พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
ให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป เล่ม ๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๕๕–๕๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๑/๒๔ ในสมุจจยขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ ให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป (ฉบับหลวง เล่ม ๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๖)
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูปต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสสรูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้ รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบัง นั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส เวมติกา โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาทพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอสงสัยในอาบัติ สังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูป นั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบัง นั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส มิสฺสกทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นใน อาบัติสังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติเจือกัน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตาม ที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู มิสฺสกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต มิสฺสเก สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติเจือกันว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใด ปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู มิสฺสกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต มิสฺสเก มิสฺสกทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติเจือ กันว่า เป็นอาบัติเจือกัน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏและพึงให้ปริวาสในกองอาบัติ ตามที่ปิดบังไว้แก่ รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สุทฺธกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สุทฺธเก สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ อุโภปิ ยถาธมฺมํ การาเปตพฺพา ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติล้วน พวกเธอมีความเห็นในลหุกาบัติ ล้วนว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใด ปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ พึงปรับทั้งสองรูปตามธรรม ฯ
เทฺว ภิกฺขู สุทฺธกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สุทฺธเก สุทฺธกทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ อุโภปิ ยถาธมฺมํ การาเปตพฺพา ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติล้วน พวกเธอมีความเห็นในลหุกาบัติ ล้วนว่า เป็นลหุกาบัติล้วน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบัง ไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ พึงปรับทั้งสองรูปตามธรรม ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอกสฺส โหติ อาโรเจสฺสามีติ ฯ เอกสฺส โหติ นาโรเจสฺสามีติ ๑ ฯ โส ปฐมมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ทุติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ตติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ อุฏฺฐิเต ๒ อรุเณ ฉนฺนา โหติ อาปตฺติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๑ ม. ยุ. น อาโรเจสฺสามีติ ฯ ๒ ยุ. อุทฺธเต ฯ เอวมุปริปิ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นใน อาบัติสังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งคิดว่า จักบอก รูปหนึ่งคิดว่า จักไม่บอก เธอปิดบังไว้ถึงยามหนึ่งบ้าง ปิดบังไว้ถึงสองยามบ้าง ปิดบังไว้ถึง สามยามบ้าง เมื่ออรุณขึ้นแล้วเป็นอันปิดบังอาบัติ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้น แสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เต คจฺฉนฺติ อาโรเจสฺสามาติ ฯ เอกสฺส อนฺตรามคฺเค มกฺขธมฺโม อุปฺปชฺชติ น อาโรเจสฺสามีติ ฯ โส ปฐมมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ทุติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ตติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ อุฏฺฐิเต อรุเณ ฉนฺนา โหติ อาปตฺติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส จึงไปด้วยคิดว่าจักบอก รูปหนึ่งเกิดความ ลบหลู่ขึ้นในระหว่างทางว่า จักไม่บอก เธอปิดบังไว้ถึงยามหนึ่งบ้าง ปิดบังไว้ถึง สองยามบ้าง ปิดบังไว้ถึงสามยามบ้าง เมื่ออรุณขึ้นแล้ว เป็นอันปิดบังอาบัติ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ ฯ เต อุมฺมตฺตกา โหนฺติ ฯ เต ปจฺฉา อนุมฺมตฺตกา หุตฺวา เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส แล้วเกิดวิกลจริต ภายหลังหายวิกลจริต แล้ว รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดง อาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้ว ให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต ปาติโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน เอวํ วเทนฺติ อิทาเนว โข มยํ ชานาม อยมฺปิ กิร ธมฺโม สุตฺตาคโต สุตฺตปริยาปนฺโน อนฺวฑฺฒมาสํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉตีติ ฯ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ ฯ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอเมื่อปาติโมกข์กำลัง แสดงอยู่ กล่าวอย่างนี้ว่า พวกข้าพเจ้าทราบเดี๋ยวนี้เองแลว่า ได้ยินว่า ธรรมแม้นี้ มาในสูตร นับเนื่องในสูตรมาสู่อุเทสทุกกึ่งเดือน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติ สังฆาทิเสสว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตาม ที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
จบ ให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป