arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · สุนิกขิตวรรค

๗. กัณฐกวิมาน เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๘๑ (Royal Thai)7/11 in สุนิกขิตวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๗. กัณฐกวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกัณฐกวิมาน

พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ สุนิกขิตวรรค กัณฐกวิมาน (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 48 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๗ ปุณฺณมาเย ๑ ยถา จนฺโท นกฺขตฺตปริวาริโต

สมนฺตา อนุปริยาติ ตารกาธิปติ สสี

ตถูปมํ อิทํ พฺยมฺหํ ทิพฺพํ เทวปุรมฺหิ จ

อติโรจติ วณฺเณน อุทยนฺโตว รํสิมา

เวฬุริยสุวณฺณสฺส ผลิการูปิยสฺส จ

มสารคลฺลมุตฺตาหิ โลหิตงฺคมณีหิ จ

จิตฺรา มโนรมา ภูมิ เวฬุริยสฺส สนฺถตา ๒

กูฏาคารา สุภา รมฺมา ปาสาโท เต สุมาปิโต

รมฺมา จ เต โปกฺขรณี ปุถุลา มจฺฉเสวิตา ๑

อจฺโฉทกา วิปฺปสนฺนา โสวณฺณวาลุกสนฺถตา

นานาปทุมสญฺฉนฺนา ปุณฺฑรีกสโมคตา

สุรภิ สมฺปวายนฺติ มนุญฺญา มาลุเตริตา

ตสฺสา เต อุภโต ปสฺเส วนคุมฺพา สุมาปิตา

อุเปตา ปุปฺผรุกฺเขหิ ผลรุกฺเขหิ จูภยํ

โสวณฺณปาเท ปลฺลงฺเก มุทุเก โคณสนฺถเต

นิสินฺนํ เทวราชํว อุปติฏฺฐนฺติ อจฺฉรา

สพฺพาภรณสญฺฉนฺนา นานามาลาวิภูสิตา

รเมนฺติ ตํ มหิทฺธิกํ วสวตฺตีว โมทสิ

เภริสงฺขมุทิงฺคาหิ วีณาหิ ปณเวหิ จ

รมสิ รติสมฺปนฺโน นจฺจคีเตสุ วาทิเต

ทิพฺพา เต วิวิธา รูปา ทิพฺพา สทฺทา อโถ รสา

คนฺธา จ เต อธิปฺเปตา โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา

ตสฺมึ วิมาเน ปวเร เทวปุตฺตา มหปฺปภา

อภิโรจสิ วณฺเณน อุทยนฺโตว ภาณุมา

ทานสฺส เต อิทํ ผลํ อโถ สีลสฺส วา ปน

อโถ อญฺชลิกมฺมสฺส ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโตติ ฯ

โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต

... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ

อหํ กปิลวตฺถุสฺมึ สากิยานํ ปุรุตฺตเม

สุทฺโธทนสฺส ปุตฺตสฺส กณฺฐโก สหโช อหุํ

ยทา โส อฑฺฒรตฺตายํ สมฺโพธาย อภินิกฺขมิ

โส มํ มุทูหิ ปาณีหิ ชาลิตมฺพนเขหิ จ

สฏฺฐึ อาโกฏยิตฺวาน วห สมฺมาติมพฺรวิ

อหํ โลกํ ตารยิสฺสํ ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ

ตํ เม คิรํ สุณนฺตสฺส หาโส เม วิปุโล อหุ

อุทคฺคจิตฺโต สุมโน อภิสึสึ ตทา อหํ

อภิรูฬฺหญฺจ มํ ญตฺวา สากฺยปุตฺตํ มหายสํ

อุทคฺคจิตฺโต มุทิโต วาหิสฺสํ ปุริสุตฺตมํ

ปเรสํ วิชิตํ คนฺตฺวา อุคฺคตสฺมึ ทิวงฺกเร ๑

มมํ ฉนฺนญฺจ โอหาย อนาเปกฺโข อปกฺกมิ

ตสฺส ตมฺพนเข ปาเท ชิวฺหาย ปริเลหิสํ ๒

คจฺฉนฺตญฺจ มหาวีรํ รุทมาโน อุทิกฺขิสฺสํ

อทสฺสเนนหํ ตสฺส สากฺยปุตฺตสฺส สิรีมโต

อลตฺถํ ครุกาพาธํ ขิปฺปํ เม มรณํ อหุ

ตสฺเสว อานุภาเวน วิมานํ อาวสามิทํ ๓

สพฺพกามคุณูเปตํ ทิพฺพํ เทวปุรมฺหิ จ

ยญฺจ เม อหุ วาหาโส สทฺทํ สุตฺวาน โพธิยา

เตเนว กุสลมูเลน ผุสิสฺสํ อาสวกฺขยํ

สเจ หิ ภนฺเต คจฺเฉยฺยาสิ สตฺถุ พุทฺธสฺส สนฺติเก

มมาปิ ตํ วจเนน สิรสา วชฺชาสิ วนฺทนํ

อหมฺปิ ทฏฺฐฐ คจฺฉิสฺสํ ชินํ อปฺปฏิปุคฺคลํ

ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ โลกนาถาน ตาทินนฺติ ฯ

โส จ กตญฺญู กตเวที สตฺถารํ อุปสงฺกมิ

สุตฺวา คิรํ จกฺขุมโต ธมฺมจกฺขุํ วิโสธยิ

วิโสธยิตฺวา ทิฏฺฐิคตํ วิจิกิจฺฉา วตานิ จ

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท ตตฺเถวนฺตรธายถาติ ฯ

กณฺฐกวิมานํ สตฺตมํ ฯ

๑ โป. ปุณฺณมาโย ฯ ม. ปุณฺณมาเส ฯ ๒ โป. ยุ. สนฺถิตา ฯ

๑ ยุ. ปุถุโลมนิเสวิตาติปิ ทิสฺสติ ฯ

๑ โป. ม. ยุ. ทิวากเร ฯ ๒ โป. ม. ปริเลหสึ ฯ ๓ โป. อาวสมิหํ ฯ ม. อาวสามหํ ฯ

Royal Thai

พระจันทร์ในวันเพ็ญ อันหมู่ดาวนักษัตรแวดล้อมแล้ว เป็นใหญ่กว่าหมู่ดาว มีรูปกระต่าย ย่อมหมุนเวียนไปโดยรอบฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปไมยฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ยิ่งด้วยรัศมี อยู่ในเทพบุรี ดุลพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น พื้นวิมานของท่านน่ารื่นรมย์ใจ วิจิตรแล้วด้วยไพฑูรย์ทองคำ แก้วผลึก รูปียะ มรกต มุกดา และแก้วทับทิม ลาดด้วยแก้วไพฑูรย์ ปราสาททั้งหลายของท่านงามน่ารื่นรมย์ ปราสาทของท่านอันบุญกรรมเนรมิตดีแล้ว

อนึ่ง สระโบกขรณีของท่าน เป็นสถานน่ารื่นรมย์กว้างขวาง อันหมู่ปลาเป็นอันมาก อาศัยแล้ว มีน้ำใสสะอาดพื้นลาดด้วยทรายทอง ดารดาษด้วยปทุมชาตินานา เป็นที่รวมอยู่แห่งบัวขาบ ครั้นลมรำเพยพัด กลิ่นหอมฟุ้งชื่นใจ ที่สองข้างแห่งสระโบกขรณีของท่านนั้น มีพุ่มไม้อันบุญกรรมเนรมิตไว้ให้เป็นอย่างดี ประกอบด้วยหมู่ไม้ดอกและไม้ผล หมู่นางเทพอัปสรปกคลุมด้วยสรรพาภรณ์ทัดทรงมาลาต่างๆ พากันมาบำรุง ท่านผู้มีฤทธิ์มาก ผู้นั่งบนบัลลังก์เชิงทองคำ อ่อนนุ่ม อันบุญกรรมลาดแล้วด้วยผ้าโกเชาว์ ให้รื่นรมย์ใจดุจท้าววสวดีเทวราช ท่านสมบูรณ์ด้วยความยินดีในการฟ้อนรำ ขับร้องและการประโคม รื่นเริงด้วยกลอง สังข์ ตะโพน พิณ และบัณเฑาะว์รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นทิพย์อันท่านประสงค์แล้วน่ารื่นรมย์ใจ มีอยู่พร้อมในวิมานของท่าน ท่านมีรัศมีรุ่งเรืองยิ่งกว่าเทพบุตรผู้มีรัศมีรุ่งเรืองในวิมาน อันประเสริฐนั้น ดุจพระอาทิตย์อุทัยนี้เป็นผลแห่งทาน ศีลหรืออัญชลีกรรมของท่าน อาตมาถามแล้ว ขอจง

บอกผลนั้น แก่อาตมา?

เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจจึงพยากรณ์ปัญญาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเป็นพญาม้าชื่อกัณฐกะ เป็นสหชาติของพระโอรส ของพระเจ้าสุทโธทนะ ผู้เป็นใหญ่กว่าเจ้าศากยะทั้งหลายในกรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อพระราชโอรสนั้น เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ในมัชฌิมยามเพื่อความตรัสรู้ เอาฝ่าพระหัตถ์อันอ่อนเล็บแดงจางสุกใส ตบอกข้าพเจ้าเบาๆ แล้วตรัสกะข้าพเจ้าว่า จงพาฉันไปเถิดสหาย ฉันได้บรรลุพระโพธิญาณอันอุดมแล้ว จักยังโลกให้ข้ามพ้นจากห้วงน้ำใหญ่คือสงสาร เมื่อข้าพเจ้าฟังพระดำรัสนั้นแล้ว ได้มีความร่าเริงยินดีเบิกบาน บันเทิงใจเป็นอันมาก ข้าพเจ้าจึงได้รับคำของท่านโดยความเคารพ

ครั้นข้าพเจ้ารู้ว่า พระมหาบุรุษผู้เป็นพระโอรสแห่งศากยราชผู้เรืองยศ ประทับนั่งบนหลังของข้าพเจ้าแล้ว มีจิตเบิกบานบันเทิงใจ นำพระมหาบุรุษออกไปจากพระนคร ไปจนถึงแว่นแคว้นของกษัตริย์เหล่าอื่น เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว พระมหาบุรุษมิได้มีความอาลัยละทิ้งข้าพเจ้ากับฉันนะอำมาตย์ไว้ ทรงหลีกไป ข้าพเจ้าได้เลียพระบาททั้ง ๒ ของพระองค์ ซึ่งมีเล็บอันแดง ด้วยลิ้น ร้องไห้ แลดูพระลูกเจ้าผู้มีความเพียรอันยิ่งใหญ่เสด็จไปอยู่ ข้าพเจ้าป่วยอย่างหนักเพราะมิได้เห็นพระมหาบุรุษศากโยรส ผู้มีศิริพระองค์นั้น ข้าพเจ้าได้ตายลงอย่างรวดเร็วด้วยอานุภาพแห่งปีติและโสมนัสนั้น ข้าพเจ้าจึงได้มาอยู่ยังวิมานนี้

อันประกอบด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ ดุจท้าวสักกเทวราชผู้เป็นใหญ่ในเทพบุรีฉะนั้น ความยินดีและความร่าเริงได้เกิดมีแก่ข้าพเจ้า เพราะได้ฟังเสียงว่า เพื่อพระโพธิญาณก่อนกว่าสิ่งอื่นๆ ฉักจักบรรลุความสิ้นไปแห่งอาสวะ เพราะกุศลกรรมนั้นนั่นแล ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ถ้าพระคุณเจ้าพึงไปในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ศาสดาไซร้ ขอพระคุณเจ้าจงทูลถึงการถวายบังคมด้วยเศียรเกล้ากะพระองค์ตามคำของข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าก็จักไปเฝ้าพระชินเจ้าผู้หาบุคคลอื่นเปรียบมิได้ การได้เห็นพระโลก

นาถเจ้าเช่นนั้น หาได้ยาก.

พระสังคีติกาจารย์ได้รจนาคาถาไว้ ๒ คาถา ความว่า

ก็กัณฐกเทพบุตรนั้น เป็นผู้กตัญญูกตเวที ได้เข้าเฝ้าพระศาสดาฟังพระดำรัสของพระศาสดาผู้มีพระจักษุแล้ว ได้บรรลุธรรมจักษุกล่าวคือโสดาปัตติผล ได้ชำระทิฏฐิและวิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสของตนให้บริสุทธิ์ถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระศาสดา แล้วอันตรธานไปในที่นั้น

นั่นเอง.

จบ กัณฐกวิมานที่ ๗.

End of ๗. กัณฐกวิมาน