arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · วังคีสสังยุต

๖. สารีปุตตสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๔๑–๗๔๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๒ ในวังคีสสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉฏฺฐํ สารีปุตฺตสุตฺตํ

สารีปุตตสูตรที่ ๖

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค วังคีสสังยุต สารีปุตตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ อายสฺมา สารีปุตฺโต สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺสาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ โปริยา วาจาย วิสฺสฏฺฐาย อเนลคฬาย อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยา ฯ เต จ ภิกฺขู อฏฺฐิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. ภาสเต ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ

ก็สมัยนั้นแล ท่านพระสารีบุตรชี้แจงให้ภิกษุทั้งหลาย เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ

ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา ด้วยวาจาของชาวเมือง สละสลวย ไม่มีโทษไม่เคลื่อนคลาด อาจยังผู้ฟังให้รู้เนื้อความได้แจ่มแจ้ง ฯ

ส่วนภิกษุเหล่านั้นก็ทำธรรมนั้นให้เป็นประโยชน์ ใส่ใจกำหนดด้วยจิตทั้งปวง เงี่ยโสตลงฟังธรรม ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข อายสฺมโต วงฺคีสสฺส เอตทโหสิ อยํ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ ฯเปฯ อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยา เต จ ภิกฺขู อฏฺฐิกตฺวา ฯเปฯ ธมฺมํ สุณนฺติ ยนฺนูนาหํ อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ สมฺมุขา สรูปาหิ คาถาหิ อภิตฺถเวยฺยนฺติ ฯ อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนญฺชลิมฺปณาเมตฺวา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ ปฏิภาติ มํ อาวุโส สารีปุตฺต ปฏิภาติ มํ อาวุโส สารีปุตฺตาติ ฯ ปฏิภาตุ ตํ อาวุโส วงฺคีสาติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะมีความคิดดังนี้ว่า ท่านพระสารีบุตรนี้ แนะนำ

ชักชวนภิกษุทั้งหลายให้อาจหาญ รื่นเริงด้วยธรรมีกถา ด้วยวาจาของชาวเมือง สละสลวย ไม่มีโทษ ไม่เคลื่อนคลาด อาจยังผู้ฟังให้รู้เนื้อความได้แจ่มแจ้ง ฯ

ส่วนภิกษุเหล่านั้นเล่า ก็ทำธรรมนั้นให้เป็นประโยชน์ ใส่ใจกำหนดด้วยจิตทั้งปวงเงี่ยโสตลงฟังธรรม อย่ากระนั้นเลย เราควรสรรเสริญท่านพระสารีบุตรด้วยคาถาทั้งหลายอันสมควรในที่เฉพาะหน้าเถิด ฯ

ลำดับนั้นแล ท่านพระวังคีสะลุกจากอาสนะ ทำผ้าห่มเฉวียงบ่าข้างหนึ่งแล้ว ประนมอัญชลีเฉพาะท่านพระสารีบุตรแล้ว ได้กล่าวกะท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า ท่านสารีบุตร เนื้อความนี้ย่อมแจ่มแจ้งกะข้าพเจ้า ท่านสารีบุตร เนื้อความนี้ย่อมแจ่มแจ้งกะข้าพเจ้า ฯ

ท่านพระสารีบุตรกล่าวกะท่านพระวังคีสะว่า เนื้อความนั้นจงแจ่มแจ้งกะท่านเถิด ท่านวังคีสะ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ สมฺมุขา สรูปาหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ

คมฺภีรปญฺโญ เมธาวี มคฺคามคฺคสฺส โกวิโท

สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ ธมฺมํ เทเสติ ภิกฺขุนํ

สงฺขิตฺเตนปิ เทเสติ วิตฺถาเรนปิ ภาสติ

สาลิกา วิย นิคฺโฆโส ปฏิภาณํ มุทีริยิ ๑

ตสฺส ตํ เทสยนฺตสฺส สุณนฺติ มธุรํ คิรํ

สเรน รชนีเยน สวนีเยน วคฺคุนา

อุทคฺคจิตฺตา มุทิตา โสตํ โอเธนฺติ ภิกฺขโวติ ฯ

๑ โป. ม. มุทีรยิ ฯ ยุ. ปฏิภาณ มุทีรยุ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะได้สรรเสริญท่านพระสารีบุตร ต่อหน้าด้วยคาถาทั้งหลายอันสมควรว่า

ท่านสารีบุตรเป็นนักปราชญ์ มีปัญญาลึกซึ้ง ฉลาดในทางและมิใช่ทาง มีปัญญามาก ย่อมแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายแสดงโดยย่อก็ได้แสดงโดยพิสดารก็ได้ เสียงของท่านไพเราะดังก้อง เหมือนเสียงนกสาริกา ปฏิภาณเกิดขึ้นโดยไม่รู้สิ้นสุด เมื่อท่านแสดงธรรมอยู่ ภิกษุทั้งหลายย่อมฟังเสียงอันไพเราะ เป็นผู้ปลื้มจิตยินดีด้วยเสียงอันเพราะน่ายินดี น่าฟัง เงี่ยโสตอยู่ ดังนี้ ฯ

จบ ๖. สารีปุตตสูตร