arnon.world

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · จีวรขันธกะ

พระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้ เล่ม ๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๒–๑๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๘ ในจีวรขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้

พระวินัยปิฎก มหาวรรค จีวรขันธกะ พระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้ (ฉบับหลวง เล่ม ๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน พหุํ จีวรํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ โส จ ตํ จีวรํ มาตาปิตูนํ ๑ ทาตุกาโม โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ มาตาปิตโรติ โข ภิกฺขเว ททมาเน กึ วเทยฺยามิ ๒ อนุชานามิ ภิกฺขเว มาตาปิตูนํ ทาตุํ น จ ภิกฺขเว สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตตพฺพํ โย วินิปาเตยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

ฉบับหลวง

ก็โดยสมัยนั้นแล ผ้าเกิดขึ้นแก่ภิกษุรูปหนึ่งหลายผืนและท่านปรารถนาจะให้ผ้านั้นแก่โยมมารดาบิดา ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุให้ด้วยรู้ว่ามารดาบิดา เราจะพึงว่าอะไร เราอนุญาตให้สละแก่มารดาบิดา แต่ภิกษุไม่พึงทำศรัทธาไทยให้ตกไป รูปใดให้ตกไป ต้องอาบัติทุกกฏ.

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อนฺธวเน จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ โจรา ตํ จีวรํ อวหรึสุ ฯ โส ภิกฺขุ ทุจฺโจโล โหติ ลูขจีวโร ฯ ภิกฺขู เอวมาหํสุ กิสฺส ตฺวํ อาวุโส ทุจฺโจโล ลูขจีวโรติ ๓ ฯ อิธาหํ อาวุโส อนฺธวเน จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ โจรา ตํ จีวรํ อวหรึสุ เตนาหํ ทุจฺโจโล ลูขจีวโรติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพ โย ปวิเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อานนฺโท อสติยา สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจุํ นนุ [๑] อาวุโส อานนฺท ภควตา ปญฺญตฺตํ น สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพติ กิสฺส ตฺวํ อาวุโส [๒] สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปวิฏฺโฐติ ฯ

สจฺจํ อาวุโส ภควตา ปญฺญตฺตํ น สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพติ อปิจาหํ อาวุโส ๓ อสติยา ปวิฏฺโฐติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ๔ ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา สงฺฆาฏิยา นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ วสฺสิกสงฺเกตํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ อตฺถตกฐินํ วา โหติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา สงฺฆาฏิยา นิกฺเขปาย ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา อุตฺตราสงฺคสฺส นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ วสฺสิกสงฺเกตํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ อตฺถตกฐินํ วา โหติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา อุตฺตราสงฺคสฺส นิกฺเขปาย ฯ

ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา อนฺตรวาสกสฺส นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ วสฺสิกสงฺเกตํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ อตฺถตกฐินํ วา โหติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา อนฺตรวาสกสฺส นิกฺเขปาย ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา วสฺสิกสาฏิกาย นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ นิสฺสีมํ คนฺตุํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ วสฺสิกสาฏิกา อกตา วา โหติ วิปฺปกตา วา อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา วสฺสิกสาฏิกาย นิกฺเขปายาติ ฯ

๑ ยุ. มาตาปิตุนฺนํ ฯ ๒ ม. ยุ. วเทยฺยาม ฯ ๓ ม. ลูขจีวโรสีติ ฯ

๑ ม. ยุ. โข ฯ ๒ โป. ม. อานนฺท ฯ ๓ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ

๔ ม. ยุ. อถโข ภควา ... อามนฺเตสีติ อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

พระพุทธบัญญัติให้ครองผ้า ๒ ผืนเข้าบ้าน

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเก็บผ้าสังฆาฏิไว้ในวิหารอันธวัน แล้วครองผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต คนร้ายขโมยผ้าสังฆาฏินั้นไป ภิกษุนั้นจึงใช้ผ้าเก่าครองจีวรคร่ำคร่า.

ภิกษุทั้งหลายพูดอย่างนี้ว่า อาวุโส เพราะเหตุไร คุณจึงใช้ผ้าเก่า ครองจีวรคร่ำคร่าเล่า?

ภิกษุนั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมเก็บผ้าสังฆาฏิไว้ในวิหารอันธวันนี้ แล้วครองอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต คนร้ายขโมยผ้าสังฆาฏินั้นไป เพราะเหตุนั้นผมจึงใช้ผ้าเก่า ครองจีวรคร่ำคร่า.

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุมีแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกไม่พึงเข้าบ้าน รูปใดเข้าไป ต้องอาบัติทุกกฏ.

สมัยต่อมา ท่านพระอานนท์ ลืมสติครองแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวคำนี้แก่ท่านพระอานนท์ว่า อาวุโสอานนท์ พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามไว้แล้ว มิใช่หรือว่า ภิกษุมีแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสก ไม่พึงเข้าบ้าน ดังนี้ไฉนพระคุณเจ้าจึงมีแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเล่า?

พระอานนท์ตอบว่า จริง ขอรับ พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามไว้แล้วว่า ภิกษุมีแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกไม่พึงเข้าบ้าน ก็แต่ว่า ผมเข้าบ้านด้วยลืมสติ.

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

เหตุที่เก็บผ้าไตรจีวรไว้ได้

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าสังฆาฏิไว้ได้ มี ๕ อย่างคือ เจ็บไข้ ๑ สังเกตเห็นว่าฝนจะตก ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ได้กรานกฐิน ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าสังฆาฏิไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอุตราสงค์ไว้ได้มี ๕ อย่างนี้ คือ เจ็บไข้ ๑ สังเกตเห็นว่าฝนจะตก ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ได้กรานกฐิน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอุตราสงค์ไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอันตรวาสกไว้ได้มี ๕ อย่างนี้ คือ เจ็บไข้ ๑ สังเกตเห็นว่าฝนจะตก ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ได้กรานกฐิน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอันตรวาสกไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอาบน้ำฝนไว้ได้มี ๕ อย่างนี้ คือ เจ็บไข้ ๑ ไปนอกสีมา ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ผ้าอาบน้ำฝนยังไม่ได้ทำหรือทำค้างไว้ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอาบน้ำฝนไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล.

จบ พระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้