arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย เทวปุตตสังยุต · วรรคที่ ๑

๑๐. สุริยสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๖–๒๕๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในวรรคที่ ๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทสมํ สุริยสุตฺตํ

สุริยสูตรที่ ๑๐

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต วรรคที่ ๑ สุริยสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน สุริโย เทวปุตฺโต ราหุนา อสุรินฺเทน คหิโต โหติ ฯ อถ โข สุริโย เทวปุตฺโต ภควนฺตํ อนุสฺสรมาโน ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ

นโม เต พุทฺธวีรตฺถุ วิปฺปมุตฺโตสิ สพฺพธิ

สมฺพาธปฏิปนฺโนสฺมิ ตสฺส เม สรณํ ภวาติ ฯ

ฉบับหลวง

ก็โดยสมัยนั้น สุริยเทวบุตร ถูกอสุรินทราหูเข้าจับแล้ว ครั้งนั้น สุริยเทวบุตร ระลึกถึงพระผู้มีพระภาค ได้กล่าวคาถานี้ในเวลานั้นว่าข้าแต่พระพุทธเจ้า ผู้แกล้วกล้า ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระองค์พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ข้าพระองค์ถึงเฉพาะแล้วซึ่งฐานะอันคับขัน ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งแห่งข้าพระองค์นั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภควา สุริยํ เทวปุตฺตํ อารพฺภ ราหุํ อสุรินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ

ตถาคตํ อรหนฺตํ สุริโย สรณํ คโต

ราหุ สุริยํ ปมุญฺจสฺสุ พุทฺธา โลกานุกมฺปกา

โย อนฺธกาเร ตมสี ปภงฺกโร

เวโรจโน มณฺฑลิ อุคฺคเตโช

มา ราหุ คิลี จรมนฺตลิกฺเข

ปชํ มม ราหุ ปมุญฺจ สุริยนฺติ ฯ

๑ ยุ. พุทฺธคาถาภิหีโตมฺหิ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงปรารภสุริยเทวบุตรได้ตรัสกะอสุรินทราหูด้วยพระคาถาว่า

สุริยเทวบุตร ถึงตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์ ว่าเป็นที่พึง ดูกรราหู ท่านจงปล่อยสุริยะ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้อนุเคราะห์แก่โลก สุริยะใดเป็นผู้ส่องแสง กระทำความสว่างในที่มืดมิด มีสัณฐานเป็นวงกลมมีเดชสูง ดูกรราหู ท่านอย่ากลืนกินสุริยะนั้น ผู้เที่ยวไปในอากาศดูกรราหู ท่านจงปล่อยสุริยะ ผู้เป็นบุตรของเรา ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ราหุ อสุรินฺโท สุริยํ เทวปุตฺตํ มุญฺจิตฺวา ตรมานรูโป เยน เวปจิตฺติ อสุรินฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น อสุรินทราหู ปล่อยสุริยเทวบุตรแล้ว มีรูปอันกระหืดกระหอบ

เข้าไปหาอสุรินทเวปจิตติถึงที่อยู่ ครั้นแล้วก็เป็นผู้เศร้าสลด เกิดขนพอง ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอกมนฺตํ ฐิตํ โข ราหุํ อสุรินฺทํ เวปจิตฺติ อสุรินฺโท คาถาย อชฺฌภาสิ

กินฺนุ สนฺตรมาโนว ราหุ สุริยํ ปมุญฺจสิ

สํวิคฺครูโป อาคมฺม กินฺนุ ภีโตว ติฏฺฐสีติ ฯ

ฉบับหลวง

อสุรินทเวปจิตติ ได้กล่าวกะอสุรินทราหู ผู้ยืนอยู่ ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่งด้วยคาถาว่า

ดูกรราหู ทำไมหนอ ท่านจึงกระหืดกระหอบ ปล่อยพระสุริยะเสียทำไมหนอ ท่านจึงมีรูปเศร้าสลด มายืนกลัวอยู่ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตธา เม ผเล มุทฺธา ชีวนฺโต น สุขํ ลเภ

พุทฺธคาถาภิคีโตมฺหิ โน เจ มุญฺเจยฺย สุริยนฺติ ฯ

ปฐโม วคฺโค ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

เทฺว กสฺสปา จ มาโฆ จ มาคโธ ทามลิ กามโท

ปญฺจาลจณฺโฑ จ ตายโน จนฺทิมสุริเยน เต ทสาติ ฯ

____________

อนาถปิณฺฑิกวคฺโค ทุติโย

ฉบับหลวง

อสุรินทราหู กล่าวว่า

ข้าพเจ้าถูกขับด้วยคาถาของพระพุทธเจ้า ถ้าข้าพเจ้าไม่พึงปล่อยพระสุริยะศีรษะของข้าพเจ้าพึงแตกเจ็ดเสี่ยง มีชีวิตอยู่ ก็ไม่พึงได้รับความสุข ฯ

จบ วรรคที่ ๑

______________________________

รวมพระสูตรในวรรคที่ ๑ นี้ มี ๑๐ สูตร คือ ปฐมกัสสปสูตรที่ ๑ ทุติยกัสสปสูตรที่ ๒ มาฆสูตรที่ ๓ มาคธสูตรที่ ๔ ทามลิสูตรที่ ๕ กามทสูตร ที่ ๖ ปัญจาลจัณฑสูตรที่ ๗

ตายนสูตรที่ ๘ จันทิมสูตรที่ ๙ และสุริยสูตรที่ ๑๐ ฯ

จบ ๑๐. สุริยสูตร