พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สัจจยมก
อุปปาทนิโรธวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๘๔–๑๐๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๖ ในสัจจยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สัจจยมก อุปปาทนิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๔๙๒–๕๑๑
๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๘๔} [๑๓๖] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?.
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดย่อมดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
[๑๓๗] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมดับไป สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
อนุโลมโอกาส
[๑๓๘] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นผู้เป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ...
(คำที่กำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้งในอุปปาทวาร นิโรธวาร และอุปปาทนิโรธวาร ไม่มีเหตุเครื่องทำให้ต่างกัน)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๓๙] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
(คำที่กำหนดว่า ของบุคคลใด และว่า ของบุคคลใดในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกัน)
ปัจจนีกบุคคล
{๙๘๕} [๑๔๐] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งตัณหาแต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิและสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๙๘๖} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิต แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิและมัคคสัจก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๙๘๗} [๑๔๑] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิต แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่บุคคล เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรค แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่อสัญญสัตตบุคคลและ มัคคสัจก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหาย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ปัจจนีกโอกาส
{๙๘๘} [๑๔๒] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๙๘๙} [๑๔๓] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
(คำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใด และว่า ของบุคคลใดในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกัน ไม่พึงเพิ่มคำว่า ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ เข้าแม้ในคำว่าของบุคคลใดในภูมิใด)
๒. อตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๙๐} [๑๔๔] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
(ท่านจำแนกอตีตปุจฉาไว้แล้วในอุปปาทวาร ฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวาร ก็พึงจำแนกส่วนที่เป็นอนุโลมและปัจจนีกะ ฉันนั้น)
๓. อนาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๙๑} [๑๔๕] อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้น(ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น) แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นนอกนี้และ สมุทยสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๙๙๒} อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ และแก่เหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้น(ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น) และแก่บุคคลเหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะมรรคและมัคคสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๙๙๓} [๑๔๖] อนุ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่เหล่าบุคคลผู้จักได้เฉพาะมรรคและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักดับไป สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นจักดับไป แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของเหล่าบุคคลซึ่งจักได้เฉพาะมรรคจักดับไปและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้น
อนุโลมโอกาส
{๙๙๔} [๑๔๗] อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นในภูมิใด ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๙๙๕} [๑๔๘] อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค พระอรหันต์ ผู้จักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด และอสัญญสัตตบุคคล แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้และสมุทยสัจก็จักดับไป
(คำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใด และว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกัน)
ปัจจนีกบุคคล
{๙๙๖} [๑๔๙] อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้น{๙๙๗} อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้น
{๙๙๘} [๑๕๐] อนุ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตแก่พระอรหันต์ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์จักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้น
ปัจจนีกโอกาส
{๙๙๙} [๑๕๑] อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๑๐๐๐} [๑๕๒] อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
(คำที่กำหนดว่า ของบุคคลใด และว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกัน สมุทยสัจ มัคคสัจมีข้อแตกต่างกัน คือ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ ของอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจจักดับไป)
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๐๐๑} [๑๕๓] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าของบุคคลใด ...
(คำถามที่เป็นอดีตคู่กับปัจจุบัน คำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใด ว่า ในภูมิใด และว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด ทั้งในอุปปาทวารและอุปปาทนิโรธวารเป็นเช่นเดียวกันทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะ ผู้มีปัญญาพึงจำแนกได้)
๕. ปัจจุปันนานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๐๐๒} [๑๕๔] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่นอกนี้ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและสมุทยสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดจักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น
{๑๐๐๓} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้เป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิตและแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่ง
กำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น
{๑๐๐๔} [๑๕๕] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่เหล่าบุคคลซึ่งจักได้เฉพาะมรรค แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหาและมัคคสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักดับไป สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของอสัญญสัตตบุคคลจักดับไป แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของเหล่าบุคคลซึ่งจักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาจักดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้น
อนุโลมโอกาส
{๑๐๐๕} [๑๕๖] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๑๐๐๖} [๑๕๗] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นแก่ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมินอกนี้ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและสมุทยสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิต และผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น
{๑๐๐๗} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต แก่อาปายิกบุคคล แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แก่ผู้เข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและมัคคสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล จักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น{๑๐๐๘} [๑๕๘] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาและมัคคสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่
จักดับไป แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาจักดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้น
ปัจจนีกบุคคล
{๑๐๐๙} [๑๕๙] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิและสมุทยสัจก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
{๑๐๑๐} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มิคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต และแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิและมัคคสัจก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิตและของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตผลจิตในอรูปภูมิจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๑๐๑๑} [๑๖๐] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้
เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่อสัญญสัตตบุคคล แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่อสัญญสัตตบุคคลและมัคคสัจก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคผู้เป็นพระอรหันต์ และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติและของอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ปัจจนีกโอกาส
{๑๐๑๒} [๑๖๑] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๑๐๑๓} [๑๖๒] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และแก่ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิและสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และของผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๑๐๑๔} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น และแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตผลจิตในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต แก่อาปายิกบุคคล แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และแก่ผู้กำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และของผู้กำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และของผู้กำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๑๐๑๕} [๑๖๓] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ แก่อาปายิกบุคคล แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้
เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตตบุคคล จักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๐๑๖} [๑๖๔] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
(ในนิโรธวาร ท่านจำแนกคำถามที่เป็นอนาคตคู่กับอดีตทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะไว้แล้ว ฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวาร ผู้มีปัญญาก็พึงจำแนก ฉันนั้น)
จบ อุปปาทนิโรธวาร
จบ ปวัตติวาร
๓. ปริญญาวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
{๑๐๑๗} [๑๖๕] อนุ. บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมละสมุทยสัจหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าบุคคลใดย่อมละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ ?
วิ. ถูกแล้ว
อนุ. บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่ละสมุทยสัจหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าบุคคลใดย่อมไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ ?
วิ. ถูกแล้ว
๒. อตีตวาร
{๑๐๑๘} [๑๖๖] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นเคยละสมุทยสัจหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าบุคคลใดเคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ ?
วิ. ถูกแล้ว
จบ อุปปาทนิโรธวาร