arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ธรรมบท

๖. ปัณฑิตวรรค เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๖ (Royal Thai)6/26 in ธรรมบท4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๖. ปัณฑิตวรรค

หมวดว่าด้วยบัณฑิต

๑. ราธเถรวัตถุ

เรื่องพระราธเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ปัณฑิตวรรค (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 41 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 25, pp. 51–56

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุคคลพึงเห็นผู้มีปัญญามักชี้โทษ

มักพูดปรามไว้ เหมือนผู้ชี้บอกขุมทรัพย์

(และ) พึงคบผู้ที่เป็นบัณฑิตเช่นนั้น

เพราะเมื่อคบคนเช่นนั้น ย่อมมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อมเลย

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๙๓/๕๐๒, ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๐๘/๖๑๐
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. อัสสชิปุนัพพสุกวัตถุ

เรื่องพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

ผู้ใดพึงกล่าวสอน พร่ำสอน

และห้ามจากความชั่ว

ผู้นั้นย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย

แต่ไม่เป็นที่รักของอสัตบุรุษทั้งหลาย

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๙๕/๕๐๒, ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๐๘/๖๑๐
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. ฉันนเถรวัตถุ

เรื่องพระฉันนเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

บุคคลไม่พึงคบมิตรชั่ว ไม่พึงคบคนต่ำช้า

พึงคบแต่กัลยาณมิตร พึงคบแต่สัตบุรุษ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1มิตรชั่ว หมายถึงผู้ยินดีในอกุศลกรรม มีกายทุจริต เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๗)
  2. 2คนต่ำช้า หมายถึงคนที่ชักนำในสิ่งที่ไม่สมควร มีการตัดช่องย่องเบา เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๗)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. มหากัปปินเถรวัตถุ

เรื่องพระมหากัปปินเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

บุคคลผู้อิ่มเอิบในธรรม มีใจผ่องใส ย่อมอยู่เป็นสุข

บัณฑิตย่อมยินดีในธรรมที่พระอริยะประกาศแล้วทุกเมื่อ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ผู้อิ่มเอิบในธรรม หมายถึงบุคคลผู้บรรลุโลกุตตรธรรม ๙ ประการ (มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑) (ขุ.ธ.อ. ๔/๑๙)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๕. ปัณฑิตสามเณรวัตถุ

เรื่องบัณฑิตสามเณร

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

คนไขน้ำ ย่อมไขน้ำ

ช่างศร ย่อมดัดลูกศร

ช่างไม้ ย่อมถากไม้

บัณฑิต ย่อมฝึกตน

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ฝึกตน หมายถึงฝึกฝนตนเองเพื่อบรรลุอรหัตตผล (ขุ.ธ.อ. ๔/๓๕) และดู ม.ม. (แปล) ๑๓/๓๕๒/๔๓๑, ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๘๗๗/๔๘๔
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๖. ลกุณฑกภัททิยเถรวัตถุ

เรื่องพระลกุณฑกภัททิยเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

ภูเขาศิลาล้วน เป็นแท่งทึบ ย่อมไม่สะเทือนเพราะลม ฉันใด

บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาหรือสรรเสริญ ฉันนั้น

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ในคาถานี้ แม้จะตรัสโลกธรรมไว้เพียง ๒ ประการ คือ นินทาและสรรเสริญก็จริง แต่พึงทราบว่า ทรงแสดง โลกธรรมไว้ทั้ง ๘ ประการ ความหมายโดยสรุป คือ ไม่หวั่นไหวทั้งในอิฏฐารมณ์(อารมณ์ที่น่าปรารถนา) และอนิฏฐารมณ์(อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา) (ขุ.ธ.อ. ๔/๓๖)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๗. กาณมาตาวัตถุ

เรื่องมารดาของนางกาณา

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

บัณฑิตทั้งหลายฟังธรรมแล้ว ย่อมผ่องใส

ดุจห้วงน้ำที่ลึก ใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ฉะนั้น

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ผ่องใส ในที่นี้หมายถึงบรรลุสภาวะที่จิตปราศจากอุปธิกิเลสด้วยอำนาจโสดาปัตติมรรค เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๔๐)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๘. ปัญจสตภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุ ๕๐๐ รูป

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

สัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมเว้นในธรรมทั้งปวง

สัตบุรุษทั้งหลายย่อมไม่พร่ำเพ้อเพราะกามคุณเป็นเหตุ

บัณฑิตทั้งหลายจะประสบสุขหรือทุกข์

ย่อมไม่แสดงอาการขึ้นลง

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ย่อมเว้นในธรรมทั้งปวง หมายถึงมีอรหัตตมัคคญาณเป็นเครื่องเว้นหรือละฉันทราคะ(ความกำหนัดด้วย อำนาจความพอใจ)ในขันธ์ ๕ เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๔๒)
  2. 2ไม่แสดงอาการขึ้นลง หมายถึงไม่แสดงอาการยินดีหรือยินร้ายเมื่อถูกโลกธรรมกระทบ (ขุ.ธ.อ. ๔/๔๓)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๙. ธัมมิกเถรวัตถุ

เรื่องพระธัมมิกเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

บัณฑิตย่อมไม่ทำบาปเพราะตนเป็นเหตุ

หรือเพราะผู้อื่นเป็นเหตุ

บุคคลไม่พึงปรารถนาบุตร ทรัพย์ แว่นแคว้น

หรือความสำเร็จเพื่อตน โดยไม่ชอบธรรม

พึงเป็นผู้มีศีล มีปัญญา และยึดมั่นอยู่ในธรรม

๑๐. ธัมมัสสวนวัตถุ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๓๔/๓๓, ๑๙๘/๗๔, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๑๑๗/๒๖๙-๒๗๐
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เรื่องการฟังธรรม

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

ในหมู่มนุษย์ เหล่าชนผู้ไปถึงฝั่งโน้น มีจำนวนน้อย

ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้เลาะไปตามฝั่งนี้ ทั้งนั้น

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ฝั่งโน้น หมายถึงนิพพาน (องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕, ขุ.ธ.อ. ๔/๔๕, สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖)
  2. 2ฝั่งนี้ หมายถึงสักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นอัตตาของตน) (ขุ.ธ.อ. ๔/๔๕) หรือหมายถึงวัฏฏะ (สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ส่วนชนเหล่าใดประพฤติตามธรรม

ในธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดยชอบ

ชนเหล่านั้นจักข้ามพ้นวัฏฏะ

อันเป็นบ่วงมารที่ข้ามได้แสนยาก ไปถึงฝั่งโน้นได้

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดยชอบ หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ ประการ คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ (องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑๑. ปัญจสตอาคันตุกภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุอาคันตุกะ ๕๐๐ รูป

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุอาคันตุกะผู้อยู่ในแคว้นโกศล ดังนี้)บัณฑิตละธรรมดำ แล้วพึงเจริญธรรมขาว

ออกจากวัฏฏะมาสู่วิวัฏฏะ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ธรรมดำ หมายถึงอกุศลธรรม มีกายทุจริต เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๔๗)
  2. 2ธรรมขาว หมายถึงกุศลธรรม มีกายสุจริต เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๔๗)
  3. 3ออกจากวัฏฏะมาสู่วิวัฏฏะ หมายถึงออกจากวัฏฏะที่เรียกว่า โอกะ (ที่มีน้ำ) มาสู่วิวัฏฏะที่เรียกว่า อโนกะ (ที่ไม่มีน้ำ) ได้แก่ นิพพาน (สํ.ม.อ. ๓/๓๑-๔๐/๑๙๖, องฺ.ทสก.อ.๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕, ขุ.ธ.อ.๔/๔๗)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ละกามทั้งหลายแล้ว เป็นผู้หมดความกังวล

พึงปรารถนายินดียิ่งในวิเวกที่ยินดีได้ยากยิ่ง

พึงชำระตนให้ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตทั้งหลาย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บัณฑิตเหล่าใดอบรมจิตโดยชอบ

ในองค์ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ทั้งหลาย

ไม่ถือมั่น ยินดีในนิพพานเป็นที่สละความถือมั่น

บัณฑิตเหล่านั้นสิ้นอาสวะแล้ว

มีความรุ่งเรือง ดับสนิทแล้วในโลก

ปัณฑิตวรรคที่ ๖ จบ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๓๔/๓๓-๓๔, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๑๖๙/๒๖๙-๒๗๐

End of ๖. ปัณฑิตวรรค