พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
ควรอัพภานสึก เล่ม ๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘๖–๔๘๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๗/๒๔ ในสมุจจยขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ควรอัพภานสึก
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ ควรอัพภานสึก (ฉบับหลวง เล่ม ๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๖)
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ อพฺภานารโห วิพฺภมติ ฯ วิพฺภนฺตกสฺส ภิกฺขเว อพฺภานํ น รูหติ ฯ โส เจ ปุน อุปสมฺปชฺชติ ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ ฯ โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน ฯ โย ปริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ ฯ ยํ มานตฺตํ ทินฺนํ สุทินฺนํ ฯ ยํ มานตฺตํ จิณฺณํ สุจิณฺณํ ฯ โส ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภานสึกเสีย การอัพภานเธอผู้สึกแล้ว ใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละ แก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภาน ภิกษุนั้น ฯ
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ อพฺภานารโห สามเณโร โหติ ฯเปฯ อุมฺมตฺตโก โหติ ฯเปฯ ขิตฺตจิตฺโต โหติ ฯเปฯ เวทนฏฺโฏ โหติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค อุกฺขิปิยติ ฯ อุกฺขิตฺตกสฺส ภิกฺขเว อพฺภานํ น รูหติ ฯ โส เจ ปุน โอสาริยติ ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ ฯ โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน ฯ โย ปริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ ฯ ยํ มานตฺตํ ทินฺนํ สุทินฺนํ ฯ ยํ มานตฺตํ จิณฺณํ สุจิณฺณํ ฯ โส ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพ ฯ
จตฺตาฬีสกํ สมตฺตํ ฯ
ควรอัพภานสึกบวชเป็นสามเณรเป็นต้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน สึกบวช เป็นสามเณรการอัพภานสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาส เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึง อัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน เกิดวิกลจริต การอัพภานเธอผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละ แก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึง อัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน มีจิตฟุ้งซ่าน การอัพภานเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ให้ปริวาสเดิมนั้น แหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัต ที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภาน ภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน กระสับกระส่าย เพราะเวทนา การอัพภานเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอ ไม่กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่เห็นอาบัติการอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอัน อยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้วที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่ทำคืนอาบัติการอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอัน อยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้วที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่สละทิฐิเลวทราม การอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็น อันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติดีแล้วเป็นอันประพฤติ ดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ฯ
ตัวอย่าง ๔๐ เรื่อง จบ
จบ ควรอัพภานสึก