พระวินัยปิฎก ปริวาร · วีสติวาร
สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑ เล่ม ๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๖๑–๘๖๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๗ ในวีสติวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก ปริวาร วีสติวาร สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๑๐ หน้า ๓๙๒–๓๙๔
วีสติวาร
สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑
[๘๖๑] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกหรือ ตอบว่า ไม่ต้องเลย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ ตอบว่า บางทีต้องต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาษิต หรือ ตอบว่าไม่ต้องเลย.
[๘๖๒] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกหรือ ตอบว่า ไม่ต้องเลย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ ตอบว่า บางทีต้องต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ ตอบว่า ไม่ต้องเลย ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาสิต หรือ ตอบว่าไม่ต้องเลย.
[๘๖๓] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกหรือ ตอบว่า ไม่ต้องเลย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ ตอบว่า บางทีต้องต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาสิต หรือ ตอบว่า ไม่ต้องเลย.
[๘๖๔] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๔ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกหรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ ตอบว่า บางทีต้องต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาสิต หรือ ตอบว่าไม่ต้องเลย.
[๘๖๕] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๕ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกหรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ ตอบว่า บางทีต้องต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ ตอบว่า ไม่ต้องเลย ต้องอาบัติทุกกฏ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาสิต หรือ ตอบว่าบางทีต้อง.
[๘๖๖] มีผู้ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๖ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกหรือ ตอบว่า บางที่ต้อง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หรือ ตอบว่า บางทีต้องต้องอาบัติถุลลัจจัย หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ หรือตอบว่า บางทีต้อง ต้องถุลลัจจัย หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ หรือ ตอบว่า บางทีต้องต้องอาบัติทุกกฏ หรือ ตอบว่า บางทีต้อง ต้องอาบัติทุพภาสิต หรือ ตอบว่าไม่ต้องเลย.
สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑ จบ
กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒
[๘๖๗] ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไรตอบว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ คือ
๑. ภิกษุสำคัญว่าควร สร้างกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ไม่ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินประมาณ มีผู้จับจองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในประโยค
๒. เมื่อยังไม่วางก้อนดินอีกก้อนหนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. เมื่อวางดินก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส๔. ภิกษุสำคัญว่าควรฉันโภชนะในเวลาวิกาล ต้องอาบัติปาจิตตีย์๕. ภิกษุสำคัญว่าควร รับของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี จากมือของภิกษุณีมิใช่ญาติ ผู้เข้าไปสู่ละแวกบ้าน ด้วยมือของตนมาฉันต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ เหล่านี้.
ถามว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔ สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติเท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗ เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗
ตอบว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือบางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ
สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๕ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสส บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ
เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต
จบ สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑