arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · สุนิกขิตวรรค

๕. อัมพวิมาน เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๙ (Royal Thai)5/11 in สุนิกขิตวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๕. อัมพวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอัมพวิมาน

พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ สุนิกขิตวรรค อัมพวิมาน (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 48 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๕ อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ

สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ

กูฏาคารา สตฺตสตา อุฬารา

เวฬุริยตฺถมฺภา รุจิรตฺถตา สุภา

ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ

ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคู

ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ

นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณฉนฺนา

เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ...

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ

โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต

... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ

คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ปตาปนฺเต ทิวงฺกเร

ปเรสํ ภตโก โปโส อมฺพารามํ อสิญฺจหํ

อถ เตนาคมา ภิกฺขุ สารีปุตฺโตติ วิสฺสุโต

กิลนฺตรูโป กาเยน อกิลนฺโตปิ เจตสา

ตญฺจ ทิสฺวาน อายนฺตํ อโวจ อมฺพสิญฺจโก

สาธุ ตํ ภนฺเต นฺหาเปยฺยํ ยํ มมสฺส สุขาวหํ

ตสฺส เม อนุกมฺปาย นิกฺขิปิ ปตฺตจีวรํ

นิสีทิ รุกฺขมูลสฺมึ ฉายาย เอกจีวโร

ตญฺจ อจฺเฉน วารินา ปสนฺนมานโส เถรํ

นฺหาปยึ รุกฺขมูลสฺมึ ฉายาย เอกจีวรํ

อมฺโพ จ สิตฺโต สมโณ นหาปิโต

มยา จ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกํ

อิติ โส ปีติยา กายํ สพฺพํ ผรติ อตฺตโน

ตเทว เอตฺตกํ กมฺมํ อกาสึ ตาย ชาติยา

ปหาย มานุสํ เทหํ อุปปนฺโนมฺหิ นนฺทนํ

นนฺทเน ปวเร ๑ รมฺเม นานาทิชคณายุเต

รมามิ นจฺจคีเตหิ อจฺฉราหิ ปุรกฺขิโตติ ฯ

อมฺพวิมานํ ปญฺจมํ ฯ

๑ โป. ม. เวทิยา ฯ ๒ ม. ยุ. อาภนฺติ ฯ ๓ ยุ. สตฺถุ ฯ ๔ ยุ. สตฺถุ ปาทาสึ ฯ

Royal Thai

วิมานแก้วมณีของท่านนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมีปราสาท ๗๐๐ มีเสาล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดทองคำอันงามยิ่ง ตัวของท่านก็อยู่ ดื่ม และบริโภคสุธาโภชน์ในวิมานนั้น อนึ่ง เทพบุตรผู้มีเสียงอันไพเราะ พากันมาบรรเลงเพลงพิณทิพย์ให้ฟัง เบญจกามคุณซึ่งมีรสอันเป็นทิพย์มีอยู่พรั่งพร้อมในวิมานนี้ ทั้งเหล่าเทพนารีมีร่างอันประดับด้วยเครื่องทองคำ พากันมาฟ้อนรำอยู่ ท่านมีวรรณะงามเช่นนี้เพราะบุญอะไร ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญ

อะไร?

เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจจึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเป็นบุรุษรับจ้างของชนเหล่าอื่น เมื่อพระอาทิตย์กำลังแผดแสงในเดือนท้ายแห่งฤดูร้อนได้ตักน้ำรดสวนมะม่วงอยู่ ครั้งนั้นภิกษุปรากฏชื่อว่า สารีบุตร ลำบากกายไม่ลำบากใจได้มาทางสวนมะม่วงนั้น ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นคนรดน้ำต้นมะม่วง ได้เห็นท่านพระสารีบุตรกำลังเดินมา จึงได้กล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอโอกาสเถิด ขอนิมนต์ท่านสรงน้ำ ข้อนั้นจะพึงนำความสุขมาให้แก่ข้าพเจ้า ท่านพระสารีบุตรวางบาตรและจีวรไว้ เหลือแต่จีวรตัวเดียวนั่งที่ร่มโคนต้นไม้ เพื่ออนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีใจเลื่อมใส เอาน้ำอันใสสรงพระเถระผู้มีจีวรตัวเดียว นั่งอยู่ที่ร่ม ณ โคนต้นไม้ ต้นมะม่วง ข้าพเจ้าได้รดน้ำแล้ว และสมณะข้าพเจ้าได้สรงน้ำแล้ว ข้าพเจ้าได้ประสบบุญมีประมาณมิใช่น้อย บุรุษนั้นย่อมซาบซ่านไปทั่วกายของตนด้วยความปีติด้วยคิดว่า เราได้ทำกรรมมีประมาณเท่านี้ในชาตินั้น ละร่างมนุษย์แล้ว ได้มาบังเกิดในสวนนันทวัน ข้าพเจ้าอันนางเทพอัปสรพากันฟ้อนรำขับร้องห้อมล้อม รื่นรมย์อยู่ในสวนนันทวันอันประเสริฐ เป็นสถานอันรื่นรมย์เกลื่อนไปด้วยหมู่นกนานาพรรณ.

จบ อัมพวิมานที่ ๕.

End of ๕. อัมพวิมาน