arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๖

อากาโสสนิทัสสโนติกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑๑๓–๑๑๑๖ (Royal Thai)7/10 in วรรคที่ ๖4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๖ อากาโสสนิทัสสโนติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 535–537

Page 535

{๑๑๑๐} ส. เมื่อขุดบ่ออยู่ ที่มิใช่อากาศกลายเป็นอากาศได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สังขตะก็กลายเป็นอสังขตะได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๑๑๑} ส. เมื่อถมบ่อเปล่าอยู่ ยังฉางเปล่าให้เต็มอยู่ ยังหม้อเปล่าให้เต็มอยู่ อากาศอันตรธานไปได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อสังขตะก็อันตรธานไปได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๑๑๒} [๔๖๒] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “อากาศเป็นอสังขตะ” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อากาศเป็นสังขตะหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น อากาศก็ต้องเป็นอสังขตะ ?

จบ อากาสกถา

(๕๙) ๗. อากาโสสนิทัสสโนติกถา

ว่าด้วยอากาศเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้

{๑๑๑๓} [๔๖๓] สกวาทีถามว่า อากาศเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่าอชฏากาศแม้ทั้งหมดเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๒๐)
Page 536

ส. อากาศเป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ เป็นสีเขียว เป็นสีเหลือง เป็นสีแดง เป็นสีขาว เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ กระทบที่จักขุ มาสู่คลองแห่งจักขุหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๑๑๔} ส. อากาศเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะอาศัยจักขุและอากาศจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๑๑๕} ส. เพราะอาศัยจักขุและอากาศจึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. คำว่า “เพราะอาศัยจักขุและอากาศ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริงหรือ ?

ป. ไม่มี

ส. คำว่า “เพราะอาศัยจักขุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริงหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากคำว่า “เพราะอาศัยจักขุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เพราะอาศัยจักขุและอากาศ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น”{๑๑๑๖} [๔๖๔] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “อากาศเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” หรือ?

ส. ถูกแล้ว

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พึงดูเทียบใน ม.มู. (แปล) ๑๒/๔๐๐/๔๘๓, ม.อุ. (แปล) ๑๔/๔๒๑/๕๑๗, สํ.นิ. (แปล) ๑๖/๔๔/๑๐๔
Page 537

ป. ท่านเห็นช่องในระหว่างต้นไม้ทั้งสอง ช่องในระหว่างเสาทั้งสอง ช่องดาล ช่องหน้าต่าง มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่าท่านเห็นช่องในระหว่างต้นไม้ทั้งสอง ช่องในระหว่างเสาทั้งสอง ช่องดาล ช่องหน้าต่าง ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “อากาศเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้”

จบ อากาโสสนิทัสสโนติกถา

(๖๐) ๘. ปฐวีธาตุสนิทัสสนาตยาทิกถา

ว่าด้วยปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้เป็นต้น

{๑๑๑๗} [๔๖๕] สกวาทีถามว่า ปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. ปฐวีธาตุเป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ เป็นสีเขียว เป็นสีเหลือง เป็นสีแดง เป็นสีขาว เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณกระทบที่จักขุ มาสู่คลองแห่งจักขุหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๑๑๘} ส. ปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะอาศัยจักขุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่าธาตุทั้ง ๔ (คือ ปฐวี อาโป เตโช วาโย หรือมหาภูตรูป ๔) เป็นสภาวธรรมที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้งหมด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๒๐)

End of อากาโสสนิทัสสโนติกถา