arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๓

ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๕๔๓–๑๕๔๙ (Royal Thai)10/10 in วรรคที่ ๑๓4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

_______

๑๓. เตรสมวคฺค

(๑๓๕) ๑๐. ธมฺมตณฺหานทุกฺขสมุทโยติกถา

๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา (๑๓๕)

ว่าด้วยธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๓ ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 37, pp. 406–407 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 37, pp. 729–732

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. รูปตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. สทฺทตณฺหา ฯเปฯ คนฺธตณฺหา ฯเปฯ รสตณฺหา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*รูปตณฺหา ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. ธมฺมตณฺหา ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สทฺทตณฺหา ฯเปฯ คนฺธตณฺหา ฯเปฯ รสตณฺหา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพตณฺหา ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. ธมฺมตณฺหา ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. รูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. รูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหา เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหมปร. ใช่

สก. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๘๑-๖๘๕/๒๗๒)
  2. 2เพราะมีความเห็นว่า ธัมมตัณหาไม่ใช่เหตุแห่งทุกขสัจ ดังนั้นจึงไม่นับเข้าในสมุทัย ซึ่งต่างกับความ เห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ขึ้นชื่อว่าตัณหาแล้วจัดเป็นทุกขสมุทัย(เหตุให้เกิดทุกข์)ทั้งนั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๘๑-๖๘๕/๒๗๒)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. นนุ ตณฺหา ทุกฺขสมุทโย วุตฺโต ภควตาติ? อามนฺตา. หญฺจิ ตณฺหา ทุกฺขสมุทโย วุตฺโต ภควตา, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโย”ติ. ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. นนุ โลโภ ทุกฺขสมุทโย วุตฺโต ภควตา, ธมฺมตณฺหา โลโภติ? อามนฺตา. หญฺจิ โลโภ ทุกฺขสมุทโย วุตฺโต ภควตา, ธมฺมตณฺหา โลโภ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโย”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ตัณหาพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัยมิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากตัณหา พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย ท่านก็ไม่ควรยอม รับว่า “ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย”สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. โลภะพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย ธัมมตัณหาเป็นโลภะมิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากโลภะ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย และธัมมตัณหาเป็น โลภะ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย”

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ธมฺมตณฺหา โลโภ น ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. รูปตณฺหา โลโภ น ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ธมฺมตณฺหา โลโภ น ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. สทฺทตณฺหา ฯเปฯ คนฺธตณฺหา ฯเปฯ รสตณฺหา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพตณฺหา โลโภ น ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*รูปตณฺหา โลโภ ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. ธมฺมตณฺหา โลโภ ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สทฺทตณฺหา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพตณฺหา โลโภ ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. ธมฺมตณฺหา โลโภ ทุกฺขสมุทโยติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. โลภะคือธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. โลภะคือรูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โลภะคือธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ โลภะคือคันธตัณหา ฯลฯ โลภะคือรสตัณหา ฯลฯ โลภะคือโผฏฐัพพตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โลภะคือรูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ โลภะคือโผฏฐัพพตัณหา เป็นทุกขสมุทัย ใช่ไหมปร. ใช่

สก. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “ยายํ ตณฺหา โปโนพฺภวิกา นนฺทิราคสหคตา ตตฺรตตฺราภินนฺทินี. เสยฺยถีทํ: กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ น วตฺตพฺพํ “ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโย”ติ.

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1วินย. ๔/๑๔/๑๔, ที.ม. ๑๐/๔๐๗/๒๖๒
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบ ด้วยความเพลิดเพลินและความกำหนัด มีปกติให้เพลินเพลินในอารมณ์นั้น ๆ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา” มีอยู่จริงมิใช่หรือปร. ใช่

สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย”

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ดูเทียบ วิ.ม. (แปล) ๔/๑๔/๒๑, ที.ม. (แปล) ๑๐/๔๐๐/๓๒๙-๓๓๑
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโย”ติ? อามนฺตา. นนุ สา ธมฺมตณฺหาติ? อามนฺตา. หญฺจิ สา ธมฺมตณฺหา, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโย”ติ. ธมฺมตณฺหานทุกฺขสมุทโยติกถา นิฏฺฐิตา. เตรสโม วคฺโค. ตสฺสุทฺทานํ

กปฺปฏฺโฐ กปฺปํ ติฏฺเฐยฺย, กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺย, อนนฺตรา-

ปยุตฺโต ปุคฺคโล สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกเมยฺย, นิยโต นิยามํ โอกฺกมติ,

นิวุโต นีวรณํ ชหติ, สมฺมุขีภูโต สญฺโญชนํ ชหติ, ฌานนิกนฺติ,

อสาตราโค, ธมฺมตณฺหา อพฺยากตา, ธมฺมตณฺหา น ทุกฺขสมุทโยติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ตัณหานั้นเป็นธัมมตัณหามิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. หากตัณหานั้นเป็นธัมมตัณหา ท่านก็ควรยอมรับว่า “ธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย”

ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา จบ

เตรสมวรรค จบ

รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. กัปปัฏฐกถา ๒. กุสลปฏิลาภกถา

๓. อนันตราปยุตตกถา ๔. นิยตัสสนิยามกถา

๕. นิวุตกถา ๖. สัมมุขีภูตกถา

๗. สมาปันโนอัสสาเทติกถา ๘. อสาตราคกถา

๙. ธัมมตัณหาอัพยากตาติกถา ๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา

End of ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา