พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๓
กุสลจิตตปฏิลาภกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๕๑๕–๑๕๑๗ (Royal Thai)2/10 in วรรคที่ ๑๓4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
_______
๑๓. เตรสมวคฺค
(๑๒๗) ๒. กุสลปฏิลาภกถา
๒. กุสลปฏิลาภกถา (๑๒๗)
ว่าด้วยการได้จิตที่เป็นกุศล
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๓ กุสลจิตตปฏิลาภกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 37, pp. 397–397 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 37, pp. 712–713
*กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยาติ? อามนฺตา. กปฺปฏฺโฐ ทานํ ทเทยฺยาติ? อามนฺตา. หญฺจิ กปฺปฏฺโฐ ทานํ ทเทยฺย, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยา”ติ.
*กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยาติ? อามนฺตา. กปฺปฏฺโฐ จีวรํ ทเทยฺย ฯเปฯ ปิณฺฑปาตํ ทเทยฺย ฯเปฯ เสนาสนํ ทเทยฺย ฯเปฯ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ทเทยฺย ฯเปฯ ขาทนียํ ทเทยฺย ฯเปฯ โภชนียํ ทเทยฺย ฯเปฯ ปานียํ ทเทยฺย ฯเปฯ เจติยํ วนฺเทยฺย ฯเปฯ เจติเย มาลํ อาโรเปยฺย ฯเปฯ คนฺธํ อาโรเปยฺย ฯเปฯ วิเลปนํ อาโรเปยฺย ฯเปฯ เจติยํ อภิทกฺขิณํ (๑) กเรยฺยาติ? อามนฺตา. หญฺจิ กปฺปฏฺโฐ เจติยํ อภิทกฺขิณํ กเรยฺย, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยา”ติ ฯเปฯ
- 1อิ. ปทกฺขิณํ. เอวมุปริปิ.
สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศลใช่ไหม
สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทานใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. หากบุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทาน ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศล”
สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศลใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงถวายจีวร ฯลฯ บิณฑบาต ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ฯลฯ ของขบเคี้ยว ฯลฯ ของบริโภค ฯลฯ น้ำดื่ม ฯลฯ พึงไหว้พระเจดีย์ ฯลฯ ยกดอกไม้ ฯลฯ ของหอม ฯลฯ เครื่องลูบไล้บูชาพระเจดีย์ ฯลฯ ทำประทักษิณพระเจดีย์ใช่ไหมปร. ใช่
สก. หากบุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงทำประทักษิณพระเจดีย์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับ ว่า “บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศล ฯลฯ”
- 1ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๕๘-๖๕๙/๒๖๗)
- 2เพราะมีความเห็นว่า ผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกันนอกจากจะไม่มีโอกาสบรรลุฌาน มรรคและผลแล้ว แม้แต่ กุศลขั้นหยาบ เช่น ทาน ศีล ก็ทำไม่ขึ้น ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ไม่สามารถบรรลุฌาน มรรคและผลในชาตินี้เท่านั้น แต่สามารถสร้างกุศลอย่างอื่น เช่น ให้ทาน รักษาศีลได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๕๘-๖๕๙/๒๖๗)
*กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ ปฏิลเภยฺยาติ? อามนฺตา. ตโต วุฏฺฐานํ กุสลํ จิตฺตํ ปฏิลเภยฺยาติ? อามนฺตา. รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ ฯเปฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ จิตฺตํ ปฏิลเภยฺยาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสลปฏิลาภกถา นิฏฺฐิตา.
ปร. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงได้จิตที่เป็นกุศลใช่ไหม
สก. ใช่
ปร. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงได้จิตที่เป็นกุศลเป็นเหตุออกจากจิตที่เป็นอกุศลนั้น ใช่ไหมสก. ใช่
ปร. พึงได้จิตที่เป็นกุศลที่เป็นรูปาวจร ฯลฯ อรูปารจร ฯลฯ โลกุตตระใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสลปฏิลาภกถา จบ
End of กุสลจิตตปฏิลาภกถา