arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ธรรมบท

๑๑. ชราวรรค เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๑ (Royal Thai)11/26 in ธรรมบท4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ธมฺมปทคาถาย เอกาทสโม ชราวคฺโค

คาถาธรรมบท ชราวรรคที่ ๑๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ชราวรรค (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 42 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

๑๑ โก นุ หาโส กิมานนฺโท นิจฺจํ ปชฺชลิเต สติ

อนฺธกาเรน โอนทฺธา ปทีปํ น คเวสถ ฯ

ปสฺส จิตฺตกตํ ๑ พิมฺพํ อรุกายํ สมุสฺสิตํ

อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ ยสฺส นตฺถิ ธุวณฺฐิติ ฯ

ปริชิณฺณมิทํ รูปํ โรคนิทฺธํ ปภงฺคุณํ

ภิชฺชติ ปูติ สนฺเทโห มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ ฯ

ยานิมานิ อปตฺถานิ อลาปูเนว ๒ สารเท

กาโปตกานิ อฏฺฐีนิ ตานิ ทิสฺวาน กา รติ ฯ

อฏฺฐีนํ นครํ กตํ มํสโลหิตเลปนํ

ยตฺถ ชรา จ มจฺจุ จ มาโน มกฺโข จ โอหิโต ฯ8

ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา

อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ

สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ

สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ ฯ

อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส พลิวทฺโทว ชีรติ

มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ ฯ

อเนกชาติสํสารํ สนฺธาวิสฺสํ อนิพฺพิสํ

คหการกํ คเวสนฺโต ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ

คหการก ทิฏฺโฐสิ ปุน เคหํ น กาหสิ

สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา คหกูฏํ วิสงฺขตํ

วิสงฺขารคตํ จิตฺตํ ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา ฯ

อจริตฺวา พฺรหฺมจริยํ อลทฺธา โยพฺพเน ธนํ

ชิณฺณโกญฺจาว ฌายนฺติ ขีณมจฺเฉว ปลฺลเล

อจริตฺวา พฺรหฺมจริยํ อลทฺธา โยพฺพเน ธนํ

เสนฺติ จาปาติขีณาว ปุราณานิ อนุตฺถุนํ ฯ

ชราวคฺโค เอกาทสโม ฯ

๑ โป. จิตฺตีกตํ ฯ ๒ ม. อลาพูเนว ฯ

Royal Thai

ร่าเริงอะไรกันหนอ ยินดีอะไรกัน ในเมื่อโลกสันนิวาสถูกไฟไหม้โพล่งแล้วเป็นนิตย์ ท่านทั้งหลายถูกความมืดหุ้มห่อแล้ว เพราะเหตุไรจึงไม่แสวงหาประทีป ท่านจงดูอัตภาพอันบุญกรรมทำให้วิจิตรแล้ว มีกายเป็นแผล อันกระดูกสามร้อยท่อนปรุงขึ้นแล้ว กระสับกระส่าย อันมหาชนดำริกันโดยมาก ไม่มีความยั่งยืนมั่นคง รูปนี้คร่ำคร่าแล้ว เป็นรังแห่งโรคผุพัง กายของตนอันเปื่อยเน่าจะแตกเพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุดกระดูกเหล่าใดเขาไม่ปรารถนาแล้ว เหมือนน้ำเต้าในสารทกาล มีสีเหมือนนกพิราบ จะยินดีอะไรเพราะได้เห็นกระดูกเหล่านั้น สรีระอันกรรมสร้างสรรให้เป็นเมืองแห่งกระดูก มีเนื้อและเลือดเป็นเครื่องไล้ทาเป็นที่ตั้งแห่งความแก่ ความตาย ความถือตัว และความลบหลู่ ราชรถทั้งหลายอันวิจิตรย่อมคร่ำคร่าได้โดยแท้

อนึ่งแม้สรีระก็เข้าถึงความคร่ำคร่า ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า สัตบุรุษแลย่อมสนทนาด้วยสัตบุรุษบุรุษมีสุตะน้อยนี้ ย่อมแก่เหมือนโคถึก เนื้อของเขาย่อมเจริญ [แต่] ปัญญาของเขาหาเจริญไม่ เราแสวงหานายช่างเรือนอยู่ เมื่อยังไม่ประสบ แล่นไปแล้วสู่สงสารมีชาติไม่น้อย ความเกิดเป็นทุกข์ร่ำไป แน่ะนายช่างเรือน บัดนี้เราพบท่านแล้ว ท่านจักไม่ต้องสร้างเรือนอีก ซี่โครงของท่านทั้งหมดเราหักแล้ว ยอดเรือนเราขจัดเสียแล้ว จิตของเราถึงแล้วซึ่งนิพพานอันปราศจากสังขาร เราบรรลุความสิ้นแห่งตัณหาแล้ว คนพาลทั้งหลายไม่ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่ได้ทรัพย์ในคราวเป็นหนุ่ม ย่อมซบเซา เหมือนนกกะเรียนแก่ ซบเซาอยู่บนเปือกตม ซึ่งสิ้นปลาแล้ว ฉะนั้น คนพาลทั้งหลายไม่ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่ได้ทรัพย์ในคราวเป็นหนุ่มย่อมนอนทอดถอนถึงทรัพย์เก่าเหมือนลูกศรสิ้นไปแล้วจากแล่ง ฉะนั้น ฯ

จบชราวรรคที่ ๑๑

End of ๑๑. ชราวรรค