พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๒
ทุคคติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๕๐๗–๑๕๑๑ (Royal Thai)8/9 in วรรคที่ ๑๒4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๑๒. ทฺวาทสมวคฺค
(๑๒๔) ๙. ทุคฺคติกถา
๙. ทุคคติกถา (๑๒๔)
ว่าด้วยทุคติ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๒ ทุคคติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 37, pp. 393–394 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 37, pp. 705–707
*ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคตีติ? อามนฺตา. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อาปายิเก รูเป รชฺเชยฺยาติ? อามนฺตา. หญฺจิ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อาปายิเก รูเป รชฺเชยฺย, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคตี”ติ.
*ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคตีติ? อามนฺตา. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อาปายิเก สทฺเท ฯเปฯ คนฺเธ ฯเปฯ รเส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺเพ ฯเปฯ อมนุสฺสิตฺถิยา ติรจฺฉานคติตฺถิยา นาคกญฺญาย เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย. อเชฬกํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย. กุกฺกุฏสูกรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย. หตฺถิควสฺสวฬวํ ปฏิคฺคณฺ-เหยฺย. ติตฺติรวฏฺฏกโมรกปิญฺชรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺยาติ? อามนฺตา. หญฺจิ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล ติตฺติร-วฏฺฏกโมรกปิญฺชรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคตี”ติ.
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติ ได้ใช่ไหม
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิยังยินดีในรูปที่มีในอบายใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. หากบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิยังยินดีในรูปที่มีในอบาย ท่านก็ไม่ควร ยอมรับว่า “บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้”
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้ใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิยังยินดีในเสียง ฯลฯ กลิ่น ฯลฯ รส ฯลฯ โผฏฐัพพะ ที่มีในอบาย ฯลฯ ยังเสพเมถุนธรรมกับหญิงอมนุษย์ กับสัตว์ ดิรัจฉานตัวเมีย กับนางนาค ยังรับแพะและแกะ ยังรับไก่และสุกร ยังรับช้าง โค ม้า และลา ยังรับนกกระทา นกคุ่ม นกยูง และนกเขาใช่ไหมปร. ใช่
สก. หากบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิยังรับนกกระทา นกคุ่ม นกยูง และนกเขา ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้”
- 1ทุคติ โดยทั่วไปมีความหมาย ๒ อย่าง คือ (๑) เป็นชื่อภพภูมิชั้นต่ำ เช่น สัตว์ดิรัจฉาน (๒) เป็นชื่อตัณหา คือ ความยินดี รักใคร่ในรูป เสียง กลิ่น รส เป็นต้น ของสัตว์ในทุคติ แต่ฝ่ายปรวาทีถือเอาความหมายที่ ๑ เท่านั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๕๐-๖๕๒/๒๖๕)
- 2ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๕๐-๖๕๒/๒๖๕)
*ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคติ, ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อาปายิเก รูเป รชฺเชยฺยาติ? อามนฺตา. อรหโต ปหีนา ทุคฺคติ, อรหา อาปายิเก รูเป รชฺเชยฺยาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคติ, ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อาปายิเก สทฺเท ฯเปฯ คนฺเธ ฯเปฯ รเส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺเพ ฯเปฯ ติตฺติรวฏฺฏกโมรกปิญฺชรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺยาติ? อามนฺตา. อรหโต ปหีนา ทุคฺคติ, อรหา ติตฺติรวฏฺฏกโมรกปิญฺชรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺยาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ *อรหโต ปหีนา ทุคฺคติ, น จ อรหา อาปายิเก รูเป รชฺเชยฺยาติ? อามนฺตา. ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา, ทุคฺคติ, น จ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อาปายิเก รูเป รชฺเชยฺยาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต ปหีนา ทุคฺคติ, น จ อรหา อาปายิเก สทฺเท ฯเปฯ
คนฺเธ ฯเปฯ รเส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺเพ ฯเปฯ อมนุสฺสิตฺถิยา ติรจฺฉานคติตฺถิยา นาคกญฺญาย เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย. อเชฬกํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย. กุกฺกุฏสูกรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย. หตฺถิควสฺสวฬวํ ปฏิคฺคณฺเหยฺย ฯเปฯ ติตฺติรวฏฺฏกโมรกปิญฺชรํ ปฏิคฺคณฺ-เหยฺยาติ? อามนฺตา. ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคติ, น จ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล ติตฺติร-วฏฺฏกโมรกปิญฺชรํ ปฏิคฺคณฺเหยฺยาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ยังยินดีในรูปที่มีในอบายใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. พระอรหันต์ละทุคติได้ แต่ยังยินดีในรูปที่มีในอบายใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิยังยินดี ในเสียง ฯลฯ กลิ่น ฯลฯ รส ฯลฯ โผฏฐัพพะที่มีในอบาย ยังรับนกกระทา นกคุ่ม นกยูง และนกเขาใช่ไหมปร. ใช่
สก. พระอรหันต์ละทุคติได้ แต่ยังรับนกกระทา นกคุ่ม นกยูง และนกเขา ใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. พระอรหันต์ละทุคติได้และไม่ยินดีในรูปที่มีในอบายใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้และไม่ยินดีในรูปที่มีในอบายใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. พระอรหันต์ละทุคติได้และไม่ยินดีในเสียง ฯลฯ กลิ่น ฯลฯ รส ฯลฯ โผฏฐัพพะที่มีในอบาย ไม่เสพเมถุนธรรมกับหญิงอมนุษย์ กับสัตว์ดิรัจฉาน ตัวเมีย กับนางนาค ไม่รับแพะและแกะ ไม่รับไก่และสุกร ไม่รับช้าง โค ม้า และลา ฯลฯ ไม่รับนกกระทา นกคุ่ม นกยูง และนกเขาใช่ไหมปร. ใช่
สก. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้ และไม่รับนกกระทา นกคุ่ม นกยูง และนกเขาใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
*น วตฺตพฺพํ “ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคตี”ติ? อามนฺตา. ทิฏฺฐิสมฺปนฺ-โน ปุคฺคโล นิรยํ อุปปชฺเชยฺย ฯเปฯ ติรจฺฉานโยนึ อุปปชฺเชยฺย. ปิตฺติวิสยํ อุปปชฺเชยฺยาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ปหีนา ทุคฺคตีติ. ทุคฺคติกถา นิฏฺฐิตา.
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละทุคติได้” ใช่ไหม
สก. ใช่
ปร. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิยังเกิดในนรก ฯลฯ ในกำเนิดดิรัจฉาน ยัง เกิดในภูมิแห่งเปรตใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ดังนั้น บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิจึงละทุคติได้
ทุคคติกถา จบ
End of ทุคคติกถา