arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · จัมเปยยขันธกะ

พระอุบาลีทูลถามปัพพาชนียกรรมเป็นต้น เล่ม ๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๙–๒๐๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๘ ในจัมเปยยขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒๔๑. อุปาลิปุจฺฉากถา

๒๔๑. อุปาลิปุจฉากถา

ว่าด้วยพระอุบาลีกราบทูลถามปัญหา

เรื่องกรรมไม่ชอบด้วยธรรมไม่ชอบด้วยวินัย

หมวดที่ ๑ รวม ๑๖ กรณี

พระวินัยปิฎก มหาวรรค จัมเปยยขันธกะ พระอุบาลีทูลถามปัพพาชนียกรรมเป็นต้น (ฉบับหลวง เล่ม ๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๕)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๕ หน้า ๑๙๘–๒๐๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๕ หน้า ๒๘๘–๒๙๖

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ โข อายสฺมา อุปาลิ, เยน ภควา, เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ; เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อุปาลิ ภควนฺตํ เอตทโวจ “โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ สมฺมุขากรณียํ กมฺมํ อสมฺมุขา กโรติ, ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺ”ติ. อธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ อวินยกมฺมํ โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ ปฏิปุจฺฉากรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิปุจฺฉา กโรติ ฯเปฯ ปฏิญฺญาย กรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิญฺญาย กโรติ. สติวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ. ตชฺชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. นิยสฺสกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปริวาสํ เทติ. ปริวาสารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. มูลายปฏิกสฺสนารหสฺส มานตฺตํ เทติ. มานตฺตารหํ อพฺเภติ. อพฺภานารหํ อุปสมฺปาเทติ. ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺ”ติ. อธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ อวินยกมฺมํ.

โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ สมฺมุขากรณียํ กมฺมํ อสมฺมุขา กโรติ, เอวํ โข อุปาลิ อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหติ. โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ ปฏิปุจฺฉากรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิปุจฺฉา กโรติ ฯเปฯ ปฏิญฺญาย กรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิญฺญาย กโรติ. สติวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ. ตชฺชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. นิยสฺสกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปริวาสํ เทติ. ปริวาสารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. มูลาย ปฏิกสฺสนารหสฺส มานตฺตํ เทติ. มานตฺตารหํ อพฺเภติ. อพฺภานารหํ อุปสมฺปาเทติ. เอวํ โข อุปาลิ อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหตีติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ท่านพระอุบาลีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้น ถึงแล้วได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งอยู่ ณ ที่สมควร ท่านพระอุบาลีผู้ นั่งแล้ว ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “กรรมที่ควรทำต่อหน้าแต่สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันกลับทำลับหลัง กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรม ชอบด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วย ธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย”

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “กรรมที่ควรทำโดยการสอบถาม แต่สงฆ์พร้อม เพรียงกันทำโดยไม่สอบถาม ... ... กรรมที่ควรทำตามปฏิญญา แต่สงฆ์พร้อม เพรียงกันทำโดยไม่ตามปฏิญญา ... ... ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต ... ... ให้ภิกษุผู้ควรอัพภาน อุปสมบทให้กุลบุตร กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมชอบด้วย ธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย

อุบาลี กรรมที่ควรทำต่อหน้า แต่สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันกลับทำลับหลัง อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมี ความผิด

อุบาลี กรรมที่ควรทำโดยการสอบถาม แต่สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันกลับทำ โดยไม่สอบถาม ... ... กรรมที่ควรทำตามปฏิญญา แต่สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันกลับ ทำโดยไม่ตามปฏิญญา ... ... ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควร ตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควร ปัพพาชนียกรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต ... ... ให้ภิกษุผู้ควรอัพภาน อุปสมบทให้กุลบุตร อุบาลี อย่างนี้แล จัดว่าเป็น กรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด”

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ สมฺมุขากรณียํ กมฺมํ สมฺมุขา กโรติ, ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺติ. ธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ วินยกมฺมํ. โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ ปฏิปุจฺฉากรณียํ กมฺมํ ปฏิปุจฺฉา กโรติ ฯเปฯ ปฏิญฺญาย กรณียํ กมฺมํ ปฏิญฺญาย กโรติ. สติวินยารหสฺส สติวินยํ เทติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. ตชฺชนียกมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ. นิยสฺสกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. ปริวาสารหสฺส ปริวาสํ เทติ. มูลาย ปฏิกสฺสนารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. มานตฺตารหสฺส มานตฺตํ เทติ. อพฺภานารหํ อพฺเภติ. อุปสมฺปทารหํ อุปสมฺปาเทติ, ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺติ. ธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ วินยกมฺมํ.

โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ สมฺมุขากรณียํ กมฺมํ สมฺมุขา กโรติ, เอวํ โข อุปาลิ ธมฺมกมฺมํ โหติ วินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ อนติสาโร โหติ. โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ ปฏิปุจฺฉากรณียํ กมฺมํ ปฏิปุจฺฉา กโรติ. ปฏิญฺญาย กรณียํ กมฺมํ ปฏิญฺญาย กโรติ. สติวินยารหสฺส สติวินยํ เทติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. ตชฺชนียกมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ. นิยสฺสกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. ปริวาสารหสฺส ปริวาสํ เทติ. มูลาย ปฏิกสฺสนารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. มานตฺตารหสฺส มานตฺตํ เทติ. อพฺภานารหํ อพฺเภติ. อุปสมฺปทารหํ อุปสมฺปาเทติ. เอวํ โข อุปาลิ ธมฺมกมฺมํ โหติ วินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ อนติสาโร โหตีติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เรื่องกรรมที่ชอบด้วยธรรมชอบด้วยวินัย

หมวดที่ ๑ รวม ๑๖ กรณี

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “กรรมที่ควรทำต่อหน้า สงฆ์ผู้พร้อม เพรียงกันทำต่อหน้า กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม จัดว่าเป็นกรรมชอบ ด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย”

พระอุบาลีกราบทูลว่า “กรรมที่ควรทำโดยการสอบถาม สงฆ์ผู้พร้อมเพรียง กันทำโดยการสอบถาม ... ... กรรมที่ควรทำตามปฏิญญา สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน ก็ทำตามปฏิญญา ... ... ให้สติวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ให้อมูฬหวินัยแก่ ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกา กรรม ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรปริวาส ... ... ชักภิกษุผู้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรมานัต ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรอัพภาน ... ... อุปสมทให้กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท กรรมนั้นจัด ว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย

อุบาลี กรรมที่ควรทำต่อหน้า สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันก็ทำต่อหน้า อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมไม่มี ความผิด

อุบาลี กรรมที่ควรทำโดยการสอบถาม สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันก็ทำโดยการ สอบถาม ... ... กรรมที่ควรทำตามปฏิญญา สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันก็ทำตามปฏิญญา ... ... ให้สติวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงตัชชนีย กรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรปริวาส ... ... ชักภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเข้าหา อาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรมานัต ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรอัพภาน ... ... อุปสมบทให้กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท อุบาลี อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมชอบ ด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมไม่มีความผิด”

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ สติวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ, อมูฬฺหวินยารหสฺส สติวินยํ เทติ, ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺติ. อธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ อวินยกมฺมํ โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ อมูฬฺหวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ ฯเปฯ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ, ตชฺชนียกมฺมารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. ตชฺชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. นิยสฺสกมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ, นิยสฺสกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ, ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ, ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส

ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ, อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปริวาสํ เทติ, ปริวาสารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. ปริวาสารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ, มูลาย ปฏิกสฺสนารหสฺส ปริวาสํ เทติ. มูลายปฏิกสฺสนารหสฺส มานตฺตํ เทติ, มานตฺตารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. มานตฺตารหํ อพฺเภติ, อพฺภานารหสฺส มานตฺตํ เทติ. อพฺภานารหํ อุปสมฺปาเทติ, อุปสมฺปทารหํ อพฺเภติ, ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺติ. อธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ อวินยกมฺมํ.

โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ สติวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ, อมูฬฺหวินยารหสฺส สติวินยํ เทติ, เอวํ โข อุปาลิ อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหติ. โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ อมูฬฺหวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ, ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ ฯเปฯ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ, ตชฺชนียกมฺมารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. ตชฺชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ, นิยสฺสกมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ. นิยสฺสกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ, ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ, ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส

ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ, อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปริวาสํ เทติ, ปริวาสารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. ปริวาสารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ, มูลาย ปฏิกสฺสนารหสฺส ปริวาสํ เทติ. มูลาย ปฏิกสฺสนารหสฺส มานตฺตํ เทติ, มานตฺตารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ, มานตฺตารหํ อพฺเภติ, อพฺภานารหสฺส มานตฺตํ เทติ. อพฺภานารหํ อุปสมฺปาเทติ, อุปสมฺปทารหํ อพฺเภติ, เอวํ โข อุปาลิ อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหตีติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เรื่องกรรมไม่ชอบด้วยธรรมไม่ชอบด้วยวินัย

หมวดที่ ๒ อีก ๑๖ กรณี

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันให้อมูฬหวินัยแก่ ภิกษุผู้ควรสติวินัย ให้สติวินัยแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรม ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย”

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “สงฆ์พร้อมเพรียงกันลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลง ตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลง ตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยส กรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณีย กรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม

... ... ลงปฏิสารณีย กรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปริวาส ... ... ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติ เดิม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควร ชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ชักภิกษุผู้ควรมานัตเข้าหาอาบัติเดิม ... ... อัพภานภิกษุ ผู้ควรมานัต ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรอัพภาน ... ... ให้ภิกษุผู้ควรอัพภาน อุปสมบทให้กุลบุตร ... ... อัพภานกุลบุตรผู้ควรอุปสมบท กรรมนั้น จัดว่าเป็น กรรมชอบด้วยธรรม จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย

อุบาลี สงฆ์พร้อมเพรียงกันให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ให้สติวินัย แก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย

อุบาลี อย่างนี้แลจัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด

อุบาลี สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควร นิยสกรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนีย กรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ... ... ลงอุกเขปนีย กรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ...

... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนีย กรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ ภิกษุผู้ควรปริวาส ... ... ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้ปริวาสแก่ ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ชักภิกษุผู้ควรมานัตเข้าหาอาบัติเดิม ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรอัพภาน ... ... ให้ภิกษุผู้ควรอัพภานอุปสมบทให้กุลบุตร ... ... อัพภานผู้ควรอุปสมบท

อุบาลี อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด”

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ สติวินยารหสฺส สติวินยํ เทติ, อมูฬฺหวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ, ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺติ. ธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ วินยกมฺมํ โย นุ โข ภนฺเต สมคฺโค สํโฆ อมูฬฺหวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ ฯเปฯ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ตชฺชนียกมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ นิยสฺสกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ปริวาสารหสฺส ปริวาสํ เทติ ฯเปฯ มูลาย ปฏิกสฺสนารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ฯเปฯ มานตฺตารหสฺส มานตฺตํ เทติ ฯเปฯ อพฺภานารหํ อพฺเภติ, อุปสมฺปทารหํ อุปสมฺปาเทติ, ธมฺมกมฺมํ นุ โข ตํ ภนฺเต วินยกมฺมนฺติ. ธมฺมกมฺมํ ตํ อุปาลิ วินยกมฺมํ.

โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ สติวินยารหสฺส สติวินยํ เทติ, อมูฬฺหวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ, เอวํ โข อุปาลิ ธมฺมกมฺมํ โหติ วินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ อนติสาโร โหติ, โย โข อุปาลิ สมคฺโค สํโฆ อมูฬฺหวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ ฯเปฯ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ตชฺชนียกมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ นิยสฺสกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ ปริวาสารหสฺส ปริวาสํ เทติ ฯเปฯ มูลาย ปฏิกสฺสนารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ฯเปฯ มานตฺตารหสฺส มานตฺตํ เทติ ฯเปฯ อพฺภานารหํ อพฺเภติ, อุปสมฺปทารหํ อุปสมฺปาเทติ, เอวํ โข อุปาลิ ธมฺมกมฺมํ โหติ วินยกมฺมํ. เอวญฺจ ปน สํโฆ อนติสาโร โหตีติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เรื่องกรรมชอบด้วยธรรมชอบด้วยวินัย

หมวดที่ ๒ อีก ๑๖ กรณี

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “สงฆ์พร้อมเพรียงกันให้สติวินัยแก่ภิกษุผู้ ควรสติวินัย ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย กรรมนั้น จัดว่าเป็นกรรม ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้น จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย”

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “สงฆ์พร้อมเพรียงกันให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควร อมูฬหวินัย ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยส กรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงปฏิสารณีย กรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม .. ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนีย กรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรปริวาส ... ... ชักภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรมานัต ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรอัพภาน ... ... อุปสมบทให้กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท กรรมนั้น จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัยหรือ พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี กรรมนั้น จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย

อุบาลี สงฆ์พร้อมเพรียงกันให้สติวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ให้อมูฬหวินัยแก่ ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย

อุบาลี อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมไม่มีความผิด

อุบาลี สงฆ์พร้อมเพรียงกันให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลง ตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... ลง ปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุ ผู้ควรปฏิสารณียกรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรปริวาส ... ... ชักภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเข้าหา อาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรมานัต ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรอัพภาน ... ... อุปสมบทให้กุลบุตรผู้ควรอุปสมบทอุบาลี อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมไม่มีความผิด”

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ “โย โข ภิกฺขเว สมคฺโค สํโฆ สติวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ, เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหติ. โย โข ภิกฺขเว สมคฺโค สํโฆ สติวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ ฯเปฯ สติวินยารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ. สติวินยารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. สติวินยารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. สติวินยารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. สติวินยารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. สติวินยารหสฺส ปริวาสํ เทติ. สติวินยารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. สติวินยารหสฺส มานตฺตํ เทติ. สติวินยารหํ อพฺเภติ, สติวินยารหํ อุปสมฺปาเทติ, เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เรื่องกรรมไม่ชอบด้วยธรรมไม่ชอบด้วยวินัย

หมวดที่ ๓

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรม ไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควร สติวินัย ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ ควรสติวินัย ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ลงปฏิสารณีย กรรมแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ให้ ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ชักภิกษุผู้ควรสติวินัยเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้ มานัตแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรสติวินัย ... ... ให้ภิกษุผู้ควร สติวินัยอุปสมบทให้กุลบุตรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย โข ภิกฺขเว สมคฺโค สํโฆ อมูฬฺหวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ, เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหติ. โย โข ภิกฺขเว สมคฺโค สํโฆ อมูฬฺหวินยารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ ฯเปฯ อมูฬฺหวินยารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส ปริวาสํ เทติ. อมูฬฺหวินยารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส มานตฺตํ เทติ. อมูฬฺหวินยารหํ อพฺเภติ. อมูฬฺหวินยารหํ อุปสมฺปาเทติ. อมูฬฺหวินยารหสฺส สติวินยํ เทติ, เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควร อมูฬหวินัย ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ลงอุกเขปนีย กรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ชัก ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัยเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... อัพภานภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ... ... ให้ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัยให้อุปสมบทกุลบุตร ... ... ให้สติวินัยแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัยภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย โข ภิกฺขเว สมคฺโค สํโฆ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ, ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺสปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ปริวาสํ เทติ ฯเปฯ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส สติวินยํ เทติ. ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ. เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหติ.

โย โข ภิกฺขเว สมคฺโค สํโฆ ตชฺชนียกมฺมารหสฺส ฯเปฯ นิยสฺสกมฺมารหสฺส... ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส... ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส... อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส... ปริวาสารหสฺส... มูลาย ปฏิกสฺสนารหสฺส... มานตฺตารหสฺส... อพฺภานารหสฺส... อุปสมฺปทารหสฺส สติวินยํ เทติ. อุปสมฺปทารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ. อุปสมฺปทารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ. อุปสมฺปทารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ. อุปสมฺปทารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ. อุปสมฺปทารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ. อุปสมฺปทารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ. อุปสมฺปทารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ. อุปสมฺปทารหสฺส ปริวาสํ เทติ. อุปสมฺปทารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ. อุปสมฺปทารหสฺส มานตฺตํ เทติ, อุปสมฺปทารหํ อพฺเภติ, เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สํโฆ สาติสาโร โหตีติ. อุปาลิปุจฺฉาภาณวาโร นิฏฺฐิโต ทุติโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควร ตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ... ให้ สติวินัย แก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ... ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม

ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันทำลง ... ... แก่ภิกษุผู้ควรลงตัชชนียกรรม ... ... แก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ... ... แก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ... ... แก่ ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ... ... แก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ... ... แก่ภิกษุผู้ควร ปริวาส ... ... แก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ... แก่ภิกษุผู้ควรมานัต ... ... แก่ ภิกษุผู้ควรอัพภาน ... ... ให้สติวินัยแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ให้อมูฬหวินัย แก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ลงปฏิสารณียกรรมแก่ ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ลงอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ให้ ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... ชักกุลบุตรผู้ควรอุปสมบทเข้าหาอาบัติเดิม ... ... ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบท ... ... อัพภานให้แก่ภิกษุผู้ควรอุปสมบทภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ ชอบด้วยวินัย อย่างนี้แล สงฆ์ย่อมมีความผิด”

อุปาลิปุจฉาภาณวารที่ ๒ จบ

จบ พระอุบาลีทูลถามปัพพาชนียกรรมเป็นต้น