arnon.world

ปัญจสติกขันธกะ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๑๔–๖๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๒ ในจุลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

[๔]

ปญฺจสติกกฺขนฺธกํ

ปัญจสติกขันธกะ

เรื่องพระมหากัสสปเถระปรารภการทำสังคายนาครั้งที่ ๑

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ เรื่องพระมหากัสสปเถระปรารภการทำสังคายนาครั้งที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป ภิกฺขู อามนฺเตสิ เอกมิทาหํ อาวุโส สมยํ ปาวาย กุสินารํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ อถขฺวาหํ อาวุโส มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทึ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร อาชีวโก กุสินารายํ มนฺทารวปุปฺผํ คเหตฺวา ปาวํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหติ อทฺทสํ โข อหํ อาวุโส ตํ อาชีวกํ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน ตํ อาชีวกํ เอตทโวจํ อปาวุโส อมฺหากํ สตฺถารํ ชานาสีติ อามาวุโส ชานามิ อชฺช สตฺตาหปรินิพฺพุโต สมโณ โคตโม ตโต เม อิทํ มนฺทารวปุปฺผํ คหิตนฺติ ตตฺราวุโส เย เต ภิกฺขู อวีตราคา อปฺเปกจฺเจ พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺติ ฉินฺนปาทาว

ปตนฺติ ๑ อาวฏฺฏนฺติ วิวฏฺฏนฺติ อติขิปฺปํ ภควา ปรินิพฺพุโต อติขิปฺปํ สุคโต ปรินิพฺพุโต อติขิปฺปํ จกฺขุํ โลเก อนฺตรหิตนฺติ เย ปน เต ภิกฺขู วีตราคา เต สตา สมฺปชานา อธิวาเสนฺติ อนิจฺจา สงฺขารา ตํ กุเตตฺถ ลพฺภาติ อถขฺวาหํ อาวุโส เต ภิกฺขู เอตทโวจํ อลํ อาวุโส มา โสจิตฺถ มา ปริเทวิตฺถ นเนฺวตํ อาวุโส ภควตา ปฏิกจฺเจว อกฺขาตํ สพฺเพเหว ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว อญฺญถาภาโว ตํ กุเตตฺถ อาวุโส ๑ ลพฺภา ยนฺตํ ชาตํ ภูตํ สงฺขตํ ปโลกธมฺมํ ตํ วต มา ปลุชฺชีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ เตน โข ปนาวุโส สมเยน สุภทฺโท นาม วุฑฺฒปพฺพชิโต ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ อถโข อาวุโส สุภทฺโท

วุฑฺฒปพฺพชิโต เต ภิกฺขู เอตทโวจ อลํ อาวุโส มา โสจิตฺถ มา ปริเทวิตฺถ สุมุตฺตา มยํ เตน มหาสมเณน อุปทฺทูตา จ มยํ โหม อิทํ โว กปฺปติ อิทํ โว น กปฺปตีติ อิทานิ ปน มยํ ยํ อิจฺฉิสฺสาม ตํ กริสฺสาม ยํ น อิจฺฉิสฺสาม น ตํ กริสฺสามาติ หนฺท มยํ อาวุโส ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายาม ปุเร อธมฺโม ทิปฺปติ ธมฺโม ปฏิพาหิยติ อวินโย ทิปฺปติ วินโย ปฏิพาหิยติ ปุเร อธมฺมวาทิโน พลวนฺโต โหนฺติ ธมฺมวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺติ อวินยวาทิโน พลวนฺโต โหนฺติ วินยวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺตีติ ฯ

๑ ม. ฉินฺนปาตํ ปปตนฺติ ฯ ยุ. ฉินฺนปปาตํ ปปตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปชี้แจงแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลาย ครั้งหนึ่ง

เราออกจากเมืองปาวาเดินทางไกล ไปเมืองกุสินารากับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป

ครั้งนั้น เราแวะจากทาง นั่งพักอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง อาชีวก ผู้หนึ่ง ถือดอกมณฑารพในเมือง

กุสินาราเดินทางไกลมาสู่เมืองปาวา เราได้เห็น อาชีวกนั้นเดินมาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้วได้ถาม

อาชีวกนั้นว่า ท่านทราบข่าว พระศาสดาของเราบ้างหรือ อาชีวกตอบว่า ท่านขอรับ ผมทราบพระสมณโคดม ปรินิพพานได้ ๗ วันทั้งวันนี้แล้ว ดอกมณฑารพนี้ผมถือมาจากที่ปรินิพพานนั้น

บรรดาภิกษุเหล่านั้น ท่านที่ยังไม่ปราศจากราคะ บางพวกประคองแขนคร่ำครวญ ดุจมีเท้าขาดล้มลงกลิ้งเกลือกไปมารำพันว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานเร็วนัก พระสุคตเสด็จปรินิพพานเร็วนักดวงตาหายไปจากโลกเร็วนัก ส่วนพวกที่ ปราศจากราคะแล้ว มีสติสัมปชัญญะ ย่อมอดกลั้นได้ด้วยคิดว่า สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยง สิ่งที่เที่ยงนั้น จะได้ในสังขารนี้แต่ไหนเล่า ท่านทั้งหลาย

ครั้งนั้น เรา ได้กล่าวกะภิกษุทั้งหลายว่า อย่าเลยท่านทั้งหลาย อย่าโศกเศร้าร่ำไรเลย ข้อนั้น

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสบอกไว้ก่อนแล้วมิใช่หรือว่า ความเป็นต่าง ความเว้น ความเป็นอย่างอื่น

จากสัตว์และสังขารที่รักที่ชอบใจทั้งปวงทีเดียวย่อมมี สิ่งที่ เที่ยงนั้นจะได้ในสังขารนั้นแต่ไหน

สิ่งใดเกิดแล้ว มีแล้ว อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว ต้องมีความแตกสลายเป็นธรรมดา ข้อที่จะปรารถนา

ว่า สิ่งนั้นอย่าได้สลายเลย นี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ครั้งนั้น พระสุภัททวุฑฒบรรพชิต นั่งอยู่ในบริษัทนั้น เธอ ได้กล่าวกะภิกษุทั้งหลายว่าพอเถิด ท่านทั้งหลาย อย่าโศกเศร้าร่ำไรไปเลยพวกเรา พ้นไปดีแล้วจากพระมหาสมณะนั้น ด้วยว่าพวกเราถูกเบียดเบียนว่า สิ่งนี้ควรแก่พวกเธอ สิ่งนี้ไม่ควรแก่พวกเธอ ก็บัดนี้ พวกเราปรารถนาจะทำสิ่งใด ก็ทำสิ่งนั้นได้ ไม่ปรารถนาจักทำสิ่งใด ก็ไม่ทำสิ่งนั้น เอาเถิด ท่านทั้งหลาย พวกเราจงสังคายนา พระธรรมและพระวินัยเถิด ในภายหน้าสภาวะมิใช่ธรรมจักรุ่งเรือง ธรรมจักเสื่อม ถอย สภาวะมิใช่วินัยจักรุ่งเรืองวินัยจักเสื่อมถอย ภายหน้าอธรรมวาทีบุคคลจะ มีกำลัง ธรรมวาทีบุคคลจักเสื่อมกำลัง อวินยวาทีบุคคลจักมีกำลัง วินยวาทีบุคคล จักเสื่อมกำลัง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เตนหิ ภนฺเต เถโร ภิกฺขู อุจฺจินาตูติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป เอเกนูนปญฺจอรหนฺตสตานิ อุจฺจินิ ฯ ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ เอตทโวจุํ อยํ ภนฺเต อายสฺมา อานนฺโท กิญฺจาปิ เสกฺโข สมาโน อภพฺโพ ฉนฺทา โทสา โมหา ภยา อคตึ คนฺตุํ พหุ จเนน ภควโต สนฺติเก ธมฺโม จ วินโย จ ปริยตฺโต เตนหิ ภนฺเต เถโร อายสฺมนฺตํปิ อานนฺทํ อุจฺจินาตูติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํปิ อานนฺทํ อุจฺจินิ ฯ อถโข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กตฺถ นุ โข มยํ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยามาติ ฯ อถโข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ราชคหํ โข มหาโคจรํ ปหูตเสนาสนํ ยนฺนูน มยํ ราชคเห วสฺสํ วสนฺตา ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยาม น อญฺเญ ภิกฺขู ราชคเห วสฺสํ อุปคจฺเฉยฺยุนฺติ ฯ

อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิมานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สมฺมนฺเนยฺย ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานิ ๑ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพนฺติ ฯ เอสา ญตฺติ ฯ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ สงฺโฆ อิมานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สมฺมนฺนติ ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานิ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพนฺติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ สมฺมติ ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานํ ๒ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพนฺติ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ สมฺมตานิ ๓ สงฺเฆน อิมานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานิ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพนฺติ ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ

๑ อิทํ อาลปนํ อติเรกํ มญฺเญ ฯ

๑ ยุ. วสนฺตา ฯ ๒ ยุ. วสนฺตา ฯ ๓ ยุ. สมฺมตา ฯ

ฉบับหลวง

สมมติภิกษุ ๕๐๐ รูป

ภิกษุทั้งหลายกล่าวว่า ถ้ากระนั้น ขอพระเถระ จงคัดเลือกภิกษุ ทั้งหลายเถิด

ขอรับ ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสป จึงคัดเลือกพระอรหันต์ได้ ๕๐๐ รูป หย่อนอยู่องค์หนึ่ง

ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวกะท่านพระมหากัสสปว่า ท่านเจ้าข้า ท่าน พระอานนท์นี้ยังเป็นเสกขบุคคลอยู่

ก็จริง แต่ไม่ลุอำนาจฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติและท่านได้เรียนพระธรรมและ

พระวินัยเป็นอันมาก ในสำนักพระผู้มีพระภาค เพราะเหตุนั้น ขอพระเถระจงคัดเลือกท่าน

พระอานนท์เข้าด้วยเถิด ลำดับนั้น พระมหากัสสปจึงคัดเลือกท่านพระอานนท์เข้าด้วย จึงพระเถระทั้งหลายปรึกษากันว่า พวกเราจักสังคายนาพระธรรมและพระวินัยที่ไหนดีหนอ ครั้นแล้ว

เห็นพร้อมกันว่า พระนครราชคฤห์ มีโคจรคามมาก มีเสนาสนะเพียงพอ สมควรแท้ที่พวกเรา

จะอยู่ จำพรรษาในพระนครราชคฤห์ สังคายนาพระธรรมและพระวินัย ภิกษุพวกอื่นไม่ควรเข้า

จำพรรษาในพระนครราชคฤห์

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:

ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว

สงฆ์พึงสมมติภิกษุ ๕๐๐ รูปนี้ ให้จำพรรษาในพระนครราช คฤห์ เพื่อสังคายนาพระธรรมและพระวินัย ภิกษุพวกอื่นไม่พึงจำพรรษาในพระนครราชคฤห์ นี้เป็นญัตติ

ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุ ๕๐๐ รูปนี้ ให้จำพรรษา

ในพระนครราชคฤห์ เพื่อสังคายนาพระธรรมและพระวินัย ภิกษุพวกอื่นไม่พึงจำพรรษาใน

พระนครราชคฤห์ การสมมติภิกษุ ๕๐๐ รูปนี้ ให้จำพรรษาในพระนครราชคฤห์

เพื่อสังคายนาพระธรรมและ พระวินัย ภิกษุพวกอื่นไม่พึงจำพรรษาในพระนครราชคฤห์

ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่งไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

สงฆ์สมมติภิกษุ ๕๐๐ รูปนี้ ให้จำพรรษาในพระนครราชคฤห์เพื่อ สังคายนา

พระธรรมและพระวินัย ภิกษุพวกอื่นไม่พึงจำพรรษาในพระ นครราชคฤห์ ชอบแก่สงฆ์เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข เถรา ภิกฺขู ราชคหํ อคมํสุ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ ฯ อถโข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา โข อาวุโส ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณํ วณฺณิตํ หนฺท มยํ อาวุโส ปฐมํ มาสํ ขณฺฑผุลฺลํ ปฏิสงฺขโรม มชฺฌิมํ มาสํ สนฺนิปติตฺวา ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิสฺสามาติ ฯ อถโข เถรา ภิกฺขู ปฐมํ มาสํ ขณฺฑผุลฺลํ ปฏิสงฺขรึสุ ฯ

ฉบับหลวง

เรื่องปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรม

ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลายได้ไปพระนครราชคฤห์ เพื่อสังคายนา พระธรรมและพระวินัย แล้วปรึกษากันว่า ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคทรงสรร เสริญการปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมไว้ ถ้ากระไรพวกเราจักปฏิสังขรณ์ เสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมในเดือนต้น แล้วจักประชุมสังคายนาพระธรรมและพระวินัยในเดือนท่ามกลาง ครั้งนั้น พระเถระได้ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ชำรุด ทรุดโทรมในเดือนต้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา อานนฺโท เสฺว สนฺนิปาโต น โข เม ตํ ปฏิรูปํ โยหํ เสกฺโข สมาโน สนฺนิปาตํ คจฺเฉยฺยนฺติ พหุเทว รตฺตึ กายคตาย สติยา วีตินาเมตฺวา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ นิปชฺชิสฺสามีติ กายํ อาวฏฺเฏสิ ๑ ฯ อปฺปตฺตญฺจ สีสํ พิมฺโพหนํ ฯ ภูมิโต จ ปาทา มุตฺตา ฯ เอตสฺมึ อนฺตเร อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจิ ฯ อถโข อายสฺมา อานนฺโท อรหา สมาโน สนฺนิปาตํ อคมาสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระอานนท์สำเร็จพระอรหัต

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์คิดว่า พรุ่งนี้เป็นวันประชุม ข้อที่เรายัง เป็นเสกข

บุคคลอยู่จะพึงไปสู่ที่ประชุมนั้น ไม่ควรแก่เรา จึงยังราตรีเป็นส่วนมากให้ ล่วงไปด้วยกายคตาสติ

ในเวลาใกล้รุ่งแห่งราตรีจึงเอนกายด้วยตั้งใจว่า จักนอน แต่ ศีรษะยังไม่ทันถึงหมอนและเท้ายัง

ไม่ทันพ้นจากพื้น ในระหว่างนั้น จิตได้หลุดพ้น จากอาสวะ เพราะไม่ถือมั่น ครั้งนั้น ท่าน

พระอานนท์เป็นพระอรหันต์ได้ไปสู่ที่ประชุม ฯ

พระอุบาลีวิสัชนาพระวินัย

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ พระอุบาลีวิสัชนาพระวินัย (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อุปาลึ วินยํ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ฯ อายสฺมา อุปาลิ สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อายสฺมตา มหากสฺสเปน วินยํ ปุฏฺโฐ วิสฺสชฺเชยฺยนฺติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ เอตทโวจ ปฐมํ อาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สุทินฺนํ กลนฺทปุตฺตํ อารพฺภาติ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ เมถุนธมฺเมติ ฯ

อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ ปฐมสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ ทุติยมฺปนาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ ราชคเห ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ธนิยํ กุมฺภการปุตฺตํ อารพฺภาติ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อทินฺนาทาเนติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ ทุติยสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ ตติยมฺปนาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภาติ ฯ

กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ มนุสฺสวิคฺคเหติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ ตติยสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ จตุตฺถมฺปนาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ วคฺคุมุทาตีริเย ภิกฺขู อารพฺภาติ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเมติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ จตุตฺถสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ เอเตเนว อุปาเยน อุภโตวินเย ๑ ปุจฺฉิ ฯ ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา อุปาลิ วิสฺสชฺเชสิ ฯ

๑ ยุ. อาวชฺเชสิ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ กรรมวาจา ว่าดังนี้:

ญัตติกรรมวาจา

ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของ สงฆ์ถึงที่แล้วข้าพเจ้าจะพึงถามพระวินัยกะพระอุบาลี

ท่านพระอุบาลี ประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:

ญัตติกรรมวาจา

ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว ข้าพเจ้า

อันท่านพระมหากัสสปถามพระวินัยแล้วจะพึงวิสัชนา

ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปได้ถามท่านพระอุบาลีว่า ท่านอุบาลี ปฐมปารา ชิกสิกขาบทพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน

อุ. ในเมืองเวสาลี ขอรับ

ม. ทรงปรารภใคร

อุ. ทรงปรารภพระสุทิน กลันทบุตร

ม. ในเพราะเรื่องอะไร

อุ. ในเพราะเมถุนธรรม

ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติ อาบัติ

อนาบัติ แห่งปฐมปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามต่อไปว่า ทุติย ปาราชิกสิกขาบทพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน

อุ. ในพระนครราชคฤห์ ขอรับ

ม. ทรงปรารภใคร

อุ. ทรงปรารภพระธนิยะ กุมภการบุตร

ม. ในเพราะเรื่องอะไร

อุ. ในเพราะอทินนาทาน

ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติ อาบัติ อนาบัติ

แห่งทุติยปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามต่อไปว่า ท่าน พระอุบาลี ตติยปาราชิกสิกขาบทพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน

อุ. ในพระนครเวสาลี ขอรับ

ม. ทรงปรารภใคร

อุ. ทรงปรารภภิกษุมากรูปด้วยกัน

ม. ในเพราะเรื่องอะไร

อุ. ในเพราะมนุสสวิคคหะ

ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติ อาบัติ

อนาบัติ แห่งตติยปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามต่อไปว่า จตุตถปาราชิกสิกขาบทพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน

อุ. ในพระนครเวสาลี ขอรับ

ม. ทรงปรารภใคร

อุ. ทรงปรารภพวกภิกษุจำพรรษาอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา

ม. ในเพราะเรื่องอะไร

อุ. ในเพราะอุตตริมนุสสธรรม

ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติ อาบัติ

อนาบัติ แห่งจตุตถปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามอุภโตวินัยโดย อุบายนั้นแล ท่าน

พระอุบาลีผู้อันท่านพระมหากัสสปถามแล้ว ถามแล้ว ได้วิสัชนาแล้ว ฯ

พระอานนท์วิสัชนาพระธรรม

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ พระอานนท์วิสัชนาพระธรรม (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อานนฺทํ ธมฺมํ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ฯ อายสฺมา อานนฺโท สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อายสฺมตา มหากสฺสเปน ธมฺมํ ปุฏฺโฐ วิสฺสชฺเชยฺยนฺติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ พฺรหฺมชาลํ อาวุโส อานนฺท กตฺถ ภาสิตนฺติ ฯ อนฺตรา จ ภนฺเต ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทํ ราชาคาเร ๒ อมฺพลฏฺฐิกายาติ ๓ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สุปฺปิยญฺจ ปริพฺพาชกํ พฺรหฺมทตฺตญฺจ มาณวนฺติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ พฺรหฺมชาลสฺส นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ สามญฺญผลํ ปนาวุโส อานนฺท กตฺถ ภาสิตนฺติ ฯ ราชคเห ภนฺเต ชีวกมฺพวเนติ ฯ เกน สทฺธินฺติ ฯ อชาตสตฺตุนา เวเทหิปุตฺเตน สทฺธินฺติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ สามญฺญผลสฺส นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ เอเตเนว อุปาเยน ปญฺจ นิกาเย ปุจฺฉิ ฯ ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา อานนฺโท วิสฺสชฺเชสิ ฯ

๑ ม. อุภโตวิภงฺเค ฯ ๒ ม. ยุ. ราชคารเก ฯ ๓ ยุ. อมฺพลฏฺฐิกายนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรม วาจา ว่าดังนี้:

ญัตติกรรมวาจา

ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว

ข้าพเจ้าจะพึงถามธรรมกะท่านพระอานนท์

ท่านพระอานนท์ ประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:

ญัตติกรรมวาจา

ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว

ข้าพเจ้าอันท่านพระมหากัสสปถามธรรมแล้วจะพึงวิสัชนา

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปถามท่านพระอานนท์ว่า ท่านอานนท์ พรหม ชาลสูตรพระผู้มีพระภาคตรัสที่ไหน

อา. ตรัสในพระตำหนักในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกาในระหว่างกรุงราช คฤห์ และเมืองนาลันทาต่อกัน ขอรับ

ม. ทรงปรารภใคร

อา. ทรงปรารภสุปปิยปริพาชก และพรหมทัตตมาณพ

ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสป ได้ถามนิทาน และบุคคลแห่งพรหมชาลสูตร กะท่านพระอานนท์ แล้วถามต่อไปว่า ท่านอานนท์สามัญญผลสูตร พระผู้มีพระภาค ตรัสที่ไหน

อา. ที่วิหารชีวกัมพวัน เขตกรุงราชคฤห์ ขอรับ

ม. ตรัสกับใคร

อา. กับพระเจ้าอชาตสัตตุ เวเทหิบุตร

ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสป ถามนิทาน และบุคคลแห่งสามัญญผลสูตร กะท่านพระอานนท์ แล้วถามตลอดนิกาย ๕ โดยอุบายนั้นแล ท่านพระอานนท์ผู้อัน ท่านพระมหากัสสปถามแล้ว ถามแล้ว ได้วิสัชนาแล้ว ฯ

เรื่องสิกขาบทเล็กน้อย

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ เรื่องสิกขาบทเล็กน้อย (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา อานนฺโท เถเร ภิกฺขู เอตทโวจ ภควา มํ ภนฺเต ปรินิพฺพานกาเล เอวมาห อากงฺขมาโน อานนฺท สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหเนยฺยาติ ฯ ปุจฺฉิ ปน ตฺวํ อาวุโส อานนฺท ภควนฺตํ กตมานิ ปน ภนฺเต ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ น ขฺวาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ ปุจฺฉึ กตมานิ ปน ภนฺเต ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ

เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา ตึส นิสฺสคฺคิเย ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา ตึส นิสฺสคฺคิเย ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา เทฺวนวุติ ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส ฐเปตฺวา เทฺว อนิยเต ฐเปตฺวา ตึส นิสฺสคฺคิเย ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา เทฺวนวุติ ปาจิตฺติเย ฐเปตฺวา จตฺตาโร ๑ ปาฏิเทสนีเย ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้ชี้แจงต่อพระเถระทั้งหลายว่า ท่าน เจ้าข้า เมื่อจวนจะปรินิพพาน พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะข้าพเจ้าว่า ดูกรอานนท์ เมื่อ เราล่วงไป สงฆ์หวังอยู่จะพึง

ถอนสิกขาบทเล็กน้อยเสียก็ได้ พระเถระทั้งหลายถามว่า ท่านพระอานนท์ ก็ท่านทูลถามพระผู้มี

พระภาคหรือเปล่าว่า พระพุทธเจ้าข้า สิกขาบทเหล่าไหน เป็นสิกขาบทเล็กน้อย ท่านพระอานนท์

ตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ได้ทูลถามพระ ผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็สิกขาบทเหล่าไหน เป็นสิกขาบท

เล็กน้อย

พระเถระบางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า เว้นปาราชิก ๔ นอกนั้นเป็นสิกขาบท เล็กน้อย

พระเถระบางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า เว้นปาราชิก ๔ เว้นสังฆาทิเสส ๑๓ นอกนั้นเป็น

สิกขาบทเล็กน้อย

พระเถระบางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า เว้นปาราชิก ๔ เว้นสังฆาทิเสส ๑๓ เว้น อนิยต ๒

นอกนั้นเป็นสิกขาบทเล็กน้อย

พระเถระบางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า เว้นปาราชิก ๔ เว้นสังฆาทิเสส ๑๓ เว้น อนิยต ๒

เว้นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ นอกนั้นเป็นสิกขาบทเล็กน้อย

พระเถระบางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า เว้นปาราชิก ๔ เว้นสังฆาทิเสส ๑๓ เว้น อนิยต ๒

เว้นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ เว้นปาจิตตีย์ ๙๒ นอกนั้นเป็นสิกขาบทเล็กน้อย

พระเถระบางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า เว้นปาราชิก ๔ เว้นสังฆาทิเสส ๑๓ เว้น อนิยต ๒

เว้นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ เว้นปาจิตตีย์ ๙๒ เว้นปาฏิเทสนียะ ๔ นอกนั้นเป็นสิกขาบทเล็กน้อย ฯ

เรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ เรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ สนฺตมฺหากํ สิกฺขาปทานิ คิหิคตานิ คิหิโนปิ ชานนฺติ ๒ อิทํ โว สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กปฺปติ อิทํ โว น กปฺปตีติ ฯ สเจ มยํ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนิสฺสาม ภวิสฺสนฺติ วตฺตาโร ธูมกาลิกํ สมเณน โคตเมน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ยาวิเมสํ สตฺถา อฏฺฐาสิ ตาวิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขึสุ ยโต อิเมสํ สตฺถา ปรินิพฺพุโต นทานีเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขนฺตีติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อปฺปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปยฺย ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺเทยฺย ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺเตยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ สนฺตมฺหากํ สิกฺขาปทานิ คิหิคตานิ คิหิโนปิ ชานนฺติ อิทํ โว สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กปฺปติ อิทํ โว น กปฺปตีติ ฯ

สเจ มยํ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนิสฺสาม ภวิสฺสนฺติ วตฺตาโร ธูมกาลิกํ สมเณน โคตเมน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ยาวิเมสํ สตฺถา อฏฺฐาสิ ตาวิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขึสุ ยโต อิเมสํ สตฺถา ปรินิพฺพุโต นทานีเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขนฺตีติ ฯ สงฺโฆ อปฺปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปติ ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺทติ ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อปฺปญฺญตฺตสฺส อปฺปญฺญาปนา ปญฺญตฺตสฺส อสมุจฺเฉโท ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตนา โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ สงฺโฆ อปฺปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปติ ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺทติ ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตติ ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ

๑ ยุ. จตฺตาริ ฯ ๒ ยุ. คิหีปิ โน ชานนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติย กรรมวาจาว่าดังนี้:

ญัตติทุติยกรรมวาจา

ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สิกขาบทของพวกเราที่ ปรากฏแก่คฤหัสถ์มีอยู่ แม้พวกคฤหัสถ์ก็รู้ว่า สิ่งนี้ควรแก่พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร สิ่งนี้ไม่ควรถ้าพวกเราจักถอนสิกขาบทเล็กน้อย เสีย จักมีผู้กล่าวว่า พระสมณโคดมบัญญัติสิกขาบท

แก่สาวกทั้งหลาย เป็นกาลชั่วคราว พระศาสดาของพระสมณะเหล่านี้ยังดำรงอยู่ตราบใด

สาวกเหล่านี้ยังศึกษาในสิกขาบททั้งหลายตราบนั้น เพราะเหตุที่พระศาสดาของพระสมณะเหล่านี้ปรินิพพานแล้ว พระสมณะเหล่านี้จึงไม่ศึกษาในสิกขาบททั้งหลายในบัดนี้ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์ไม่พึงบัญญัติสิ่งที่ไม่ทรงบัญญัติไม่พึงถอนพระบัญญัติที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว พึงสมาทานประพฤติ ในสิกขาบททั้งหลายตามที่

ทรงบัญญัติแล้ว นี้เป็นญัตติ

ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สิกขาบทของพวกเราที่ ปรากฏแก่คฤหัสถ์

มีอยู่ แม้พวกคฤหัสถ์ก็รู้ว่า สิ่งนี้ควรแก่พระสมณะเชื้อ สายพระศากยบุตร สิ่งนี้ไม่ควรถ้าพวกเราจักถอนสิกขาบทเล็กน้อยเสีย จักมีผู้กล่าวว่า พระสมณโคดมบัญญัติสิกขาบทแก่สาวกทั้งหลายเป็นกาล ชั่วคราว พระศาสดาของพระสมณะเหล่านี้ยังดำรงอยู่ตราบใด

สาวก เหล่านี้ยังศึกษาในสิกขาบททั้งหลายตราบนั้น เพราะเหตุที่พระศาสดา ของพระ

สมณะเหล่านี้ปรินิพพานแล้ว พระสมณะเหล่านี้จึงไม่ศึกษาในสิกขาบททั้งหลายในบัดนี้ สงฆ์ไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ทรงบัญญัติ ไม่ถอนพระ บัญญัติที่ทรงบัญญัติแล้ว สมาทาน

ประพฤติในสิกขาบททั้งหลายตามที่ ทรงบัญญัติไว้แล้ว การไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ทรงบัญญัติ

ไม่ถอนพระบัญญัติ ที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว สมาทานประพฤติในสิกขาบททั้งหลายตามที่

ทรงบัญญัติแล้ว ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น

พึงพูด

สงฆ์ไม่บัญญัติสิ่งที่ทรงบัญญัติ ไม่ถอนพระบัญญัติตามที่ทรง บัญญัติแล้วสมาทานประพฤติในสิกขาบททั้งหลายตามที่ทรงบัญญัติ แล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วย อย่างนี้ ฯ

ปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ ปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข เถรา ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจุํ อิทนฺเต อาวุโส อานนฺท ทุกฺกฏํ ยํ ตฺวํ ภควนฺตํ น ปุจฺฉิ กตมานิ ปน ภนฺเต ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ เทเสหิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ อหํ โข ภนฺเต อสติยา ภควนฺตํ น ปุจฺฉึ กตมานิ ภนฺเต ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ นาหํ ตํ ทุกฺกฏํ ปสฺสามิ อปิจายสฺมนฺตานํ สทฺธาย เทเสมิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ อิทมฺปิ เต อาวุโส อานนฺท ทุกฺกฏํ ยํ ตฺวํ ภควโต วสฺสิกสาฏิกํ อกฺกมิตฺวา สิพฺเพสิ เทเสหิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ อหํ โข ภนฺเต น อคารเวน ภควโต วสฺสิกสาฏิกํ อกฺกมิตฺวา สิพฺเพสึ นาหนฺตํ ทุกฺกฏํ ปสฺสามิ อปิจายสฺมนฺตานํ สทฺธาย เทเสมิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ

อิทมฺปิ เต อาวุโส อานนฺท ทุกฺกฏํ ยํ ตฺวํ มาตุคาเมหิ ภควโต สรีรํ ปฐมํ วนฺทาเปสิ ตาสํ โรทนฺตีนํ ภควโต สรีรํ อสฺสุเกน มกฺขิตํ เทเสหิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ อหํ โข ภนฺเต มายิมา ๑ วิกาเล อเหสุนฺติ มาตุคาเมหิ ภควโต สรีรํ ปฐมํ วนฺทาเปสึ นาหนฺตํ ทุกฺกฏํ ปสฺสามิ อปิจายสฺมนฺตานํ สทฺธาย เทเสมิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ อิทมฺปิ เต อาวุโส อานนฺท ทุกฺกฏํ ยํ ตฺวํ ภควตา โอฬาริเก นิมิตฺเต กริยมาเน โอฬาริเก โอภาเส กริยมาเน น ภควนฺตํ ยาจิ ติฏฺฐตุ ภควา กปฺปํ ติฏฺฐตุ สุคโต กปฺปํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานนฺติ เทเสหิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ

อหํ โข ภนฺเต มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺโต น ภควนฺตํ ยาจึ ติฏฺฐตุ ภควา กปฺปํ ติฏฺฐตุ สุคโต กปฺปํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานนฺติ นาหนฺตํ ทุกฺกฏํ ปสฺสามิ อปิจายสฺมนฺตานํ สทฺธาย เทเสมิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ อิทมฺปิ เต อาวุโส อานนฺท ทุกฺกฏํ ยํ ตฺวํ มาตุคามสฺส ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย ปพฺพชฺชํ อุสฺสุกฺกํ อกาสิ เทเสหิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ อหํ โข ภนฺเต อยํ มหาปชาปตี โคตมี ภควโต มาตุจฺฉา อาปาทิกา โปสิกา ขีรสฺส ทายิกา ภควนฺตํ ชเนตฺติยา กาลกตาย ถญฺญํ ปาเยสีติ มาตุคามสฺส ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย ปพฺพชฺชํ อุสฺสุกฺกํ อกาสึ นาหนฺตํ ทุกฺกฏํ ปสฺสามิ อปิจายสฺมนฺตานํ สทฺธาย เทเสมิ ตํ ทุกฺกฏนฺติ ฯ

๑ ม. มายิมาสํ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลายได้กล่าวกะท่านพระอานนท์ว่า ท่าน อานนท์ ข้อที่

ท่านไม่ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็สิกขาบท เหล่าไหน เป็นสิกขาบทเล็กน้อย

นี่เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติ ทุกกฏนั้น

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า เพราะระลึกไม่ได้ ข้าพเจ้าจึงมิได้ ทูลถามพระผู้มี

พระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า สิกขาบทเหล่าไหน เป็นสิกขาบท เล็กน้อย ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุที่

ไม่ได้ทูลถามนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อ ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น

พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านเหยียบผ้าวัสสิก สาฎกของพระ

ผู้มีพระภาคเย็บ แม้นี้ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติ ทุกกฏนั้น

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าเหยียบผ้าวัสสิกสาฎกของ พระผู้มีพระภาค

เย็บโดยมิได้เคารพก็หามิได้ ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุที่เหยียบนั้น ว่า เป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อ

ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น

พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านให้มาตุคามถวาย บังคมพระสรีระของพระผู้มีพระภาคก่อน พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเปื้อนน้ำตา ของพวกนางผู้ร้องไห้อยู่ แม้นี้

ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติ ทุกกฏนั้น

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าคิดว่ามาตุคามเหล่านี้อย่าได้ อยู่จนเวลา

พลบค่ำ จึงให้พวกมาตุคามถวายบังคมพระสรีระของพระผู้มีพระภาคก่อน ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุที่ให้มาตุคามถวายบังคมพระสรีระของพระผู้มีพระภาคนั้น ว่าเป็น อาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอมแสดงอาบัตินั้น

พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่เมื่อพระผู้มีพระภาค ทรงทำนิมิตอันหยาบ

กระทำโอภาสอันหยาบอยู่ ท่านไม่ทูลอ้อนวอนพระผู้มีพระภาค ว่า ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงดำรง

อยู่ ตลอดกัป ขอพระสุคตจงทรงดำรงอยู่ตลอดกัป เพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่

ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์ สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์

ทั้งหลาย แม้นี้ ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้น

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าถูกมารดลใจ จึงไม่ได้ทูล อ้อนวอนพระผู้มีพระภาคว่า ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงดำรงอยู่ตลอดกัป ขอพระ สุคตจงทรงดำรงอยู่ตลอดกัป เพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่

เพราะเชื่อท่าน ทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น

พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านได้ทำการขวนขวาย ให้มาตุคาม

บวชในพระธรรมวินัย ที่พระตถาคตทรงประกาศแล้ว แม้นี้ก็เป็น อาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดง

อาบัติทุกกฏนั้น

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าทำการขวนขวายให้มาตุ คามบวชในพระธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศแล้วด้วยคิดว่าพระนางมหาปชา บดีโคตมีนี้ เป็นพระเจ้าแม่น้ำของ

พระผู้มีพระภาค เป็นผู้ประคับประคอง เลี้ยงดู ทรงประทานขีรธาราแก่พระผู้มีพระภาคเมื่อพระ

พุทธมารดาทิวงคต ได้ยังพระ ผู้มีพระภาคให้เสวยถัญญธารา ข้าพเจ้าไม่เห็นเหตุนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะ เชื่อท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ายอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น ฯ

เรื่องพระปุราณเถระ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ เรื่องพระปุราณเถระ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ปุราโณ ทกฺขิณาคิริสฺมึ จาริกํ จรติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ ฯ อถโข อายสฺมา ปุราโณ เถเรหิ ภิกฺขูหิ ธมฺเม จ วินเย จ สงฺคีเต ทกฺขิณาคิริสฺมึ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน ราชคหํ เวฬุวนํ กลนฺทกนิวาโป เยน เถรา ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เถเรหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ ปุราณํ เถรา ภิกฺขู เอตทโวจุํ เถเรหิ อาวุโส ปุราณ ธมฺโม จ วินโย จ สงฺคีโต อุเปหิ ตํ สงฺคีตนฺติ ฯ สุสงฺคีตาวุโส เถเรหิ ภิกฺขูหิ ๑ ธมฺโม จ วินโย จ อปิจ ยเถว มยา ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ตเถวาหํ ธาเรสฺสามีติ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยนั้น ท่านพระปุราณะเที่ยวจาริกในชนบททักขิณาคิรี พร้อม ด้วยภิกษุสงฆ์

หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป คราวเมื่อพระเถระทั้งหลายสังคายนา พระธรรมและพระวินัยเสร็จแล้วได้พักอยู่ในชนบททักขิณาคิรีตามเถราภิรมย์ แล้ว เข้าไปหาพระเถระทั้งหลาย ที่พระวิหารเวฬุวัน

อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อ แก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ แล้วได้กล่าวสัมโมทนียะกับ

พระเถระทั้งหลาย แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระเถระทั้งหลายได้กล่าวกะท่านพระปุราณะผู้นั่ง

ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่าท่านปุราณะพระเถระทั้งหลายได้สังคายนาพระธรรมและพระ วินัยแล้วท่านจงรับรู้พระธรรมและพระวินัยนั้นที่พระเถระทั้งหลายสังคายนาแล้ว

ท่านพระปุราณะกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย พระเถระทั้งหลาย สังคายนา พระธรรมและพระวินัยเรียบร้อยแล้วหรือ แต่ว่า ข้าพเจ้าได้ฟัง ได้รับมาเฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาคด้วยประการใด จักทรงไว้ด้วยประการนั้น ฯ

พรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ พรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา อานนฺโท เถเร ภิกฺขู เอตทโวจ ภควา มํ ภนฺเต ปรินิพฺพานกาเล เอวมาห เตนหานนฺท สงฺโฆ มมจฺจเยน ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปตูติ ฯ ปุจฺฉิ ปน ตฺวํ อาวุโส อานนฺท ภควนฺตํ กตโม ปน ภนฺเต พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ปุจฺฉึ โข อหํ ภนฺเต ภควนฺตํ กตโม ปน ภนฺเต พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ฉนฺโน อานนฺท ภิกฺขุ ยํ อิจฺเฉยฺย ตํ วเทยฺย ภิกฺขูหิ ฉนฺโน ภิกฺขุ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ น อนุสาสิตพฺโพติ ๒ ฯ เตนหาวุโส อานนฺท ตฺวํเยว ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปหีติ ฯ กถาหํ ภนฺเต ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปมิ จณฺโฑ โส ภิกฺขุ ผรุโสติ ฯ เตนหาวุโส อานนฺท พหุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ คจฺฉาหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา อานนฺโท เถรานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสฺสุตฺวา มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ นาวาย คนฺตฺวา โกสมฺพึ อุชฺชวนิกาย นาวาย ปจฺโจโรหิตฺวา ๑ รญฺโญ อุเทนสฺส อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฯ

๑ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. นานุสาสิตพฺโพติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกะพระเถระทั้งหลายว่า ท่าน เจ้าข้า เมื่อจวน

เสด็จปรินิพพาน พระผู้มีพระภาคตรัสกะข้าพเจ้าอย่างนี้ว่า ดูกร อานนท์ ถ้าเช่นนั้น เมื่อเราล่วงไปแล้ว สงฆ์จงลงพรหมทัณฑ์แก่ภิกษุฉันนะ

พระเถระทั้งหลายกล่าวว่า ท่านอานนท์ ท่านทูลถามพระผู้มีพระภาคหรือ ว่า พระพุทธเจ้าข้าก็พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร

พระอานนท์ตอบว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าทูลถามพระผู้มีพระภาคแล้วว่า พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุฉันนะพึงพูดตามปรารถนาภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงว่ากล่าว ไม่พึงสั่งสอน ไม่ พึงพร่ำสอนภิกษุฉันนะ

ท่านพระเถระทั้งหลายกล่าวว่า ท่านอานนท์ ถ้าเช่นนั้น ท่านนั้นแหละจง ลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะ

พระอานนท์ปรึกษาว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะ ได้อย่างไร เพราะเธอดุร้าย หยาบคาย

พระเถระทั้งหลายกล่าวว่า ท่านอานนท์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงไปกับภิกษุ หลายๆ รูป ท่านพระอานนท์รับเถระบัญชาแล้วโดยสารเรือไป พร้อมกับภิกษุหมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ถึงเมืองโกสัมพี ลงจากเรือแล้วได้นั่ง ณ โคนไม้ แห่งหนึ่งใกล้พระราชอุทยานของพระเจ้าอุเทน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน ราชา อุเทโน อุยฺยาเน ปริวาเรหิ ๒ สทฺธึ โอโรเธน ปฏิวสติ ๓ ฯ อสฺโสสิ โข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อมฺหากํ กิร อาจริโย อยฺโย อานนฺโท อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺโนติ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ ราชานํ อุเทนํ เอตทโวจ อมฺหากํ กิร เทว อาจริโย อยฺโย อานนฺโท อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺโน อิจฺฉาม มยํ เทว อยฺยํ อานนฺทํ ปสฺสิตุนฺติ ฯ เตนหิ ๔ สมณํ อานนฺทํ ปสฺสถาติ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรธํ อายสฺมา อานนฺโท ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อายสฺมตา อานนฺเทน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานิ ปาทาสิ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อายสฺมโต อานนฺทสฺส ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เยน ราชา อุเทโน เตนุปสงฺกมิ ฯ

๑ ม. นาวาย อุชฺชวนิกาย โกสมฺพึ อุชฺชวิ นาวาย ปจฺโจโรหิตฺวา ฯ ยุ. นาวาย

อุชฺชวนิกาย โกสมฺพิยา ปจฺโจโรหิตฺวา ฯ ๒ ม. ยุ. ปริจาเรสิ ฯ ๓ ม. ยุ. อยํ

ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๔ ม. ยุ. เตนหิ ตุเมฺห ฯ

ฉบับหลวง

เรื่องพระเจ้าอุเทน

ครั้งนั้น พระเจ้าอุเทนกับพระมเหสี ประทับอยู่ในพระราช อุทยานพร้อมด้วยข้าราชบริพาร พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนได้สดับข่าวว่า พระ คุณเจ้าอานนท์ อาจารย์ของพวกเรานั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้พระราชอุทยาน จึงกราบทูลพระเจ้าอุเทนว่า ขอเดชะ ข่าวว่าพระคุณเจ้าอานนท์ อาจารย์ของ พวกหม่อมฉัน นั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้พระราชอุทยาน พวก

หม่อมฉัน ปรารถนาจะไปเยี่ยมพระคุณเจ้าอานนท์ พระเจ้าข้า พระเจ้าอุเทนตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น

พวกเธอจงเยี่ยมพระสมณะอานนท์เถิด

ลำดับนั้น พระมเหสีของพระเจ้าอุเทน ได้เข้าไปหาท่านพระอานนท์ แล้วถวายอภิวาท

นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระอานนท์ชี้แจงให้พระมเหสี ของพระเจ้าอุเทนผู้นั่ง ณ ที่ควร

ส่วนข้างหนึ่ง เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา

ครั้งนั้น พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนอันท่านพระอานนท์ชี้แจงให้เห็นแจ้ง สมาทานอาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา แล้วได้ถวายผ้าห่ม ๕๐๐ ผืน แก่ ท่านพระอานนท์ ครั้นชื่นชม

ยินดีภาษิตของท่านพระอานนท์แล้วลุกจากอาสนะ ถวายอภิวาท ทำประทักษิณ แล้วเข้าไปเฝ้า

พระเจ้าอุเทน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺทสา โข ราชา อุเทโน โอโรธํ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน โอโรธํ เอตทโวจ อปิ นุ โข ตุเมฺห สมณํ อานนฺทํ ปสฺสถาติ ฯ อปสฺสิมฺหา โข มยํ เทว อยฺยํ อานนฺทนฺติ ฯ อปินุ ๑ ตุเมฺห สมณสฺส อานนฺทสฺส กิญฺจิ อทตฺถาติ ฯ อทมฺหา โข มยํ เทว อยฺยสฺส อานนฺทสฺส ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานีติ ฯ ราชา อุเทโน อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ กถํ หิ นาม สมโณ อานนฺโท ตาวพหุํ จีวรํ ปฏิคฺคเหสฺสติ ทุสฺสวณิชฺชํ วา สมโณ อานนฺโท กริสฺสติ ปคฺคาหิกสาลํ ๒ วา ปสาเรสฺสตีติ ฯ อถโข ราชา อุเทโน เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา อุเทโน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ อาคมา นุ ๑ โภ อานนฺท อมฺหากํ โอโรโธติ ฯ

อาคมา โข เต ๒ มหาราช โอโรโธติ ฯ อปิจ ๓ ปน โภโต อานนฺทสฺส กิญฺจิ อทาสีติ ฯ อทาสิ โข เม มหาราช ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานีติ ฯ กึ ปน ภวํ อานนฺโท ตาวพหุํ จีวรํ กริสฺสตีติ ฯ เย เต มหาราช ภิกฺขู ทุพฺพลจีวรา เตหิ สทฺธึ สํวิภชิสฺสามีติ ฯ ยานิ โข ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ ทุพฺพลจีวรานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช อุตฺตรตฺถรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ อุตฺตรตฺถรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช ภิสิจฺฉวิโย กริสฺสามาติ ฯ ยา ปน โภ อานนฺท โปราณกา ภิสิจฺฉวิโย ตา กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตา มหาราช ภุมฺมตฺถรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ ภุมฺมตฺถรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช ปาทปุญฺฉนิโย กริสฺสามาติ ฯ

ยา ปน โภ อานนฺท โปราณกา ปาทปุญฺฉนิโย ตา กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตา มหาราช รโชหรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ รโชหรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช โกฏฺเฏตฺวา จิกฺขลฺเลน มทฺทิตฺวา ปริภณฺฑํ ลิมฺปิสฺสามาติ ฯ อถโข ราชา อุเทโน สพฺเพ วิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา โยนิโส อุปเนนฺติ น กุลวํ ๔ คเมนฺตีติ อายสฺมโต อานนฺทสฺส อญฺญานิปิ ปญฺจ ทุสฺสสตานิ ปาทาสิ ฯ อยญฺจรหิ อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปฐมํ จีวรปริกฺขาโร ๑ อุปฺปชฺชิ จีวรสหสฺสํ ฯ

๑ ยุ. อปิ ปน ฯ ๒ ปฏาหิกสาลํ วาติปิ ปาโฐ วิชฺชติ ฯ

๑ ม. อาคมา นุ ขฺวิธ ฯ ยุ. อาคมา นุ โขธ ฯ ๒ ม. อาคมาสิ โข เต อิธ ฯ

ยุ. เตธ ฯ ๓ ม. ยุ. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๔ ยุ. น กุลาวํ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น พระเจ้าอุเทนได้ทอดพระเนตรเห็นพระมเหสีเสด็จมา แต่ไกลเทียวครั้นแล้ว ได้ตรัสถามว่า พวกเธอเยี่ยมพระสมณะอานนท์แล้วหรือ

พระมเหสีกราบทูลว่า พวกหม่อมฉันได้เยี่ยมพระคุณเจ้าอานนท์แล้ว พระเจ้าข้าอุ. พวกเธอได้ถวายอะไร แก่พระสมณะอานนท์บ้าง

ม. พวกหม่อมฉันได้ถวายผ้าห่ม ๕๐๐ ผืน แก่พระคุณเจ้าอานนท์พระเจ้าข้าพระเจ้าอุเทนทรงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะอานนท์ จึงรับจีวรมากถึงเพียงนั้น พระสมณะอานนท์จักทำการค้าขายผ้า หรือจักตั้งร้านค้า แล้วเสด็จเข้าไปหาท่านพระอานนท์ ทรงปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการ ปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วตรัสถามว่าท่านพระอานนท์ มเหสีของข้าพเจ้ามาหาหรือ

อา. พระมเหสีของพระองค์มาหา มหาบพิตร

อุ. ก็พระนางได้ถวายอะไร แก่ท่านพระอานนท์บ้าง

อา. ได้ถวายผ้าห่มแก่อาตมภาพ ๕๐๐ ผืน มหาบพิตร

อุ. ก็ท่านพระอานนท์จักทำอะไรกะจีวรมากมายเพียงนั้น

อา. อาตมภาพจักแจกให้แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่มีจีวรคร่ำคร่า มหาบพิตร

อุ. ท่านพระอานนท์ ก็ท่านจักทำอย่างไรกะจีวรที่เก่าคร่ำเหล่านั้นต่อไป

อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าดาดเพดาน มหาบพิตร

อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าดาดเพดานเก่าเหล่านั้น

อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าปูฟูก

อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าปูฟูกที่เก่าเหล่านั้น

อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าปูพื้น มหาบพิตร

อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าปูพื้นที่เก่าเหล่านั้น

อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าเช็ดเท้า มหาบพิตร

อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าเช็ดเท้าที่เก่าเหล่านั้น

อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าเช็ดธุลี มหาบพิตร

อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าเช็ดธุลีที่เก่าเหล่านั้น

อา. อาตมภาพจักโขลกผ้าเหล่านั้น ขยำกับโคลนแล้วฉาบทาฝา มหา บพิตร

ครั้งนั้น พระเจ้าอุเทนทรงพระดำริว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร ทั้งหลายนำผ้าไป

แยบคายดี ไม่เก็บผ้าเข้าเรือนคลัง แล้วถวายผ้าจำนวน ๕๐๐ ผืน แม้อื่นอีกแก่ท่านพระอานนท์

ก็ในคราวนี้บริขารคือจีวรบังเกิดแก่ท่านพระอานนท์ เป็นครั้งแรก คือผ้า ๑๐๐๐ ผืน เกิดขึ้นแล้ว ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน โฆสิตาราโม เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ อถโข อายสฺมา ฉนฺโน เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ สงฺเฆน เต อาวุโส ฉนฺน พฺรหฺมทณฺโฑ อาณตฺโตติ ๒ ฯ กตโม ปน ภนฺเต อานนฺท พฺรหฺมทณฺโฑติ ๓ ฯ ตฺวํ อาวุโส ฉนฺน ภิกฺขุ ๔ ยํ อิจฺเฉยฺยาสิ ตํ วเทยฺยาสิ ภิกฺขูหิ ตฺวํ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ นานุสาสิตพฺโพติ ฯ นนฺวาหํ ภนฺเต อานนฺท หโต เอตฺตาวตา ยโตหํ ภิกฺขูหิ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ นานุสาสิตพฺโพติ ตตฺเถว มุจฺฉิโต ปปติ ๕ ฯ

อถโข อายสฺมา ฉนฺโน พฺรหฺมทณฺเฑน อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต นจิรสฺเสว ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐ ว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อพฺภญฺญาสิ ฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา ฉนฺโน อรหตํ อโหสิ ฯ อถโข อายสฺมา ฉนฺโน อรหตฺตํ ปตฺโต เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ ปฏิปฺปสฺสมฺเภหีทานิ ๑ เม ภนฺเต อานนฺท พฺรหฺมทณฺฑนฺติ ฯ ยทคฺเคน ตยา อาวุโส ฉนฺน อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ ตทคฺเคน เต พฺรหฺมทณฺโฑ ปฏิปฺปสฺสทฺโธติ ฯ

๑ ม. ยุ. จีวรภิกฺขา ฯ ๒ ม. ยุ. อาณาปิโตติ ฯ ๓ ม. อิติสทฺโท นตฺถิ ฯ

๔ ม. ยุ. ภิกฺขู ฯ ๕ ม. ปปโต ฯ

ฉบับหลวง

ลงพรหมทัณฑ์

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปยังวัดโฆสิตาราม ครั้นแล้ว นั่งบนอาสนะที่เขา

ปูลาดไว้ ท่านพระฉันนะเข้าไปหาท่านพระอานนท์อภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกะท่านพระฉันนะผู้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า ท่านฉันนะ สงฆ์ลงพรหมทัณฑ์แก่ท่านแล้ว ฯ

ฉ. ท่านพระอานนท์ ก็พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร

อา. ท่านฉันนะ ท่านปรารถนาจะพูดคำใด พึงพูดคำนั้น ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงว่ากล่าว

ไม่พึงตักเตือน ไม่พึงพร่ำสอนท่าน

ฉ. ท่านพระอานนท์ ด้วยเหตุเพียงที่ภิกษุทั้งหลายไม่ว่ากล่าว ไม่ตักเตือน ไม่พร่ำสอน

ข้าพเจ้านี้ เป็นอันสงฆ์กำจัดข้าพเจ้าแล้วมิใช่หรือ แล้วสลบล้มลง ณ ที่นั้นเอง

ต่อมา ท่านพระฉันนะ อึดอัด ระอา รังเกียจอยู่ด้วยพรหมทัณฑ์ จึงหลีกออกอยู่แต่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีเพียร มีตนส่งไปอยู่ ไม่นานเท่าไรนัก ได้ ทำให้แจ้งซึ่งคุณพิเศษอันยอดเยี่ยมเป็นที่สุดพรหมจรรย์ ที่กุลบุตรทั้งหลายออก จากเรือนบวชโดยชอบต้องประสงค์ ด้วยปัญญาอันยิ่ง

ด้วยตนเองในปัจจุบันนี้แหละ เข้าถึงอยู่แล้ว ได้รู้ชัดแล้วว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว

กิจที่ควรทำ ได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี

ก็แล ท่านพระฉันนะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง บรรดาพระอรหันต์ ทั้งหลาย ครั้นท่านพระฉันนะบรรลุพระอรหัตแล้ว เข้าไปหาท่านพระอานนท์แล้ว กล่าวว่า ท่านพระอานนท์ ขอท่านจงระงับพรหมทัณฑ์แก่ผมในบัดนี้เถิด

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านฉันนะ เมื่อใด ท่านทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัต แล้ว เมื่อนั้น

พรหมทัณฑ์ของท่านก็ระงับแล้ว ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อิมาย โข ปน วินยสงฺคีติยา ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อนูนานิ อนธิกานิ อเหสุํ ฯ ตสฺมายํ วินยสงฺคีติ ปญฺจสติกาติ ๒ วุจฺจตีติ ฯ

ปญฺจสติกกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ เอกาทสมํ ฯ

อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถู ๓ เตวีสติ ฯ

ฉบับหลวง

ก็ในการสังคายนาพระวินัยนี้ มีภิกษุ ๕๐๐ รูป ไม่หย่อนไม่เกิน เพราะฉะนั้นการสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ บัณฑิตจึงเรียกว่า แจง ๕๐๐ ดังนี้แล ฯ

ปัญจสติกขันธกะ ที่ ๑๑ จบ

ในขันธกะนี้มี ๒๓ เรื่อง

ตสฺสุทฺทานํ

หัวข้อประจำขันธกะ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ปรินิพฺพุเต หิ สมฺพุทฺเธ เถโร จ ๔ กสฺสปวฺหโย

อามนฺตยิ ภิกฺขุคณํ สทฺธมฺมมนุปาลโก

ปาวายทฺธานมคฺคมฺหิ สุภทฺเทน ปเวทิตํ

สงฺคายิสฺสาม สทฺธมฺมํ อธมฺโม ปุเร ทิปฺปติ

เอเกนูนปญฺจสตํ อานนฺทมฺปิ จ อุจฺจินิ

ธมฺมวินยสงฺคีตึ วสนฺโต ๕ คุหมุตฺตเม

อุปาลึ วินยํ ปุจฺฉิ สุตฺตนฺตานนฺทปณฺฑิตํ

ปิฏกํ ตีณิ สงฺคีตํ ๑ อกํสุ ชินสาวกา ฯ

ขุทฺทานุขุทฺทกา ๒ นานา ยถาปญฺญตฺตวตฺตนา ๓ ฯ

น ปุจฺฉิ อกฺกมิตฺวาปิ ๔ วนฺทาเปสิ น ยาจิ จ

ปพฺพชฺชํ มาตุคามสฺส สทฺธาย ทุกฺกฏานิ เม ฯ

ปุราโณ พฺรหฺมทณฺฑํ จ โอโรโธ อุเทเนน สห

ตาว พหุ ทุพฺพลญฺจ อุตฺตรตฺถรณา ภิสิ

ภุมฺมตฺถรณา ปุญฺฉนิโย รโช จิกฺขลฺลมทฺทนา

สหสฺสจีวรํ อุปฺปชฺชิ ปฐมานนฺทสฺสวฺหยา ๕ ฯ

ตชฺชิโต พฺรหฺมทณฺเฑน จตุสจฺจํ อปาปุณิ ฯ

วสีภูตา ปญฺจสตา ตสฺมา ปญฺจสตา อิตีติ ๖ ฯ

_________________

๑ ม. ยุ. ปฏิปฺปสฺสมฺเภหิทานิ ฯ ๒ ยุ. ปญฺจสตีติ ฯ ๓ ยุ. วตฺถุ ฯ ๔ ยุ. จสทฺโท

นตฺถิ ฯ ๕ ยุ. วสฺสนฺโต ฯ

๑ ม. ยุ. สงฺคิตึ ฯ ๒ ม. ยุ. ขุทฺทานุขุทฺทเก ฯ ๓ ม. ยถาปญฺญตฺติวตฺตนา ฯ

ยุ. ยถาปญฺญตฺตึ วตฺตนา ฯ ๔ ม. อกฺกมิตฺวาน ฯ ยุ. อกฺกมิตฺวา ฯ ๕ ม. ยุ.

ปฐมานนฺทสฺสวฺหโย ฯ ๖ ม. ยุ. ปญฺจสตี อิติ ฯ

ฉบับหลวง

เรื่องเมื่อพระสัมพุทธปรินิพพานแล้ว พระเถระชื่อกัสสปผู้รักษา พระสัทธรรมได้ชี้แจงกะหมู่ภิกษุถึงถ้อยคำที่พระสุภัททะกล่าวหมิ่นพระธรรมวินัย เมื่อเดินทางไกลจากเมืองปาวาพวกเราจักสังคายนาพระสัทธรรม ในภายหน้าอธรรมจักรุ่งเรือง เรื่องเลือกสรรภิกษุ ๕๐๐ รูป

หย่อนหนึ่ง เรื่องเลือกพระอานนท์ เรื่องอยู่ใกล้ถ้ำอันอุดมเพื่อทำสังคายนาพระธรรมวินัย เรื่องถาม

วินัยกะพระอุบาลี เรื่องถามพระสูตรกะพระอานนท์ผู้ฉลาด เรื่องพระสาวกของพระชินะเจ้าได้ทำ

สัง

คายนาพระไตรปิฎก เรื่องอาบัติเล็กน้อยต่างๆ เรื่องปฏิบัติตามพระบัญญัติ เรื่องไม่ทูลถามเรื่องเหยียบ เรื่องให้ไหว้ เรื่องไม่ทูลขอ เรื่องให้มาตุคามบวช เรื่องข้าพเจ้ายอมรับอาบัติทุกกฏเพราะเชื่อท่านทั้งหลาย เรื่องพระปุราณะ เรื่อง พรหมทัณฑ์ เรื่องพระมเหสีกับพระเจ้าอุเทน

เรื่องผ้ามาก เรื่องผ้าเก่า เรื่องผ้า ดาดเพดาน เรื่องผ้าปูฟูก เรื่องผ้าลาดพื้น เรื่องผ้าเช็ดเท้า เรื่อง

ผ้าเช็ดธุลี เรื่องผ้าขยำกับโคลน เรื่องผ้า ๑๐๐๐ ผืนเกิดแก่พระอานนท์เป็นครั้งแรก เรื่องพระฉันนะ

ถูกลงพรหมทัณฑ์ได้บรรลุสัจจะ ๔ พระเถระผู้เชี่ยวชาญ ๕๐๐ รูป ฉะนั้น จึงเรียกว่าแจง ๕๐๐ ฯ

หัวข้อประจำขันธกะ จบ

จบ ปัญจสติกขันธกะ