พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒๑
สัญโญชนกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๘๓๘–๑๘๔๐ (Royal Thai)3/16 in วรรคที่ ๒๑4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ สัญโญชนกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 985–987
ส. ในขณะใดปุถุชนให้จีวร ในขณะนั้นก็เข้าถึงปฐมฌานอยู่ ... เข้าถึงอากาสานัญจายตนะอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ในขณะใดปุถุชนให้บิณฑบาต ... ให้เสนาสนะ ... ให้คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ในขณะนั้นก็เข้าถึงจตุตถฌานอยู่ ... ก็เข้าถึงเนวสัญฌานาสัญญายตนสมาบัติอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๘๓๗} [๘๘๐] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากสภาวธรรมที่เป็นไปในธาตุ ๓ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กรรมอันจะให้เข้าถึงรูปธาตุและอรูปธาตุปุถุชนกำหนดรู้แล้วหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น ปุถุชนก็ต้องไม่สงัดแล้วจากสภาวธรรมที่เป็นไปในธาตุ ๓
จบ อวิวิตตกถา
(๒๐๒) ๓ สังโยชนกถา
ว่าด้วยเรื่องสังโยชน์
{๑๘๓๘} [๘๘๑] สกวาทีถามว่า การที่พระโยคียังไม่ละสังโยชน์บางอย่างแล้วบรรลุอรหัตตผลมีอยู่หรือ ?
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งมีความเห็นว่า การที่บุคคลยังละสังโยชน์บางอย่างไม่ได้แล้วบรรลุอรหัตตผลก็มิได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๕)
ส. การที่พระโยคียังไม่ละสักกายทิฏฐิ ... ยังไม่ละวิจิกิจฉา ... ยังไม่ละสีลัพพตปรามาส ... ยังไม่ละราคะ ... ยังไม่ละโทสะ ... ยังไม่ละโมหะ ... ยังไม่ละอโนตตัปปะบางอย่างแล้วบรรลุอรหัตตผลมีอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๘๓๙} ส. การที่พระโยคียังไม่ละสังโยชน์บางอย่างแล้วบรรลุอรหัตตผลมีอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ ยังมีโทสะ ยังมีโมหะ ยังมีมานะ ยังมีมักขะ (ความลบหลู่คุณท่าน) ยังมีปฬาสะ (ความตีเสมอ) ยังมีอุปายาส (ความคับแค้นใจ) ยังมีกิเลสหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. พระอรหันต์หมดราคะแล้ว หมดโทสะแล้ว หมดโมหะแล้ว หมดมานะแล้ว หมดมักขะแล้ว หมดปฬาสะแล้ว หมดอุปายาสแล้ว หมดกิเลสแล้วมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าพระอรหันต์หมดราคะแล้ว ... หมดกิเลสแล้ว ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “การที่พระโยคียังไม่ละสังโยชน์บางอย่างแล้วบรรลุอรหัตตผลมีอยู่”{๑๘๔๐} [๘๘๒] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “การที่พระโยคียังไม่ละสังโยชน์บางอย่างแล้วบรรลุอรหัตตผลมีอยู่” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระอรหันต์รู้พุทธวิสัยทั้งปวงหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น การที่พระโยคียังไม่ละสังโยชน์บางอย่างแล้วบรรลุอรหัตตผลก็ต้องมีอยู่
จบ สังโยชนกถา
(๒๐๓) ๔. อิทธิกถา
ว่าด้วยเรื่องฤทธิ์
{๑๘๔๑} [๘๘๓] สกวาทีถามว่า ฤทธิ์ที่เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่หรือ ?
ส. ฤทธิ์ที่เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่าต้นไม้จงมีใบเป็นนิจของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ฤทธิ์ที่เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่าต้นไม้จงมีดอกเป็นนิจ ... ต้นไม้จงมีผลเป็นนิจ ... สถานที่นี้จงมีความสว่างเป็นนิจ ... จงมีความปลอดโปร่งเป็นนิจ ... จงมีภิกษาหาได้ง่ายเป็นนิจ ... จงมีฝนดีเป็นนิจของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ฤทธิ์ที่เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า ฤทธิ์ที่เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๖)
End of สัญโญชนกถา