arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · จีวรขันธกะ

พระนอนหลับลืมสติ เล่ม ๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๖–๑๕๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๘ ในจีวรขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค จีวรขันธกะ พระนอนหลับลืมสติ (ฉบับหลวง เล่ม ๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๕ หน้า ๒๔๗–๒๕๑

หน้า ๒๔๗

พระพุทธานุญาตผ้าวัสสิกสาฎกเป็นต้น

{๑๕๕} [๓๕๒] ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนานางวิสาขามิคารมารดาด้วยพระคาถาเหล่านี้แล้ว จึงเสด็จลุกจากที่ประทับเสด็จกลับ ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วจึงรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าวัสสิกสาฎก อาคันตุกภัต คมิกภัต คิลานภัต คิลานุปัฏฐากภัต คิลานเภสัช ข้าวยาคูประจำ อนุญาตผ้าอุทกสาฎกสำหรับภิกษุณีสงฆ์”

จบ วิสาขาภาณวาร

๑๙. พระพุทธานุญาตผ้าปูนั่งเป็นต้น

{๑๕๖} [๓๕๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายฉันโภชนะอันประณีตแล้ว นอนหลับลืมสติไม่รู้สึกตัว เมื่อพวกเธอนอนหลับลืมสติไม่รู้สึกตัว น้ำอสุจิเคลื่อนออกมาเพราะฝันไป เสนาสนะเปรอะเปื้อนน้ำอสุจิครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามีท่านพระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะเสด็จจาริกไปตามเสนาสนะ ได้ทอดพระเนตรเห็นเสนาสนะเปรอะเปื้อนนํ้าอสุจิ ครั้นแล้วรับสั่งถามท่านพระอานนท์ว่า “อานนท์ เสนาสนะนั่นเปรอะเปื้อนอะไร”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑เสนาสนะ แยกเป็น ๒ คำ คือ เสนะ ที่นอน และ อาสนะ ที่นั่ง หมายถึงที่อยู่อาศัยของภิกษุ เช่น กุฏิ วิหาร และเครื่องใช้เกี่ยวกับสถานที่ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ แม้โคนไม้ เมื่อภิกษุใช้เป็นที่อยู่อาศัย ก็เรียกว่าเสนาสนะ
  2. ๒ปัจฉาสมณะ พระตามเสด็จอย่างใกล้ชิด หรือ พระผู้ติดตาม หมายถึงพระภิกษุที่ถือบาตรจีวร ตามเสด็จอยู่เบื้องพระปฤษฎางค์ (หลัง) ของพระพุทธเจ้า (ม.ม.อ. ๒๔๓)
หน้า ๒๔๘

“พระพุทธเจ้าข้า เดี๋ยวนี้ภิกษุทั้งหลายฉันโภชนะอันประณีตแล้ว นอนหลับลืมสติไม่รู้สึกตัว เมื่อภิกษุเหล่านั้นนอนหลับลืมสติไม่รู้สึกตัว น้ำอสุจิเคลื่อนเพราะฝันไป เสนาสนะเปรอะเปื้อนน้ำอสุจิ พระพุทธเจ้าข้า”

“ข้อที่กล่าวมานั่นย่อมเป็นอย่างนั้น อานนท์ ข้อที่กล่าวมานั่นย่อมเป็นอย่างนั้น อานนท์ ความจริง เมื่อภิกษุเหล่านั้นนอนหลับลืมสติ ไม่รู้สึกตัว นํ้าอสุจิจึงเคลื่อนเพราะฝันไป ภิกษุเหล่าใดนอนหลับมีสติตั้งมั่น รู้สึกตัว นํ้าอสุจิของภิกษุเหล่านั้นย่อมไม่เคลื่อน อนึ่ง น้ำอสุจิของภิกษุปุถุชนผู้ปราศจากความกำหนัดในกามแล้วก็ไม่เคลื่อน ข้อที่อสุจิของพระอรหันต์จะพึงเคลื่อนนั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส”

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วันนี้เรามีอานนท์เป็นปัจฉาสมณะเที่ยวเดินไปตามเสนาสนะ ได้เห็นเสนาสนะเปรอะเปื้อนนํ้าอสุจิ จึงได้ถามอานนท์ว่า ‘เสนาสนะนั่นเปรอะเปื้อนอะไร’ อานนท์ชี้แจงว่า ‘พระพุทธเจ้าข้า เดี๋ยวนี้ภิกษุทั้งหลายฉันโภชนะอันประณีตแล้ว นอนหลับลืมสติไม่รู้สึกตัว เมื่อภิกษุเหล่านั้นนอนหลับลืมสติไม่รู้สึกตัว น้ำอสุจิจึงเคลื่อนเพราะฝันไป เสนาสนะเปรอะเปื้อนนํ้าอสุจิ” เราได้กล่าวรับรองว่า “ข้อที่กล่าวมานั่นย่อมเป็นอย่างนั้น อานนท์ ข้อที่กล่าวมานั้นย่อมเป็นอย่างนั้น อานนท์ ความจริง เมื่อภิกษุเหล่านั้นนอนหลับลืมสติไม่รู้สึกตัว น้ำอสุจิจึงเคลื่อนเพราะฝัน ภิกษุเหล่าใดนอนหลับมีสติตั้งมั่น รู้สึกตัว น้ำอสุจิของภิกษุเหล่านั้นย่อมไม่เคลื่อน อนึ่ง น้ำอสุจิของภิกษุปุถุชนผู้ปราศจากความกำหนัดในกามแล้ว ก็ไม่เคลื่อน ข้อที่น้ำอสุจิของพระอรหันต์จะพึงเคลื่อนนั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ภิกษุปุถุชนผู้ปราศจากความกำหนัดในกามแล้ว หมายถึงภิกษุผู้ได้ฌานซึ่งมีภาวะจิตที่สงัดจากกาม แต่ยังเป็นปุถุชนอยู่ (วิ.อ. ๓/๒๑๘)
  2. ๒มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส เป็นสำนวนบาลีที่หมายถึงเป็นไปไม่ได้ คือไม่มีเหตุหรือไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลย (นัย องฺ.เอกก.อ. ๑/๔๐๒)
หน้า ๒๔๙

โทษของการนอนหลับลืมสติ ๕ ประการ

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้นอนหลับลืมสติ ไม่รู้สึกตัว มีโทษ ๕ ประการนี้ คือ

๑. หลับเป็นทุกข์ ๒. ตื่นเป็นทุกข์

๓. ฝันร้าย ๔. เทพดาไม่รักษา

๕. อสุจิเคลื่อน

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้นอนหลับลืมสติ ไม่รู้สึกตัว มีโทษ ๕ ประการนี้แล”

คุณของการนอนหลับคุมสติ ๕ ประการ

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้นอนหลับมีสติตั้งมั่น รู้สึกตัว มีคุณ ๕ ประการนี้ คือ

๑. หลับเป็นสุข ๒. ตื่นเป็นสุข

๓. ไม่ฝันร้าย ๔. เทพดารักษา

๕. อสุจิไม่เคลื่อน

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้นอนหลับมีสติตั้งมั่น รู้สึกตัว มีคุณ ๕ ประการนี้แล”

พระพุทธานุญาตผ้าปูนั่ง

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าปูนั่ง เพื่อป้องกันกาย ป้องกันจีวร ป้องกันเสนาสนะ”

พระพุทธานุญาตผ้าปูนอน

สมัยต่อมา ผ้าปูนั่งเล็กเกินไป ป้องกันเสนาสนะไม่ได้หมด ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุญาตว่า

หน้า ๒๕๐

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุต้องการผ้าปูนอนใหญ่เพียงใด เราอนุญาตให้ทำผ้าปูนอนใหญ่เพียงนั้น”

พระพุทธานุญาตผ้าปิดฝี

{๑๕๗} [๓๕๔] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระเวลัฏฐสีสะอุปัชฌาย์ของท่านพระอานนท์อาพาธเป็นโรคฝีดาษ ผ้านุ่งผ้าห่มกรังอยู่ที่ตัวเพราะน้ำหนองของโรคนั้น ภิกษุทั้งหลายเอาน้ำชุบชุบผ้าเหล่านั้นแล้วค่อย ๆ ดึงออกมา ขณะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจาริกตามเสนาสนะทอดพระเนตรเห็นภิกษุเหล่านั้นกำลังเอาน้ำชุบชุบผ้าเหล่านั้นแล้วค่อย ๆ ดึงออกมา ครั้นแล้วจึงเสด็จเข้าไปทางภิกษุเหล่านั้นตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้อาพาธเป็นโรคอะไร”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า ท่านรูปนี้อาพาธเป็นโรคฝีดาษ ผ้ากรังอยู่ที่ตัวเพราะนํ้าหนอง พวกข้าพระองค์เอานํ้าชุบชุบผ้าเหล่านั้นแล้วค่อย ๆ ดึงออกไป”

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าปิดฝีแก่ภิกษุผู้อาพาธเป็นฝีก็ดี เป็นพุพองก็ดี เป็นสิวก็ดี เป็นโรคฝีดาษก็ดี”

พระพุทธานุญาตผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดปาก

{๑๕๘} [๓๕๕] ครั้งนั้นแล นางวิสาขามิคารมารดาถือผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดปาก เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้ว่า “พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรง

หน้า ๒๕๑

พระกรุณาโปรดรับผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดปากของหม่อมฉัน ซึ่งจะพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่หม่อมฉันตลอดกาลนานด้วยเถิด”

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับผ้าเช็ดหน้าผ้าเช็ดปาก ครั้นแล้วทรงชี้แจงนางวิสาขามิคารมารดาให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ครั้นนางวิสาขามิคารมารดาผู้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ลุกจากที่นั่งถวายบังคม ทำประทักษิณแล้วกลับไปลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดปาก”

พระพุทธานุญาตให้ถือวิสาสะแก่บุคลผู้มีองค์คุณ ๕

{๑๕๙} [๓๕๖] ก็โดยสมัยนั้นแล เจ้าโรชมัลลกษัตริย์ผู้เป็นพระสหายของ ท่านพระอานนท์ได้ฝากผ้าโขมพัสตร์ผืนเก่า ๆ ไว้กับท่านพระอานนท์ และท่านพระอานนท์ก็มีความต้องการด้วยผ้าโขมพัสตร์ผืนเก่า ๆ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุญาตว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถือวิสาสะแก่บุคคลผู้ประกอบด้วยองค์คุณ ๕ ประการ คือ

๑. เคยเห็นกันมา

๒. เคยคบกันมา

๓. เคยบอกอนุญาตกันไว้

๔. เขายังมีชีวิตอยู่

๕. รู้ว่าเมื่อถือเอาแล้ว เขาจักพอใจ

จบ พระนอนหลับลืมสติ