arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สักกสังยุต · ทุติยวรรค

๑๐. ตติยสักกนมัสนสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๓๘–๙๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๕ ในทุติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทสมํ ตติยสกฺกนมสฺสนสุตฺตํ

ตติยสักกนมัสนสูตรที่ ๑๐

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุต ทุติยวรรค ตติยสักกนมัสนสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ โยเชหิ สมฺม มาตลิ สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายาติ ฯ เอวํ ภทฺทนฺตวาติ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ ยุตฺโต โข เต มาริส สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา สุทํ ภิกฺขุสงฺฆํ นมสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

สาวัตถีนิทาน ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสกะมาตลีสังคาหกเทพบุตรว่า ดูกรสหายมาตลี ท่านจงเตรียมจัดรถม้าอาชาไนยซึ่งเทียมด้วยม้าพันตัว เราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสท้าวสักกะจอมเทพว่า ขอเดชะ ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์ ดังนี้แล้ว จัดเตรียมรถม้าอาชาไนยซึ่งเทียมด้วยม้าพันตัวเสร็จแล้ว กราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์รถม้าอาชาไนยซึ่งเทียมด้วยม้าพันตัวสำหรับพระองค์ จัดเตรียมไว้เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ทราบว่า ครั้งนั้นแลท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันตปราสาท ทรงประนมอัญชลีน้อมนมัสการพระภิกษุสงฆ์อยู่ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ

ตํ หิ เอเต นมสฺเสยฺยุํ ปูติเทหสยา นรา

นิมุคฺคา กุณปเสฺมเต ๑ ขุปฺปิปาสา สมปฺปิตา

กึ นุ เตสํ ปิหยสิ อนาคาราน วาสว

อาจารํ อิสินํ พฺรูหิ ตํ สุโณม วโจ ตวาติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้ทูลถามท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า

นรชนผู้นอนทับกายอันเปื่อยเน่าเหล่านี้ พึงนอบน้อมพระองค์นั่นเทียวพวกเขาจมอยู่ในซากอันเต็มไปด้วยความหิวและความกระหาย ข้าแต่ท้าววาสวะ เพราะเหตุไรหนอพระองค์จึงทรงโปรดปรานท่านผู้ไม่มีเรือนเหล่านั้น ขอพระองค์ตรัสบอกมรรยาทของฤาษีทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอฟังพระดำรัสของพระองค์ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอตํ เตสํ ปิหยามิ อนาคาราน มาตลิ

ยมฺหา คามา ปกฺกมนฺติ อนเปกฺขา วชนฺติ เต

น เตสํ โกฏฺเฐ โอเปนฺติ น กุมฺภา น กโฬปิยํ

ปรนิฏฺฐิตเมสนา ๒ เตน ยาเปนฺติ สุพฺพตา

สุมนฺตมนฺติโน ธีรา ตุณฺหีภูตา สมญฺจรา

เทวา วิรุทฺธา อสุเรหิ ปุถุมจฺจา จ มาตลิ

อวิรุทฺธา วิรุทฺเธสุ อตฺตทณฺเฑสุ นิพฺพุตา

สาทาเนสุ อนาทานา เต นมสฺสามิ มาตลีติ ฯ

๑ ม. กุณปเมฺหเต ยุ. กุณเปสเวเต ฯ ๒ ม. ยุ. ... เมสานา ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวสักกะตรัสตอบว่า

ดูกรมาตลี เราโปรดปรานมรรยาทของท่านผู้ไม่มีเรือนเหล่านั้น ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ไม่มีความห่วงใยในบ้านที่ท่านหลีกออกไป บุคคลผู้จะเก็บข้าวเปลือกของท่านเหล่านั้นไว้ในฉางก็ไม่มี ผู้จะเก็บไว้ในหม้อก็ไม่มีผู้จะเก็บไว้ในกระเช้าก็ไม่มี ท่านเหล่านั้นมีวัตรอันงาม แสวงหาอาหารที่ผู้อื่นทำเสร็จแล้วเยียวยาอัตภาพด้วยอาหารนั้น ท่านเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์กล่าวคำสุภาษิต เป็นผู้นิ่งประพฤติสม่ำเสมอ ดูกรมาตลี พวกเทวดายังโกรธกับพวกอสูร และสัตว์เป็นอันมากยังมีโกรธกันและกันเมื่อเขายังโกรธกัน ท่านเหล่านั้นไม่โกรธ ดับเสียได้ในบุคคลผู้มีอาชญาในตน เมื่อชนทั้งหลายยังมีความถือมั่นท่านเหล่านั้นไม่ถือมั่น ดูกรมาตลี เราน้อมนมัสการท่านเหล่านั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ

อหมฺปิ เต นมสฺสามิ เย นมสฺสสิ วาสวาติ ฯ

ฉบับหลวง

มา. ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใดบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลกเทียว ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใดแม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ

ภิกฺขุสงฺฆํ นมสฺสิตฺวา ปมุโข รถมารุหีติ ฯ

ทุติโย วคฺโค ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

วตปเทน ๑ ตโย วุตฺตา ทฬิทฺทญฺจ รามเณยฺยกํ

ยชมานญฺจ วนฺทนา ตโย สกฺกนมสฺสนาติ ฯ

๑ ยุ. เทวา ปน ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุขของเทวดาทั้งหลาย ครั้นตรัสดังนี้แล้วทรงน้อมนมัสการพระภิกษุสงฆ์แล้วเสด็จขึ้นรถ ฉะนี้แล ฯ

จบวรรคที่ ๒

_______

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

ปฐมเทวสูตร ๑ ทุติยเทวสูตร ๑ ตติยเทวสูตร ๑ ทฬิททสูตร ๑รามเณยยกสูตร ๑ยชมานสูตร ๑ วันทนสูตร ๑ ปฐมสักกนมัสนสูตร ๑ทุติยสักกนมัสนสูตร ๑ ตติยสักกนมัสนสูตร ๑ ฯ

จบ ๑๐. ตติยสักกนมัสนสูตร