arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · ปารายนวรรค

๑๕. โมฆราชปัญหา เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๓๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๖/๑๗ ในปารายนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ปารายนวรรค โมฆราชปัญหา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๔๗ หน้า ๙๕๔–๙๕๗

หน้า ๙๕๔

โมฆราชปัญหาที่ ๑๕

ว่าด้วยเรื่องมัจจุราชไม่เห็น

[๔๓๙] โมฆราชมาณพทูลถามปัญหาว่า

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ศากยะ

ข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหาถึงสองครั้งแล้ว

พระองค์ผู้มีพระจักษุ ไม่ทรงพยากรณ์แก่

ข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเทพฤาษี จะทรง

พยากรณ์ในครั้งที่สาม (ข้าพระองค์จึงขอทูลถามว่า)

โลกนี้ โลกอื่น พรหมโลกกับทั้ง

เทวโลก ข้าพระองค์ย่อมไม่ทราบความเห็น

ของพระองค์ผู้โคดม ผู้เรืองยศ ข้าพระองค์

มีความต้องการด้วยปัญหา จึงได้มาเฝ้า

พระองค์ ผู้มีปกติเห็นธรรมอันงามอย่างนี้

บุคคลผู้พิจารณาเห็นโลกอย่างไร มัจจุราช

จึงจะไม่เห็น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า

ดูก่อนโมฆราช ท่านจงเป็นผู้มีสติ

ทุกเมื่อ พิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของ

หน้า ๙๕๕

ว่างเปล่าเถิด จงถอนความตามเห็นว่าเป็น

ตัวตนเสียแล้ว พึงเป็นผู้ข้ามพ้นมัจจุราชได้

ด้วยอาการอย่างนี้ บุคคลผู้พิจารณาเห็นโลก

อยู่อย่างนี้ มัจจุราชจึงจะไม่เห็น.

จบโมฆราชมาณวกปัญหาที่ ๑๕

อรรถกถาโมฆราชสูตร๑ที่ ๑๕

โมฆราชสูตร มีคำเริ่มต้นว่า ทฺวาหํ สกฺกํ ดังนี้.

ในบทเหล่านั้นบทว่า ทฺวาหํ คือข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหาถึงสองครั้ง. อันที่จริงโมฆราชมาณพนั้นได้เคยทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงสองครั้ง เมื่อจบอชิตสูตรและติสสเมตเตยยสูตร. แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรอให้โมฆราชมาณพมีอินทรีย์แก่กล้าก่อน จึงยังมิได้ทรงพยากรณ์. ด้วยเหตุนั้นโมฆราชมาณพจึงได้ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นศากยะ ข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหาถึงสองครั้งแล้ว. บทว่า ยาวตติยญฺจ เทวิสิ พฺยากโรตีติ เม สุตํข้าพระองค์ได้สดับมาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเทพฤษีจะทรงพยากรณ์ในครั้งที่สาม คือ ข้าพระองค์ได้สดับมาอย่างนี้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณ ผู้ทรงจำแนกธรรม ผู้เป็นวิสุทธิเทพ ผู้อันข้าพระองค์ถามปัญหาแล้วจะทรงพยากรณ์กะสหธรรมิกในครั้งที่สาม. นัยว่า โมฆราชมาณพนั้นได้ฟังอย่างนี้ ณ ฝั่งแม่น้ำโคธาวรีนั่นเอง ด้วยเหตุนั้นโมฆราชมาณพนั้นจึงทูลว่า๑. บาลีเป็น โมฆราชปัญหา.

หน้า ๙๕๖

พฺยากโรตีติ เม สุตํ ข้าพระองค์สดับมาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงพยากรณ์ ดังนี้. บทว่า อยํ โลโก ได้แก่ มนุษยโลก. บทว่า ปโร โลโกโลกอื่น ได้แก่ โลกที่เหลือเว้นมนุษยโลกนั้น. บทว่า สเทวโก พร้อมด้วยเทวโลกได้แก่โลกที่เหลือ ประกอบด้วยอุปัตติเทพและสมมติเทพเว้นพรหมโลก. บทว่า พฺรหฺมโลโก สเทวโก นี้ เพียงแสดงถึงนัยเป็นต้นว่า สเทวเกโลเก ในโลกพร้อมด้วยเทวโลก ด้วยเหตุนั้น พึงทราบโลกดังที่ได้กล่าวแล้วอย่างนั้นทั้งหมด. บทว่า เอวํ อภิกฺกนฺตทสฺสาวึ ได้แก่พระองค์ผู้มีปรกติเห็นธรรมอันงาม คือ ธรรมเลิศอย่างนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงผู้สามารถเห็นอัธยาศัยอธิมุติและคติอันเป็นที่ไปในเบื้องหน้าของโลกพร้อมทั้งเทวโลก.

บทว่า สุญฺโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ ท่านจงพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของว่างเปล่าเถิด คือจงพิจารณาเห็นโลก โดยความเป็นของว่างเปล่าด้วยเหตุสองประการ คือด้วยลักษณะอันเป็นไปแล้วไม่มีเหลือ ๑ ด้วยพิจารณาเห็นเนือง ๆ ถึงสังขารเป็นของว่างเปล่า ๑. บทว่า อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ คือจงถอนความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตนเสีย. บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดเจนดีแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั่นแล.

เมื่อจบเทศนาได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นกับที่กล่าวไว้แล้วนั่นแล.

จบอรรถกถาโมฆราชสูตรที่ ๑๕ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย

ชื่อปรมัตถโชติกา

หน้า ๙๕๗

ปิงคิยปัญหาที่ ๑๖

ว่าด้วยการไม่เกิดอีก

[๔๔๐] ปิงคิยมาณพทูลถามปัญหาว่า

ข้าพระองค์เป็นคนแก่ มีกำลังน้อย

ผิวพรรณเศร้าหมอง นัยน์ตาทั้งสองของ

ข้าพระองค์ไม่แจ่มใส หูสำหรับฟังก็ไม่

สะดวก ขอข้าพระองค์อย่าได้เป็นคนหลง

ฉิบหายเสียในระหว่างเลย ขอพระองค์จงตรัสบอกธรรมที่ข้าพระองค์ควรรู้อันเป็น

เครื่องละชาติและชรา ในที่นี้เสียเถิด.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า ดูก่อนปิงคิยะ

ชนทั้งหลายได้เห็นเหล่าสัตว์ผู้เดือด-

ร้อนอยู่เพราะรูปทั้งหลายแล้ว ยังเป็นผู้

ประมาท ก็ย่อยยับอยู่เพราะรูปทั้งหลาย ดู

ก่อนปิงคิยะ เพราะเหตุนั้น ท่านจงเป็นคน

ไม่ประมาท ละรูปเสียเพื่อความไม่เกิดอีก.

ปิ. ทิศใหญ่สี่ ทิศน้อยสี่ ทิศเบื้องบน

ทิศเบื้องต่ำ รวมเป็นสิบทิศ สิ่งไร ๆ ในโลกที่พระองค์ไม่ได้เห็น ไม่ได้ฟัง ไม่ได้ทราบ

หรือไม่ได้รู้แจ้ง มิได้มี ขอพระองค์จงตรัส

จบ ๑๕. โมฆราชปัญหา