุตฺตํ

โขมทุสสสูตรที่ ๑๒

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค พราหมณสังยุตต์ อุปาสกวรรค โขมทุสสสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ โขมทุสฺสนฺนาม สกฺยานํ นิคโม ฯ อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย โขมทุสฺสํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ เตน โข ปน สมเยน โขมทุสฺสกา พฺราหฺมณคหปติกา สภายํ สนฺนิปติตา โหนฺติ เกนจิเทว กรณีเยน ฯ เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ ฯ อถ โข ภควา เยน สา สภา เตนุปสงฺกมิ ฯ อทฺทสํสุ โข โขมทุสฺสกา พฺราหฺมณคหปติกา ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน เอตทโวจุํ เก จ มุณฺฑกา สมณกา เก จ สภาธมฺมํ ชานิสฺสนฺตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมชื่อว่า โขมทุสสะของเจ้าศากยะ ในแคว้นสักกะ ฯ

ครั้งนั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้วทรงถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังโขมทุสสนิคม ฯ

สมัยนั้น พราหมณ์และคฤหบดีชาวโขมทุสสนิคม ประชุมกันอยู่ในสภา ด้วยกรณียกิจบางอย่าง และฝนกำลังตกอยู่ประปราย ฯ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปยังสภานั้น ฯ

พราหมณ์และคฤหบดีชาวโขมทุสสนิคม ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้ว่า คนพวกไหนชื่อว่าสมณะโล้น และคนพวกไหนรู้จักธรรมของสภา ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภควา โขมทุสฺสเก พฺราหฺมณคหปติเก คาถาย อชฺฌภาสิ

เนสา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต

สนฺโต น เต เย น วทนฺติ ธมฺมํ

ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ

ธมฺมํ วทนฺตา จ ภวนฺติ สนฺโตติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะพราหมณ์และคฤหบดีชาวโขมทุสสนิคด้วยพระคาถาว่า

ในที่ใดไม่มีคนสงบ ที่นั้นไม่ชื่อว่าสภา คนเหล่าใดไม่กล่าวธรรมคนเหล่านั้นไม่ชื่อว่าคนสงบ คนสงบละราคะโทสะ และโมหะแล้วกล่าวธรรมอยู่ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ วุตฺเต โขมทุสฺสกา พฺราหฺมณคหปติกา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม เสยฺยถาปิ โภ โคตม นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ เอวเมว โภตา โคตเมน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต เอเต มยํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉาม ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสเก โน ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปเต สรณงฺคเตติ ฯ

อุปาสกวคฺโค ทุติโย ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

กสี อุทโย เทวหิโต อญฺญตรมหาสาลํ

มานตฺถทฺธญฺจ ปจฺจนิกญฺจ นวกมฺมํ กฏฺฐหารํ

มาตุโปสกํ ภิกฺขโก สงฺครโว โขมทุสฺเสน ทฺวาทสาติ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พราหมณ์และคฤหบดีชาวโขมทุสสนิคมได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระโคดมภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระโคดมทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิดบอกทางให้แก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่าคนมีจักษุจักเห็นรูปฉะนั้น พวกข้าพระองค์เหล่านี้ขอถึงท่านพระโคดมผู้เจริญกับพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอท่านพระโคดมทรงจำพวกข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยว่าเป็นสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนี้ ฯ

จบอุบาสกวรรคที่ ๒

_____________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. กสิสูตร ๒. อุทัยสูตร ๓. เทวหิตสูตร ๔. มหาศาลสูตร ๕. มานัตถัทธสูตร

๖. ปัจจนิกสูตร ๗. นวกรรมิกสูตร ๘. กัฏฐหารสูตร๙. มาตุโปสกสูตร ๑๐. ภิกขกสูตร๑๑. สังครวสูตร ๑๒. โขมทุสสสูตร ฯ

จบพราหมณสังยุต

จบ ๑๒. โขมทุสสสูตร