arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สัจจยมก

อุปปาทนิโรธวาร เล่ม ๓๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๘๔–๑๐๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๖ ในสัจจยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก สัจจยมก อุปปาทนิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๒ หน้า ๑๐๐๗–๑๐๔๗

หน้า ๑๐๐๗

อุปปาทนิโรธวาระ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๙๘๔] ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะกำลังดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

หน้า ๑๐๐๘

ก็หรือว่า มัคคสัจจะกำลังดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะกำลังดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

สมุทยสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

หน้า ๑๐๐๙

โอกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

ทุกขสัจจะกำลังเกิดในภูมิใด, สมุทยสัจจะก็กำลังดับในภูมินั้นใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจจะกำลังเกิด แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

คำว่า ยตฺถ ( ในภูมิใด ) เหมือนกัน ทั้งอุปปาทวาระ ทั้งทั้งนิโรธวาระ ทั้งอุปปาทนิโรธวาระ เหตุเครื่องกระทำให้ต่างกันย่อมไม่มี.

ทุกขสัจจมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

หน้า ๑๐๑๐

ปุคคโลกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทยสัจจะก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ปุคคลวาระก็ดี ปุคคโลกาสวาระก็ดี ก็เช่นเดียวกัน.

ทุกขสัจจมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ

หน้า ๑๐๑๑

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๙๘๕] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในภังคขณะแห่งตัณหา ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทยสัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตใน

หน้า ๑๐๑๒

อรูปภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๙๘๖] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในภังคขณะแห่งมัคคจิต ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาท-ขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคค-

หน้า ๑๐๑๓

วิปปยุตตจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่กำลังดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจะมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๙๘๗] สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในภังคขณะแห่งมัคคจิต สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทย-สัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

หน้า ๑๐๑๔

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา มัคคสัจจะไม่ใช่กำลังดับ แก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิตก็ดี บุคคลผู้กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดีมัคคสัจจะไม่ใช่กำลังดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

สมุทยสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ ฯ ล ฯ

[๙๘๘] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

ทุกขสัจจมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

หน้า ๑๐๑๕

ปุคคโลกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ ฯ ล ฯ

[๙๘๙] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

คำว่า ยสฺส ( แก่บุคคลใด ) ก็ดี คำว่า ยสฺสยตฺถ ( แก่บุคคลใดในภูมิใด ) ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

บทว่า นิโรธสมาปนฺนานํ ไม่พึงกระทำแม้ในคำว่า ยสฺสยตฺถ(แก่บุคคลใดในภูมิใด)

ทุกขสัจจมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ

หน้า ๑๐๑๖

อตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๙๙๐] ทุกขสัจจะเคยเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะ ฯ ล ฯ

ใช่.

คำถามที่เป็นอดีต ท่านจำแนกไว้แล้วในอุปปาทวาระฉันใด ส่วนที่เป็นอนุโลมก็ดี ที่เป็นปัจจนิกก็ดี พึงจำแนกแม้ในอุปปาทนิโรธวาระฉันนั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

อตีตวาระ จบ

หน้า ๑๐๑๗

อนาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๙๙๑] ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีบุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนี้ ทุกขสัจจะจักเกิด และสมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะ ฯ ล ฯ

ใช่.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๙๙๒] ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

หน้า ๑๐๑๘

ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นก็ดี ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุป-ปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้นก็ดี ทุกขสัจจะจักเกิด และมัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะ ฯ ล ฯ

ใช่.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจะมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๙๙๓] สมุทยสัจจะจักเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้น สมุทยสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคบุคคลเหล่านั้น สมุทยสัจจะจักเกิด และมัคค-สัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

หน้า ๑๐๑๙

ก็หรือว่า มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัต-มรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคมัคคสัจจะจักดับ และสมุทยสัจจะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

สมุทยสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ ฯ ล ฯ

[๙๙๔] ทุกขสัจจะจักเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

ทุกขสัจจมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

หน้า ๑๐๒๐

ปุคคโลกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๙๙๕] ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีบุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิ ที่นอกจากนั้น ทุกขสัจจะก็จักเกิดสมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

คำว่า ยสฺส ( แก่บุคคลใด ) ก็ดี คำว่า ยสฺสยตฺถ ( แก่บุคคลใดในภูมิใด ) ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระอนุโลม จบ

หน้า ๑๐๒๑

อนาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๙๙๖] ทุกขสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีบุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ทุกขสัจจะมูละ สมุทยสัจจมูลี

หน้า ๑๐๒๒

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๙๙๗] ทุกขสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่จักเกิด.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๙๙๘] สมุทยสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

หน้า ๑๐๒๓

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัต-มรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นแต่มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดีพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่จักเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้น มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น และสมุทยสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี มัคคสัจจะไม่ไช่จักดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

สมุทยสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

หน้า ๑๐๒๔

โอกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ ฯ ล ฯ

[๙๙๙] ทุกขสัจจะไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

ทุกขสัจจมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๐๐] ทุกขสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด ฯ ล ฯ

คำว่า ยสฺส ( แก่บุคคลใด ) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ( แก่บุคคลใดในภูมิใด ) ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ การกระทำต่างกันคือ :-

หน้า ๑๐๒๕

ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับ และสมุทย-สัจจะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระ ปัจจนิก จบ

หน้า ๑๐๒๖

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๐๑] ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ฯ ล ฯ

คำถามที่เป็นอดีตกับด้วยปัจจุบัน คำว่า ยสฺส ก็ดี, ยตฺถ ก็ดี,คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี, อนุโลม ก็ดี, ปัจจนิก ก็ดี เป็นเช่นเดียวกันทั้งในอุปปาทวาระ ทั้งในอุปปาทนิโรธวาระ ผู้มีปัญญาพึงจำแนกไป.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ จบ

หน้า ๑๐๒๗

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๐๒] ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากบุคคลเหล่านี้กำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดีทุกขสัจจะกำลังเกิด และสมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะจับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดีในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี สมุทยสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

หน้า ๑๐๒๘

ทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี สมุทยสัจจะจักดับ และทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๐๓] ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใด มัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดีบุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ทุกขสัจจะกำลังเกิด และมัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลใด ทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

หน้า ๑๐๒๙

บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังค-ขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาท-ขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาท-ขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มัคคสัจจะจักดับ และทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจะมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๐๔] สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

หน้า ๑๐๓๐

ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้น สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่าใดจะได้มรรค ในอุปปาท-ขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้น สมุทยสัจจะกำลังเกิด และมัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัต-มรรคในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้นในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตต-จิตกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดีบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิเหล่านั้นก็ดี มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่าใดจะได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้น มัคค-สัจจะจักดับ และสมุทยสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

สมุทยสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

หน้า ๑๐๓๑

โอกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ ฯ ล ฯ

[๑๐๐๕] ทุกขสัจจะกำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ

ทุกขสัจจมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๐๖] ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทย-สัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญ-สัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สมุทย-

หน้า ๑๐๓๒

สัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากบุคคลเหล่านี้กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ทุกขสัจจะกำลังเกิด และสมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกขสัจจะก็ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี สมุทยสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ทุกข-สัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี สมุทยสัจจะจักดับ และทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๐๗] ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มัคค-สัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

หน้า ๑๐๓๓

ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอบายภูมิ ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้นบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดีทุกขสัจจะกำลังเกิด และมัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะ

หน้า ๑๐๓๔

แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มัคคสัจจะจักดับ และทุกขสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจะมูลี

ทุกสัจจมูล จบ

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๐๘] สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มัคค-สัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลผู้เกิดอยู่ในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่าใดจะได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้น สมุทยสัจจะกำลังเกิด และมัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทยสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

หน้า ๑๐๓๕

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัต-มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นก็ดี มัคค-สัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่าใดจะได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้น มัคคสัจจะจักดับ และสมุทยสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

จบ สมุทยสัจจมูละ ทุกขสัจจมูลี

สมุทยสัจมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม จบ

หน้า ๑๐๓๖

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๐๙] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดีในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทยสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะไม่ใช่จัดดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่

หน้า ๑๐๓๗

บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีบุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดีสมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๑๐] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะและมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุ-ชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะ

หน้า ๑๐๓๘

แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต๑ในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ไช่จักดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกข-สัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดีในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดีในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผล๑จิตในอรูปภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

๑. ม. เป็น อคฺคผลสฺส คือ อรหัตผลจิต เท่านั้น.

หน้า ๑๐๓๙

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๑๑] สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัต-มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดก็ดี บุคคลผู้กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิเหล่านั้นก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดีในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้น มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทย-

หน้า ๑๐๔๐

สัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดีพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

สมุทยสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ ฯ ล ฯ

[๑๐๑๒] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด ในภูมิใด, ฯ ล ฯ

ทุกขสัจจมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

หน้า ๑๐๔๑

ปุคคโลกาสวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๑๓] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทย-สัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลผู้กำลังตายในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในภังค-ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สมุทยสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัต-มัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดีในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี บุคคลผู้กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกข-สัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับ

หน้า ๑๐๔๒

แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลผู้กำลังเกิดในอสัญญ-สัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคค-จิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี ในอุปุ-ปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี บุคคลผู้กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๑๔] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มัคค-สัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์

หน้า ๑๐๔๓

ทั้งหลายก็ดีบุคคลผู้กำลังตายในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรคปุถุชนเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตผลจิตในอรูปภูมิก็ดี บุคคลผู้กำลังตายในอสัญญ-สัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลผู้กำลังเกิดในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี บุคคลผู้กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่ทุกขสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลผู้กำลังตายในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตผลจิตในอรูปภูมิก็ดี บุคคลผู้กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคค-สัจจะไม่ใช่จักดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจะมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

หน้า ๑๐๔๔

สมุทยสัจจมูล

สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-

[๑๐๑๕] สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มัคค-สัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัต-มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะ.แห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เกิดอยู่ในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ในภังคขณะแห่งตัณหาของปุถุชนเหล่านั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดีสมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด. สมุทย-สัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

หน้า ๑๐๔๕

บุคคลผู้เกิดอยู่ในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดีปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรค ในภังคขณะแห่งตัณหาของปุถุชนเหล่านั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิด แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี

สมุทยสัจจมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

หน้า ๑๐๔๖

อตีตานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๑๖] ทุกขสัจจะเคยเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

คำถามที่เป็นอนาคตกับด้วยอดีต อนุโลมก็ดี ปัจจนิกก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้ว ในนิโรธวาระฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวาระ ผู้มีปัญญาก็พึงจำแนกฉันนั้น.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ

อุปปาทนิโรธวาระ จบ

ปวัตติวาระ จบ

หน้า ๑๐๔๗

ปริญญาวาระ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม

ทุกขสัจจมูล

ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-

[๑๐๑๗] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งทุกขสัจจะ, บุคคลนั้นกำลังละสมุทยสัจจะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังละสมุทยสัจจะ, บุคคลนั้นกำลังรู้แจ้งทุกขสัจจะ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี

ทุกขสัจจมูล จบ

ปัจจุปันนวาระ อนุโลม จบ

จบ อุปปาทนิโรธวาร