พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
ควรอัพภานสึก เล่ม ๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘๖–๔๘๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๗/๒๔ ในสมุจจยขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ ควรอัพภานสึก (ฉบับหลวง เล่ม ๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๖ หน้า ๒๙๘–๓๐๐
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังประพฤติมานัตถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำคืนอาบัติ การประพฤติมานัตของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป (๓๑)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังประพฤติมานัตถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่สละทิฏฐิอันชั่วช้า การประพฤติมานัตของเธอผู้ถูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป (๓๒)
ควรอัพภานสึกไป
{๔๘๖}[๑๖๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรอัพภานสึกไปการอัพกานเธอผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้วมานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้วสงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๓)
ควรอัพภานสึกไปบวชเป็นสามเณรเป็นต้น
{๔๘๗}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรอัพภานสึกไปบวชเป็นสามเณร การอัพภานสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๔)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรอัพภานเกิดวิกลจริต การอัพภานเธอผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๕)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในุธรรมวินัยนี้ควรอัพภานเกิดมีจิตฟุ้งซ่าน การอัพภานเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว
ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๖)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรอัพภานเกิดกระสับกระส่ายเพราะเวทนา การอัพภานเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอไม่กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้วสงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๗)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรอัพภานถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่เห็นอาบัติ การอัพภานเธอผู้ถูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๘)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรอัพภานถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำคืนอาบัติ การอัพภานเธอผู้ถูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอัน
ให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๙)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรอัพภานถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่สละทิฏฐิอันชั่วช้า การอัพภานเธอผู้ถูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วก็เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๔๐)
จบ จัตตาฬีสกะ
๔. ฉัตติงสกะ
ว่าด้วยภิกษุที่เป็นกรณีตัวอย่างในวุฏฐานวิธี ๓๖ กรณี
กำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติในระหว่าง
{๔๘๘}[๑๖๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ที่นับได้ ที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑)
{๔๘๙}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ที่นับได้ ที่ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิมและให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ (๒)
{๔๙๐}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ที่นับได้ ที่ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิมและให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ (๓)
จบ ควรอัพภานสึก