arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ธรรมบท

๖. ปัณฑิตวรรค เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๖ (Royal Thai)6/26 in ธรรมบท4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ธมฺมปทคาถาย ฉฏฺโฐ ปณฺฑิตวคฺโค

คาถาธรรมบท ปัณทิตวรรคที่ ๖

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ปัณฑิตวรรค (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 41 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

๖ นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ

นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช

ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย ฯ

โอวเทยฺยานุสาเสยฺย อสพฺภา จ นิวารเย

สตํ หิ โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปฺปิโย ฯ

น ภเช ปาปเก มิตฺเต น ภเช ปุริสาธเม

ภเชถ มิตฺเต กลฺยาเณ ภเชถ ปุริสุตฺตเม ฯ

ธมฺมปีติ สุขํ เสติ วิปฺปสนฺเนน เจตสา

อริยปฺปเวทิเต ธมฺเม สทา รมติ ปณฺฑิโต ฯ

อุทกญฺหิ นยนฺติ เนตฺติกา

อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ

ทารุํ นมยนฺติ ตจฺฉกา

อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ

เอวํ นินฺทาปสํสาสุ น สมฺมิญฺชนฺติ ๑ ปณฺฑิตา ฯ

ยถาปิ รหโท คมฺภีโร วิปฺปสนฺโน อนาวิโล

เอวํ ธมฺมานิ สุตฺวาน วิปฺปสีทนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

สพฺพตฺถ เว สปฺปุริสา วชนฺติ ๒

น กามกามา ลปยนฺติ สนฺโต

สุเขน ผุฏฺฐา อถวา ทุกฺเขน

น อุจฺจาวจํ ปณฺฑิตา ทสฺสยนฺติ ฯ

น อตฺตเหตุ น ปรสฺส เหตุ

น ปุตฺตมิจฺเฉ น ธนํ น รฏฺฐํ

น อิจฺเฉยฺย อธมฺเมน สมิทฺธิมตฺตโน

ส สีลวา ปญฺญวา ธมฺมิโก สิยา ฯ

อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ เย ชนา ปารคามิโน

อถายํ อิตรา ปชา ตีรเมวานุธาวติ ฯ

เย จ โข สมฺมทกฺขาเต ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน

เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ ฯ

กณฺหํ ธมฺมํ วิปฺปหาย สุกฺกํ ภาเวถ ปณฺฑิโต

โอกา อโนกมาคมฺม วิเวเก ยตฺถ ทูรมํ

ตตฺราภิรติมิจฺเฉยฺย หิตฺวา กาเม อกิญฺจโน

ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต ฯ

เยสํ สมฺโพธิยงฺเคสุ สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ

อาทานปฏินิสฺสคฺเค อนุปาทาย เย รตา

ขีณาสวา ชุติมนฺโต เต โลเก ปรินิพฺพุตา ฯ

ปณฺฑิตวคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ

๑ ม. ยุ. สมิญฺชนฺติ ฯ ๒ ม. ยุ. จชนฺติ ฯ

Royal Thai

บุคคลพึงเห็นบุคคลใดผู้มักชี้โทษ เหมือนบุคคลผู้บอกขุมทรัพย์ มักกล่าวข่มขี่ มีปัญญา พึงคบบุคคลผู้เป็นบัณฑิตเช่นนั้น เพราะว่าเมื่อคบบัณฑิตเช่นนั้น มีแต่คุณที่ประเสริฐโทษที่ลามกย่อมไม่มี บุคคลพึงกล่าวสอน พึงพร่ำสอนและพึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษก็บุคคลนั้น ย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย แต่ไม่เป็นที่รักของพวกอสัตบุรุษบุคคลไม่ควรคบมิตรเลวทราม ไม่ควรคบบุรุษอาธรรม์ควรคบมิตรดี ควรคบบุรุษสูงสุด บุคคลผู้อิ่มเอิบในธรรมมีใจผ่องใสแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข บัณฑิตย่อมยินดีในธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศแล้วทุกเมื่อ ก็พวกคนไขน้ำย่อมไขน้ำไป พวกช่างศรย่อมดัดลูกศร พวกช่างถากย่อมถากไม้บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกฝนตน

ภูเขาหินล้วน เป็นแท่งทึบย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลมฉันใด บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น ห้วงน้ำลึกใสไม่ขุ่นมัว แม้ฉันใด บัณฑิตย์ทั้งหลายฟังธรรมแล้วย่อมผ่องใส ฉันนั้นสัตบุรุษทั้งหลายย่อมเว้นในธรรมทั้งปวงโดยแท้ สัตบุรุษทั้งหลายหาใคร่กามบ่นไม่ บัณฑิตทั้งหลายผู้อันสุขหรือทุกข์ถูกต้องแล้ว ย่อมไม่แสดงอาการสูงๆ ต่ำๆ บัณฑิตย่อมไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งตน ไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งผู้อื่น ไม่พึงปรารถนาบุตร ไม่พึงปรารถนาทรัพย์ ไม่พึงปรารถนาแว่นแคว้น ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตนโดยไม่ชอบธรรมบัณฑิตนั้นพึงเป็นผู้มีศีลมีปัญญา ประกอบด้วยธรรม ในหมู่มนุษย์ชนผู้ที่ถึงฝั่งมีน้อย

ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ย่อมเลาะไปตามฝั่งทั้งนั้น ก็ชนเหล่าใดแล ประพฤติตามธรรมในธรรมอันพระสุคตเจ้าตรัสแล้วโดยชอบชนเหล่านั้นข้ามบ่วงมารที่ข้ามได้โดยยาก แล้วจักถึงฝั่ง บัณฑิตออกจากอาลัยแล้ว อาศัยความไม่มีอาลัยละธรรมดำแล้วพึงเจริญธรรมขาว บัณฑิตพึงปรารถนาความยินดียิ่งในวิเวกที่ยินดีได้โดยยาก ละกามทั้งหลายแล้วไม่มีกิเลสเครื่องกังวล พึงชำระตนให้ผ่องแผ้ว จากเครื่องเศร้าหมองจิตชนเหล่าใดอบรมจิตด้วยดีโดยชอบ ในองค์แห่งธรรมสามัคคีเป็นเครื่องตรัสรู้ ชนเหล่าใดไม่ถือมั่น ยินดีแล้วในการสละคืนความถือมั่นชนเหล่านั้นมีอาสวะสิ้นแล้วมีความรุ่งเรืองปรินิพพานแล้วในโลก ฯ

จบปัณฑิตวรรคที่ ๖

End of ๖. ปัณฑิตวรรค