arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · ปารายนวรรค

๑๑. ชตุกัณณีปัญหา เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๓๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๒/๑๗ ในปารายนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ปารายนวรรค ชตุกัณณีปัญหา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๔๗ หน้า ๙๓๘–๙๔๒

หน้า ๙๓๘

ชตุกัณณีปัญหาที่ ๑๑

ว่าด้วยธรรมเครื่องละชาติชรา

[๔๓๕] ชตุกัณณีมาณพทูลถามปัญหาว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร ข้า-

พระองค์ได้ฟังว่าพระองค์เป็นผู้ไม่ใคร่กามจึงมาเฝ้าเพื่อทูลถามพระองค์ผู้ล่วงห้วงน้ำคือกิเลสเสียได้ ไม่มีกาม ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระ-เนตรคือพระสัพพัญญุตญาณเกิดพร้อมแล้ว

ขอพระองค์ตรัสบอกทางสันติ ข้าแต่พระผู้-

มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์จงตรัสบอกทาง

สันตินั้นแก่ข้าพระองค์ตามจริงเถิด.

เพราะว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมี

เดช ครอบงำกามทั้งหลายเสียแล้วด้วยเดช

เหมือนพระอาทิตย์มีเดช คือ รัศมี ครอบ-

งำปฐพีด้วยเดชไปอยู่ในอากาศ ฉะนั้น ข้า

แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน

ขอพระองค์จงตรัสบอกธรรมเครื่องละชาติและชรา ณ ที่นี้ ที่ข้าพระองค์ควรจะรู้แจ้งแก่ข้าพระองค์ผู้มีปัญญาน้อยเถิด.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า

หน้า ๙๓๙

ดูก่อนชตุกัณณี ท่านได้เห็นซึ่งเนก-

ขัมมะโดยความเป็นธรรมอันเกษมแล้ว จง

นำความกำหนัดในกามทั้งหลายออกไปเสีย

ให้สิ้นเถิด อนึ่ง กิเลสชาติเครื่องกังวลที่

ท่านยึดไว้แล้ว (ด้วยอำนาจตัณหาและทิฏฐิ)ซึ่งควรจะปลดเปลื้องเสีย อย่ามีแล้วแก่ท่าน.

กิเลสเครื่องกังวลใดได้มีแล้วในกาล

ก่อน ท่านจงทำกิเลสเครื่องกังวลนั้นให้

เหือดแห้งเสียเถิด กิเลสเครื่องกังวลในภาย-

หลัง อย่าได้มีแก่ท่าน ถ้าท่านจักไม่ถือเอา

กิเลสเครื่องกังวลในท่ามกลางไซร้ ท่านจัก

เป็นผู้สงบเที่ยวไป.

ดูก่อนพราหมณ์ เมื่อท่านปราศจาก

ความกำหนัดในนามและรูปแล้วโดยประการ

ทั้งปวง อาสวะทั้งหลาย อันเป็นเหตุให้ไป

สู่อำนาจแห่งมัจจุราช ก็ย่อมไม่มีแก่ท่าน.

จบชตุกัณณีมาณวกปัญหาที่ ๑๑

หน้า ๙๔๐

อรรถกถาชตุกัณณิสูตร/ที่ ๑๑

ชตุกัณณิสูตร มีคำเริ่มต้นว่า สุตฺวานหํ ดังนี้เป็นต้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า สุตฺวานหํ วีรํ อกามกามึ ข้าพระองค์ได้ฟังว่าพระองค์ไม่ใคร่กาม คือ ข้าพระองค์ได้ฟังว่าพระพุทธเจ้าชื่อว่าผู้เป็นวีระผู้ไม่ใคร่กาม เพราะไม่ใคร่กามทั้งหลายโดยนัยมีอาทิว่า อิติปิ โส ภควาดังนี้. บทว่า อกามมาคมํ ผู้ไม่มีกาม คือ ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระ-ผู้มีพระภาคเจ้าผู้ไม่มีกาม. บทว่า สหาชเนตฺต ได้แก่ ผู้มีพระเนตรคือพระสัพพัญญุตญาณเกิดขึ้นพร้อมแล้ว. บทว่า ยถาตจฺฉํ คือตามความเป็นจริง. บทว่า พฺรูหิ เม ขอพระองค์จงบอกแก่ข้าพระองค์เถิด ชตุกัณณิมาณพกล่าวทูลวิงวอนอีก. เพราะว่าเมื่อทูลวิงวอน ก็พึงกล่าวได้ตั้งพันครั้ง. ก็เรื่องอะไรจะกล่าวเพียงสองครั้งเล่า. บทว่า เตชี เตชสา คือ พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระเดช ทรงครอบงำด้วยพระเดช. บทว่า ยมหํ วิชญฺํ ชาติชรายอิธ วิปฺปหานํ คือ ข้าพระองค์พึงรู้ธรรมอันเป็นเหตุละชาติชรา ณ ที่นี้.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะตรัสบอกธรรมนั้นแก่ชตุกัณณิ-มาณพนั้น จึงได้ตรัสคาถาสามคาถา.

ในบทเหล่านั้น บทว่า เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต เห็นเนกขัมมะโดยความเป็นธรรมอันเกษม คือเห็นนิพพานและการปฏิบัติเพื่อถึงนิพพานว่าเป็นธรรมอันเกษม. บทว่า อุคฺคหึตํ ได้แก่ ยึดถือด้วยตัณหาและทิฏฐิ. บทว่านิรตฺตํ วา ได้แก่ ควรปลดเปลื้องเสีย. บทว่า มา เต วิชฺชิตฺถ คืออย่าได้๑. บาลีเป็น ชตุกัณณีปัญหา.

หน้า ๙๔๑

มีแก่ท่าน. บทว่า กิญฺจนํ เครื่องกังวล ได้แก่ แม้เครื่องกังวลมีราคะเป็นต้นอย่าได้มีแก่ท่าน. บทว่า ปุพฺเพ ในกาลก่อน คือกิเลสที่เกิดขึ้นปรารภสังขารในอดีต. บทว่า พฺราหฺมณ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกชตุกัณณิมาณพ.

บทที่เหลือในทุกบทชัดเจนดีแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั่นแหละ ด้วยประการฉะนี้.

เมื่อจบเทศนา ได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นในสูตรก่อนนั่นแล.

จบอรรถกถาชตุกัณณิสูตรที่ ๑๑ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย

ชื่อปรมัตถโชติกา

หน้า ๙๔๒

ภัทราวุธปัญหาที่ ๑๒

ว่าด้วยความติดข้องของสัตว์

[๔๓๖] ภัทราวุธมาณพทูลถามปัญหาว่า

ข้าพระองค์ขอทูลวิงวอนพระองค์ ผู้

ทรงละอาลัย ตัดตัณหาเสียได้ ไม่หวั่นไหว

ละความเพลิดเพลิน ข้ามห้วงน้ำคือกิเลสได้

แล้วพ้นวิเศษแล้ว ละธรรมเครื่องให้ดำริ มี

พระปัญญาดี

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร ชนใน

ชนบทต่าง ๆ ประสงค์จะฟังพระดำรัสของ

พระองค์ มาพร้อมกันแล้วจากชนบททั้ง

หลาย ได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ผู้ประ-

เสริฐแล้ว จักกลับไปจากที่นี้ ขอพระองค์

จงตรัสพยากรณ์แก่ชนในชนบทต่าง ๆ เหล่า

นั้นให้สำเร็จประโยชน์เถิด เพราะธรรมนี้

พระองค์ทรงรู้แจ้งแล้วด้วยประการนั้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า ดูก่อนภัทราวุธะ

หมู่ชนควรจะนำเสียซึ่งตัณหา เป็น

เครื่องถือมั่นทั้งปวงในส่วนเบื้องบน เบื้อง

จบ ๑๑. ชตุกัณณีปัญหา