พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สักกสังยุต · ทุติยวรรค
๘. ปฐมสักกนมัสนสูตร เล่ม ๑๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๒๘–๙๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๕ ในทุติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อฏฺฐมํ ปฐมสกฺกนมสฺสนสุตฺตํ
ปฐมสักกนมัสนสูตรที่ ๘
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุต ทุติยวรรค ปฐมสักกนมัสนสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)
สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ โยเชหิ สมฺม มาตลิ สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายาติ ฯ เอวํ ภทฺทนฺตวาติ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ ยุตฺโต โข เต มาริส สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา ๒ สุทํ ปุถุทฺทิสา นมสฺสติ ฯ
๑ โป. ม. เทสสฺสุ ฯ ๒ ยุ. ปญฺชลิโก ฯ
สาวัตถีนิทาน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพตรัสกะมาตลีสังคาหกเทพบุตรว่า ดูกรสหายมาตลี ท่านจงเตรียมจัดรถม้าอาชาไนยซึ่งเทียมด้วยม้าพันตัว เราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสท้าวสักกะจอมเทพว่า ขอเดชะ ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์ ดังนี้แล้ว เตรียมจัดรถม้าอาชาไนยซึ่งเทียมด้วยม้าพันตัวเสร็จแล้ว กราบทูลแด่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์รถม้าอาชาไนยซึ่งเทียมด้วยม้าพันตัวสำหรับพระองค์เตรียมจัดไว้เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ได้ทราบว่าท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันตปราสาท ทรงประนมอัญชลีนมัสการทิศเป็นอันมาก ฯ
อถ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ
ตํ นมสฺสนฺติ เตวิชฺชา สพฺเพ ภุมฺมา จ ขตฺติยา
จตฺตาโร จ มหาราชา ติทสา จ ยสสฺสิโน
อถ โก นาม โส ยกฺโข ยํ ตฺวํ สกฺก นมสฺสสีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล มาตลีสังคาหกเทพบุตร ได้ทูลถามท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า
พราหมณ์ทั้งหลายผู้บรรลุไตรวิชชา กษัตริย์ทั้งหลาย ณ ภูมิภาคทั้งหมด
ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และทวยเทพชาวไตรทศผู้มียศย่อมนอบน้อมพระองค์ข้าแต่ท้าวสักกะ เมื่อเป็นเช่นนั้นพระองค์ทรงนอบน้อมท่านผู้ควรบูชาคนใด ท่านผู้ควรบูชาคนนั้นชื่อไรเล่า ขอเดชะ ฯ
ยํ นมสฺสนฺติ เตวิชฺชา สพฺเพ ภุมฺมา จ ขตฺติยาฑ
จตฺตาโร จ มหาราชา ติทสา จ ยสสฺสิโน
อหญฺจ สีลสมฺปนฺเน จิรรตฺตสมาหิเต
สมฺมา ปพฺพชิเต วนฺเท พฺรหฺมจริยปรายเน
เย คหฏฺฐา ปุญฺญกรา สีลวนฺโต อุปาสกา
ธมฺเมน ทารํ โปเสนฺติ เต นมสฺสามิ มาตลีติ ฯ
ท้าวสักกะตรัสตอบว่า
พราหมณ์ทั้งหลายผู้บรรลุไตรวิชชา กษัตริย์ทั้งหลาย ณ ภูมิภาคทั้งหมดท้าวมหาราชทั้ง ๔ และทวยเทพชาวไตรทศ ผู้มียศ นอบน้อมท่านผู้ใดซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีจิตตั้งมั่นตลอดกาลนาน ผู้บวชแล้วโดยชอบมีพรหมจรรย์เป็นเบื้องหน้า คฤหัสถ์เหล่าใดเป็นผู้ทำบุญ มีศีล เป็นอุบาสกเลี้ยงดูภรรยาโดยชอบธรรม ดูกรมาตลี เรานอบน้อมคฤหัสถ์เหล่านั้น ฯ
เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ
อหมฺปิ เต นมสฺสามิ เย นมสฺสสิ วาสวาติ ฯ
มา. ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลกเทียว
ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด ถึง ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้น ฯ
อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ
ปุถุทฺทิสา นมสฺสิตฺวา ปมุโข รถมารุหีติ ฯ
ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราชผู้เป็นประมุขของเทวดาทั้งหลาย ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงน้อมนมัสการทิศเป็นอันมาก แล้วเสด็จขึ้นรถ ฯ
จบ ๘. ปฐมสักกนมัสนสูตร