arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ธรรมบท

๑๒. อัตตวรรค เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๒ (Royal Thai)12/26 in ธรรมบท4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ธมฺมปทคาถาย ทฺวาทสโม อตฺตวคฺโค

คาถาธรรมบท อัตตวรรคที่ ๑๒

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท อัตตวรรค (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 42 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

๑๒ อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา รกฺเขยฺย นํ สุรกฺขิตํ

ติณฺณํ อญฺญตรํ ยามํ ปฏิชคฺเคยฺย ปณฺฑิโต ฯ

อตฺตานเมว ปฐมํ ปฏิรูเป นิเวสเย

อถญฺญมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต ฯ

อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ

สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม ฯ

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา

อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ ฯ

อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตชํ อตฺตสมฺภวํ

อภิมตฺถติ ทุมฺเมธํ วชิรํวมฺหยํ มณึ ฯ

ยสฺส อจฺจนฺตทุสฺสีลฺยํ มาลุวา สาลมิโวตฺถตํ

กโรติ โส ตถตฺตานํ ยถา นํ อิจฺฉตี ทิโส ฯ

สุกรานิ อสาธูนิ อตฺตโน อหิตานิ จ

ยํ เว หิตญฺจ สาธุญฺจ ตํ เว ปรมทุกฺกรํ ฯ

โย สาสนํ อรหตํ อริยานํ ธมฺมชีวินํ

ปฏิกฺโกสติ ทุมฺเมโธ ทิฏฺฐึ นิสฺสาย ปาปิกํ

ผลานิ กณฺฏกสฺเสว อตฺตฆญฺญาย ๑ ผลฺลติ ฯ

อตฺตนา ว ๒ กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ

อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ

สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย ฯ

อตฺตทตฺถํ ปรตฺเถน พหุนาปิ น หาปเย

อตฺตทตฺถมภิญฺญาย สทตฺถปสุโต สิยา ฯ

อตฺตวคฺโค ทฺวาทสโม ฯ

Royal Thai

หากว่าบุคคลพึงรู้ว่าตนเป็นที่รักไซร้ พึงรักษาตนนั้นไว้ ให้เป็นอัตภาพอันตนรักษาดีแล้ว บัณฑิตพึงประคับประคองตนไว้ตลอดยามทั้งสามยามใดยามหนึ่ง บุคคลพึงยังตนนั้นแลให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควรเสียก่อน พึงพร่ำสอนผู้อื่นในภายหลัง บัณฑิตไม่พึงเศร้าหมอง หากว่าภิกษุพึงทำตนเหมือนอย่างที่ตนพร่ำสอนคนอื่นไซร้ ภิกษุนั้นมีตนอันฝึกดีแล้วหนอ พึงฝึก ได้ยินว่าตนแลฝึกได้ยาก ตนแลเป็นที่พึ่งของตนบุคคลอื่นไรเล่าพึงเป็นที่พึ่งได้ เพราะว่าบุคคลมีตนฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งอันได้โดยยาก ความชั่วที่ตนทำไว้เองเกิดแต่ตน มีตนเป็นแดนเกิดย่อมย่ำยีคนมีปัญญาทรามดุจเพชรย่ำยีแก้วมณีที่เกิดแต่หิน

ฉะนั้นความเป็นผู้ทุศีลล่วงส่วน ย่อมรวบรัดอัตภาพของบุคคลใด ทำให้เป็นอัตภาพอันตนรัดลงแล้ว เหมือนเถาย่านทรายรวบรัดไม้สาละให้เป็นอันท่วมทับแล้ว บุคคลนั้นย่อมทำตนเหมือนโจรผู้เป็นโจกปรารถนาโจรผู้เป็นโจก ฉะนั้น กรรมไม่ดีและไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่ายส่วนกรรมใดแล เป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย กรรมนั้นแลทำได้ยากอย่างยิ่ง ผู้ใดมีปัญญาทราม อาศัยทิฐิอันลามก ย่อมคัดค้านคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ผู้อรหันต์ เป็นพระอริยเจ้า มีปกติเป็นอยู่โดยธรรมการคัดค้านและทิฐิอันลามกของผู้นั้น ย่อมเผล็ดเพื่อฆ่าตน เหมือนขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น ทำชั่วด้วยตนเอง ย่อมเศร้าหมองด้วยตนเอง ไม่ทำชั่วด้วยตนเอง ย่อมหมดจดด้วยตนเอง ความบริสุทธิ์ ความไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตัวคนอื่นพึงชำระคนอื่นให้หมดจดหาได้ไม่บุคคลไม่พึงยังประโยชน์ของตนให้เสื่อม เพราะประโยชน์ของผู้อื่นแม้มากบุคคลรู้จักประโยชน์ของตนแล้ว พึงขวนขวายในประโยชน์ของตน ฯ

จบอัตตวรรคที่ ๑๒

End of ๑๒. อัตตวรรค